หลวงพ่อพระชีว์ วัดบูรพาราม (Luang Pho Phra Chee, Wat Burapharam) เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ควบคู่กับการก่อตั้งเมืองสุรินทร์ โดยสร้างขึ้นในสมัย รัชกาลที่ 1 โดย พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง (เชียงปุม) ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางทั้งด้านศาสนาและการปกครองของชุมชนในยุคเริ่มต้น
“หลวงพ่อพระชีว์” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อประจี” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในด้านวัสดุและรูปแบบศิลปกรรม โดยสร้างจาก “ดินเผาอัดแน่น” ผสมมวลสารศักดิ์สิทธิ์ เช่น ผงวิเศษ และยางไม้โบราณ ซึ่งแตกต่างจากพระพุทธรูปทั่วไปที่มักสร้างจากโลหะหรือหิน สันนิษฐานว่ามีอิทธิพลศิลปะขอมโบราณผสมผสานกับศิลปะพื้นถิ่นอีสานใต้
องค์พระมีขนาดหน้าตักประมาณ 4 ศอก พระพักตร์มีลักษณะอิ่มเอิบ รูปไข่ คิ้วโก่ง ดวงตาเรียว พระโอษฐ์แย้มเล็กน้อยคล้ายยิ้ม (ยิ้มแบบ “สมาธิ”) สื่อถึงความสงบและเมตตา องค์พระประดิษฐานอยู่ภายใน “วิหารจตุรมุข” ซึ่งยกพื้นสูงกว่าระดับพื้นทั่วไป สะท้อนแนวคิดทางสถาปัตยกรรมที่ยกย่องสถานะความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระ
ในเชิงความเชื่อ หลวงพ่อพระชีว์ถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวสุรินทร์มาอย่างยาวนาน มีความศรัทธาอย่างมากในด้าน “การปลดหนี้สิน การค้าขาย และโชคลาภ” โดยมักมีผู้ศรัทธานำดอกไม้ ธูป เทียน และเครื่องสักการะมาถวาย พร้อมทั้งบนบานและกลับมาแก้บนเมื่อสมหวัง
นอกจากนี้ ภายในวัดยังเป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑ์กัมมัฏฐานอัฐิธาตุ” ของ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล อดีตเจ้าอาวาสผู้มีชื่อเสียงระดับประเทศในสายวิปัสสนากรรมฐาน ภายในจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งจำลอง อัฐิธาตุ เครื่องอัฐบริขาร รวมถึงเอกสารคำสอนที่เน้นการปฏิบัติภาวนาแบบเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง เช่น การเจริญสติในชีวิตประจำวัน
บรรยากาศโดยรวมของวัดมีความสงบ ร่มรื่น เหมาะทั้งสำหรับการสักการะ ขอพร และการปฏิบัติธรรมเชิงลึก ผู้ที่มาเยือนจึงไม่เพียงได้สัมผัสความศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังได้รับความสงบทางใจควบคู่กันไป ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของวัดแห่งนี้ในฐานะศูนย์รวมศรัทธาของชาวสุรินทร์อย่างแท้จริง