“ยอดเขาที่มีลักษณะเป็นหน้าผาปลายแหลมชี้ขึ้นไปบนฟ้า อย่างโดดเด่น พร้อมทิวทัศน์ทะเลหมอกแบบสุดสายตาที่กั้นระหว่างพรมแดนไทยและลาว”
ภูชี้ฟ้า (Phu Chi Fa) ไม่ได้เป็นแค่จุดชมวิวธรรมดา แต่เป็นไอคอนิกที่ใครมาเชียงรายแล้วไม่ได้ขึ้นมาถือว่าพลาดมาก ชื่อของภูแห่งนี้มีที่มาจากลักษณะทางกายภาพที่น่าอัศจรรย์ คือเป็นหน้าผาหินที่มีปลายแหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างชัดเจน พื้นที่ส่วนปลายหน้าผานี้จะยื่นล้ำออกไปในฝั่งประเทศลาว ทำให้เมื่อคุณขึ้นไปยืนอยู่บนยอดภู คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การยืนอยู่บน ขอบฟ้าที่มองเห็นวิวฝั่งเพื่อนบ้าน ได้อย่างชัดเจน เดิมทีพื้นที่นี้เคยเป็นสมรภูมิรบเก่าในอดีต แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นดินแดนแห่งสันติภาพและความงามที่ผู้คนจากทั่วโลกโหยหา
บรรยากาศที่ถือเป็นไฮไลท์และทำให้ภูชี้ฟ้าโด่งดังไปทั่วโลกคือการมาชม ทะเลหมอกในยามเช้าตรู่ ความรู้สึกของการเดินเท้าฝ่าความมืดขึ้นไปบนยอดดอยในอากาศที่หนาวจัด แล้วค่อยๆ เห็นแสงแรกของวันทอประกายผ่านมวลหมอกหนาสีขาวที่ปกคลุมหุบเขาด้านล่างประหนึ่งสำลีผืนยักษ์ เป็นภาพที่สวยงามและตื่นเต้นจนแทบลืมหายใจ ยิ่งในวันที่ฟ้าเปิด คุณจะได้เห็นหมอกไหลผ่านหน้าผาช้าๆ ปะทะกับแสงสีทองของพระอาทิตย์ขึ้น เป็นจังหวะที่สายคอนเทนต์และช่างภาพต้องรีบกดชัตเตอร์รัวๆ เพราะเป็นมุมที่สวยแพงและดูอินเตอร์สุดๆ
ความน่าสนใจที่ทำให้ภูชี้ฟ้าดูไม่น่าเบื่อคือการเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายของพรรณไม้ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ทั่วทั้งดอยจะบานสะพรั่งไปด้วย ดอกนางพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย และดอกเสี้ยวสีขาวบริสุทธิ์ที่บานตามหุบเขา เพิ่มความละมุนให้กับยอดดอยที่ดูแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว นอกจากนี้วิถีชีวิตรอบๆ ภูชี้ฟ้ายังมีเสน่ห์จากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ทั้งชาวม้งและชาวเย้าที่ยังคงรักษาประเพณีและชุดแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ คุณจะได้ยินเสียงเด็กๆ ชาวดอยมาคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยรอยยิ้ม ซึ่งเป็นความน่ารักที่ช่วยเพิ่มพลังบวกให้กับทริปนี้ได้เป็นอย่างดี
สำหรับวัยรุ่นหรือนักเดินทางที่ชอบความตื่นเต้น การได้มาแคมป์ปิ้งหรือนอนโฮมสเตย์ใกล้ๆ ยอดภู เพื่อตื่นเช้ามาพิชิตยอดดอยถือเป็นกิจกรรมที่ท้าทายและสนุกสนาน การเดินเท้าจากจุดจอดรถขึ้นไปบนยอดภูระยะทางประมาณ 700 เมตร แม้จะมีความลาดชันบ้างแต่ก็ถือเป็นการออกกำลังกายท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ที่หาไม่ได้ในเมืองหลวง เมื่อถึงจุดสูงสุดแล้วความเหนื่อยจะหายเป็นปลิดทิ้งทันทีที่ลมหนาวมาปะทะหน้าและเห็นวิวพาโนรามาที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
ขอเชิญชวนให้คุณมาพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของยอดภูที่ชี้ชะตาความสวยงามแห่งนี้ มาดื่มด่ำกับทะเลหมอกที่หนานุ่มและแสงแดดที่อบอุ่น เพื่อเติมแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับชีวิตที่ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: จากตัวเมืองเชียงราย ใช้เส้นทางเชียงราย-เทิง (ทางหลวงหมายเลข 1020) ต่อด้วยเส้นทางเทิง-ปางค่า (ทางหลวงหมายเลข 1155) ขับตามป้ายไปจนถึงวนอุทยานภูชี้ฟ้า ทางมีความคดเคี้ยวและลาดชัน ควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
-
รถสาธารณะ: มีรถตู้โดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งเชียงราย (บขส.1) วิ่งตรงสู่ภูชี้ฟ้า วันละ 2 รอบ (เช้า-บ่าย) แนะนำให้เช็คตารางเวลาอัปเดตก่อนเดินทาง
-
การขึ้นยอดภู: หลังจากจอดรถที่จุดจอดรถของวนอุทยานฯ ต้องเดินเท้าต่อขึ้นไปบนยอดภูประมาณ 700 เมตร
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่แนะนำ: แนะนำให้เริ่มเดินขึ้นภูตั้งแต่เวลา 05:00 น. เพื่อให้ทันชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในตอนเช้า
-
การแต่งกาย: ควรเตรียม เสื้อกันหนาวหนาๆ หมวกไหมพรม และถุงมือ เพราะอุณหภูมิบนยอดดอยอาจลดต่ำลงถึงเลขตัวเดียว และสวมรองเท้าผ้าใบที่ยึดเกาะพื้นได้ดี
-
อุปกรณ์สำคัญ: ไฟฉาย ถือเป็นของจำเป็นมากสำหรับการเดินเท้าขึ้นภูในช่วงเช้ามืดที่ยังไม่มีแสงสว่าง
-
ความปลอดภัย: ไม่ควรเข้าใกล้ขอบหน้าผามากเกินไป โดยเฉพาะในช่วงที่มีหมอกลงจัดหรือลมแรง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุพลัดตก
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมฟรีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
- ค่าบริการรถรับส่งของชาวบ้านจากจุดจอดรถด้านล่างขึ้นไปยังจุดเริ่มเดินประมาณ 20-40 บาท
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยเริ่มเดินขึ้นได้ตั้งแต่เวลา 04:30 – 18:00 น.
ขอบคุณภาพจากคุณ Thitiyapron Phukan และ Nannie Chutima จากเพจ คนชอบเที่ยว
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 1 รายการ)รีวิวเมื่อ 9 ส.ค. 56