“รำลึกพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าผ่านสถานที่ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ชมสถาปัตยกรรมอาคารไม้ที่เรียบง่ายแต่สง่างาม และศึกษาความเป็นมาของ นิคมสร้างตนเองสุคิริน”
ตำหนักสุคิริน (Sukhirin Palace) จุดเริ่มต้นของนาม “สุคิริน” ปรากฏครั้งแรกในลายพระหัตถ์ที่ สมเด็จย่า พระราชทานแก่ข้าราชการและสมาชิกนิคม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ความว่า
“สุคิริน ขอให้นิคมนี้ จงมีความเจริญรุ่งเรือง คนอยู่ในศีลธรรม เพื่อความสุขของตนเองและส่วนรวม”
ในการเสด็จพระราชดำเนินช่วงแรก ข้าราชการและเจ้าหน้าที่นิคมได้กราบบังคมทูลเชิญพระองค์ประทับ ณ เรือนรับรองนิคม ซึ่งเป็นอาคารหลังเล็ก ๆ เท่านั้น ระหว่างนั้นพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพื้นที่บริเวณ เนินเขาไอดีแย ซึ่งเดิมเป็นที่ดินของ นายเจ๊ะนาแว หะมะ ชาวบ้านเอราวัณ อำเภอแว้ง ผู้เข้ามาบุกเบิกปรับพื้นที่ป่ารกร้างแห่งนี้เป็นคนแรกเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2504 เพื่อใช้เป็นที่ทำกิน ซึ่งต่อมากลายเป็นพื้นที่สำคัญของนิคมในปัจจุบัน
ต่อมา นายเจ๊ะนาแว หะมะ ได้เข้าเฝ้าฯ เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายที่ดินบริเวณเขาไอดีแยสำหรับก่อสร้างตำหนักประทับ สมเด็จย่าทรงพระกรุณาพระราชทานข้าวสารจำนวน 2 กระสอบ และเงิน 500 บาท แก่ผู้ถวายที่ดิน
นายเจ๊ะนาแว หะมะ เกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2458 และถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2540 สิริอายุ 82 ปี ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำหมู่บ้าน ประกอบอาชีพเลี้ยงช้างและรับจ้างขนส่งสิ่งของ มีบุตร 6 คน ได้แก่
-
นายดือเลาะ เจ๊ะนาแว
-
นางกามาลอ เจ๊ะนาแว
-
นายรอยาลี เจ๊ะนาแว
-
นายเจ๊ะวอนิ เจ๊ะนาแว
-
นางแยนะ เจ๊ะนาแว
-
นางรอกีเยาะ เจ๊ะนาแว
โดยบุตรทั้งหมดประกอบอาชีพทำสวนยางพารา
ในปี พ.ศ. 2508 นายสุวรรณ รื่นยศ อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ในขณะนั้น ได้ดำริให้นิคมดำเนินการก่อสร้างตำหนักขึ้นเพื่อทูลเกล้าถวายเป็นที่ประทับ ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ โดยกรมประชาสงเคราะห์สนับสนุนงบประมาณการก่อสร้าง
ตำหนักเริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2508 มี นายสิน วงศ์เพชร ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองคนแรก เป็นผู้อำนวยการก่อสร้าง และ นายประวัติ รัตนชำนอง หัวหน้าฝ่ายช่างกรมประชาสงเคราะห์ เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 9 เดือนจึงแล้วเสร็จ และได้กราบบังคมทูลถวายตำหนักแด่พระองค์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ต่อมาในปี พ.ศ. 2510 สมเด็จย่า ได้เสด็จประทับ ณ ตำหนักแห่งนี้ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำว่า “สุคิริน” ให้เป็นชื่อของตำหนัก มีความหมายอันเป็นสิริมงคลว่า “พันธุ์ไม้อันเขียวชอุ่ม” สอดคล้องกับภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขา ป่าไม้ และพืชพรรณไม้นานาชนิด
นาม “สุคิริน” จึงถูกนำมาตั้งเป็นชื่อของ นิคมสร้างตนเองสุคิริน และกิ่งอำเภอสุคิรินในเวลาต่อมา ขณะที่ชาวบ้านเรียกนิคมแห่งนี้ในภาษามลายูว่า “นิคมเมาะรายอ” หรือ “นิคมเจ๊ะนาแว” เพื่อรำลึกถึงผู้บุกเบิกผืนดินแห่งนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์ส่วนตัว: จากตัวเมืองนราธิวาส ใช้ทางหลวงหมายเลข 4055 ผ่านอำเภอระแงะและจะแนะ มุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอสุคิริน ตำหนักตั้งอยู่ภายในบริเวณนิคมสร้างตนเองสุคิริน ใกล้ที่ว่าการอำเภอ มีป้ายบอกทางชัดเจน
- รถสาธารณะ: นั่งรถตู้จากนราธิวาสหรือสุไหงโก-ลก มาลงที่ตัวอำเภอสุคิริน จากนั้นใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างในพื้นที่ เดินทางต่อไปยังตำหนัก
คำแนะนำ
- ควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย เนื่องจากเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
- แนะนำให้ไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ อากาศจะเย็นสบาย เหมาะแก่การถ่ายภาพ
- สามารถเดินชมทัศนียภาพโดยรอบ และศึกษาข้อมูลพระราชประวัติที่จัดแสดงไว้
- สามารถเชื่อมต่อเส้นทางไปยังศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ และพิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำได้สะดวก
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดให้ชมบริเวณภายนอกและสักการะได้ทุกวัน เวลา 08:30 – 16:30 น. (การเข้าชมภายในอาคารควรตรวจสอบวันเวลาเป็นกรณีพิเศษ)