“พระอารามหลวงเก่าแก่กว่า 200 ปี ประดิษฐาน หลวงพ่อพระชีว์ และเป็นวัดสำคัญของ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล”
วัดบูรพาราม (Wat Burapharam) เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ และถือเป็นหนึ่งในวัดที่มีความสำคัญที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และสายปฏิบัติธรรมกรรมฐาน วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงสมัยกรุงธนบุรี ราวปี พ.ศ. 2329 โดย พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม) เจ้าเมืองสุรินทร์คนแรก จึงนับเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่ผูกพันกับชาวสุรินทร์มายาวนานกว่า 200 ปี
ชื่อ “บูรพาราม” มีความหมายว่า “วัดทางทิศตะวันออก” เนื่องจากในอดีตวัดตั้งอยู่บริเวณด้านตะวันออกของชุมชนเมืองสุรินทร์เดิม อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและงานบุญสำคัญของชาวเมืองมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภายในวัดยังคงรักษาบรรยากาศของวัดเก่าแก่แบบอีสานผสมเขมรพื้นถิ่นไว้อย่างสงบ เรียบง่าย และร่มรื่น
จุดศูนย์รวมศรัทธาที่สำคัญที่สุดของวัดคือ “หลวงพ่อพระชีว์” หรือ “หลวงพ่อประจี” พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะแบบขอมผสมล้านช้างที่มีอายุหลายร้อยปี พระพักตร์มีลักษณะสงบนิ่ง เปี่ยมด้วยเมตตา และมีเอกลักษณ์ทางพุทธศิลป์ที่โดดเด่น เชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสุรินทร์ ที่ช่วยประทานพรด้านความสำเร็จ ความเจริญรุ่งเรือง และความปลอดภัย ทำให้มีผู้คนเดินทางมากราบไหว้ตลอดทั้งปี
ภายในวิหารที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระชีว์มีบรรยากาศสงบเย็น เหมาะแก่การนั่งสมาธิ สวดมนต์ และปฏิบัติธรรม นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมถวายดอกไม้ ธูป เทียน และปิดทองเพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าหากมากราบขอพรด้วยจิตศรัทธา จะช่วยเสริมดวงด้านหน้าที่การงาน การสอบ และการค้าขาย
อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้ วัดบูรพาราม เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ คือการเป็นวัดที่ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล พระเกจิสายวิปัสสนากรรมฐานชื่อดังแห่งภาคอีสาน เคยจำพรรษาและเผยแผ่ธรรมะเป็นเวลานาน หลวงปู่ดุลย์ถือเป็นศิษย์อาวุโสของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพระอริยสงฆ์ผู้มีปฏิปทาเรียบง่าย เคร่งครัด และเปี่ยมด้วยเมตตา คำสอนของท่านมุ่งเน้นเรื่อง “การรู้จิต” และการปฏิบัติภาวนาเพื่อเข้าถึงธรรมอย่างแท้จริง
เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งคุณูปการของท่าน ทางวัดจึงได้จัดสร้าง พิพิธภัณฑ์กัมมัฏฐาน หลวงปู่ดุลย์ อตุโล อาคารทรงไทยประยุกต์ที่มีความสวยงามและสง่างาม ภายในจัดแสดงรูปเหมือน อัฐบริขาร เครื่องใช้ส่วนตัว หนังสือธรรมะ และภาพถ่ายหายาก รวมถึงประวัติชีวิตและแนวทางการปฏิบัติธรรมสายพระป่า เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาธรรมะและประวัติพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของไทย
ภายในวัดยังมีพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ และอาคารเสนาสนะต่างๆ ที่ออกแบบอย่างเรียบงามตามสถาปัตยกรรมไทยอีสานผสมศิลปกรรมท้องถิ่น รอบบริเวณวัดมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ทำให้บรรยากาศภายในวัดเย็นสบาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักใจจากความวุ่นวายของเมือง
ในช่วงวันพระหรือเทศกาลสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันเข้าพรรษา วัดบูรพารามจะเต็มไปด้วยพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาทำบุญ ฟังธรรม และร่วมเวียนเทียนอย่างคึกคัก สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางศรัทธาของชาวสุรินทร์อย่างแท้จริง
ด้วยทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง ใกล้กับ ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ และ อนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง นักท่องเที่ยวจึงสามารถวางแผนท่องเที่ยวในตัวเมืองสุรินทร์ร่วมกับสถานที่สำคัญอื่นๆ ได้สะดวกภายในวันเดียว
สำหรับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การศึกษาธรรมะ หรือการเดินทางเพื่อเสริมสิริมงคลชีวิต วัดบูรพาราม ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญที่สะท้อนทั้งประวัติศาสตร์ ศรัทธา และความสงบงดงามของจังหวัดสุรินทร์ได้อย่างครบถ้วน
วิธีการเดินทาง
-
วัดตั้งอยู่ใจกลางเมืองสุรินทร์ บนถนนกรุงศรีนอก ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ สามารถเดินทางได้สะดวกด้วย รถยนต์ส่วนตัว รถตุ๊กตุ๊ก รถสองแถว หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง จากสถานีรถไฟสุรินทร์และสถานีขนส่งจังหวัดสุรินทร์ ใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่นาทีจากตัวเมือง
คำแนะนำ
- ควรเริ่มต้นด้วยการกราบสักการะ หลวงพ่อพระชีว์ เพื่อความเป็นสิริมงคล
- แวะชม พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ดุลย์ อตุโล เพื่อศึกษาประวัติและโอวาทธรรมสายพระป่า
- ช่วงเช้าและช่วงเย็นอากาศจะร่มรื่น เหมาะแก่การเดินชมวัดและนั่งสมาธิ
- ควรแต่งกายสุภาพ เนื่องจากเป็นพระอารามหลวงและสถานที่ปฏิบัติธรรมสำคัญ
- สามารถเที่ยวร่วมกับแลนด์มาร์คใกล้เคียงในตัวเมืองสุรินทร์ได้ภายในวันเดียว
ค่าเข้าชม:
- ฟรี (ไม่มีค่าเข้าสถานที่)
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.