“ชมรอยเลื่อนธรณีวิทยาสองยุคผ่านสะพานข้ามกาลเวลาริมหน้าผาหินสีแปลกตา ตัดกับน้ำทะเลสีครามของอันดามัน พร้อมทัศนียภาพพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในสตูล”
เขาโต๊ะหงาย (Khao To Ngai) ตั้งอยู่ในเขตที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะส่วนหนึ่งของอุทยานธรณีโลกสตูล ลักษณะทางกายภาพเป็นภูเขาหินสลับซับซ้อนที่ยื่นออกไปในทะเลแผ่อิทธิพลความงามอยู่ระหว่างอ่าวพังกาและอ่าวปากบารา ความโดดเด่นที่สุดที่ทำให้นักธรณีวิทยาจากทั่วโลกให้ความสนใจคือรอยสัมผัสทางธรณีวิทยาที่เรียกกันว่า "เขตข้ามกาลเวลา" ซึ่งเป็นการมาบรรจบกันของหินสองยุคที่ต่างกันมากกว่าร้อยล้านปี โดยปรากฏหลักฐานชัดเจนบริเวณหน้าผาริมทะเลที่รอยเลื่อนของเปลือกโลกดึงเอาหินต่างยุคมาประกบกันอย่างน่าอัศจรรย์
ในเชิงธรณีวิทยา รอยสัมผัสที่เขาโต๊ะหงายประกอบด้วย "หินทรายสีแดง" จากกลุ่มหินตะรุเตาในยุคแคมเบรียนซึ่งมีอายุประมาณ 541-485 ล้านปี มาสัมผัสกับ "หินปูนสีเทา" จากกลุ่มหินทุ่งสงในยุคออร์โดวิเชียนที่มีอายุประมาณ 485-444 ล้านปี ความแตกต่างของสีและผิวสัมผัสของหินทั้งสองชนิดที่ปรากฏบนหน้าผาเดียวกัน เป็นเครื่องยืนยันถึงการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกในอดีตที่มีการยกตัวและเลื่อนตัวจนหินที่เกิดคนละยุคสมัยมาวางตัวชิดกันได้ เส้นทางศึกษาธรรมชาตินี้ถูกเชื่อมต่อด้วยสะพานไม้และสะพานปูนที่สร้างลัดเลาะไปตามแนวขอบภูเขาและชายฝั่งทะเล ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินสำรวจรอยสัมผัสนี้ได้อย่างใกล้ชิด
นอกจากความสำคัญด้านธรณีวิทยาแล้ว พื้นที่รอบเขาโต๊ะหงายยังมีความหลากหลายทางชีวภาพที่สมบูรณ์ ผืนป่าที่ปกคลุมภูเขาเป็นป่าเขาหินปูนและป่าชายหาด ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าขนาดเล็กและนกนานาชนิด ตลอดเส้นทางเดินเท้านักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของโขดหินรูปร่างแปลกตาที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเลและลม รวมถึงทัศนียภาพอันกว้างไกลของท้องทะเลอันดามันที่สามารถมองเห็นเกาะน้อยใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราได้อย่างชัดเจน ในช่วงเวลาที่น้ำลดลงจะปรากฏแนวปะการังน้ำตื้นและสิ่งมีชีวิตชายฝั่ง ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังเป็นจุดพักผ่อนที่ผสมผสานความรู้ทางธรรมชาติเข้ากับสุนทรียภาพของการท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว
วิธีการเดินทาง
- จากตัวเมืองสตูล ใช้ทางหลวงหมายเลข 406 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 416 (มุ่งหน้าอำเภอละงู) จากนั้นแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4052 ไปยังท่าเรือปากบารา อุทยานฯ จะตั้งอยู่ก่อนถึงท่าเรือปากบาราเล็กน้อย
คำแนะนำ
-
ควรไปถึงช่วง 16:30 น. เพื่อชมแสงสีทองของพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดบนสะพานข้ามกาลเวลา
-
ตรวจสอบตารางน้ำขึ้นน้ำลงก่อนไปเพื่อให้สามารถมองเห็นรอยแยกของหินใต้สะพานได้ชัดเจน
-
สวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่ยึดเกาะพื้นได้ดี เพราะเส้นทางบางช่วงอาจมีความลื่นจากละอองน้ำเค็ม
-
เตรียมน้ำดื่มพกติดตัวไปด้วยเนื่องจากเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไม่มีจุดจำหน่ายเครื่องดื่มระหว่างทาง
ค่าเข้าชม:
- ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
- ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
(เป็นค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติ)
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง (แนะนำ 08:00 - 16:00 น.)