“ตื่นตากับองค์พระใหญ่ไดบุตสึเนื้อทองแดงท่ามกลางสวนญี่ปุ่นและเสาโทริอิบนยอดเขา พร้อมชมความวิจิตรของวิหารล้านนาสีทองอร่ามที่ตัดกับขอบฟ้าและทะเลหมอก”
วัดพระธาตุดอยพระฌาน (Phra That Doi Phra Chan Temple) มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจทั้งในแง่ของตำนานเก่าแก่และแรงศรัทธายุคใหม่ เดิมทีบนยอดดอยแห่งนี้มีองค์พระธาตุเก่าแก่สีขาวอายุกว่าร้อยปีประดิษฐานอยู่ แต่ถูกปล่อยให้รกร้างตามกาลเวลา จนกระทั่ง พระพรชัย อัคควังโส (เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน) ได้นิมิตเห็นพระธาตุสีขาวในจังหวัดลำปาง ท่านจึงได้เดินทางมาพบที่แห่งนี้และเริ่มทำการบูรณะครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2555 โดยได้รับความร่วมมือจากพุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใส จนกลายเป็นพุทธสถานที่มีความงดงามแปลกตาอย่างที่เห็นในปัจจุบัน เหตุผลสำคัญที่สถาปัตยกรรมของที่นี่มีความแปลกตาและเลือกใช้กลิ่นอายญี่ปุ่นมาผสมผสาน เนื่องจากพระอาจารย์มีความชื่นชมในความสงบและเรียบง่ายของพุทธศาสนาแบบญี่ปุ่น ท่านจึงตั้งใจสร้างสถานที่แห่งนี้ให้เป็นกุศโลบายในการดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้าวัด โดยการจำลองบรรยากาศอันเงียบสงบในต่างแดนมาไว้ที่ลำปาง เพื่อให้ผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลายและเข้าถึงสมาธิได้ง่ายขึ้น
ไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดคือ พระใหญ่ไดบุตสึ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิเนื้อทองแดงขนาดหน้าตักกว้าง 14 เมตร ความสูงรวมฐาน 22 เมตร จำลองแบบมาจากพระใหญ่ ณ วัดโคโตคุ เมืองคามาคุระ ประเทศญี่ปุ่น องค์พระมีสีเขียวอมฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของทองแดงที่ผ่านกระบวนการออกซิไดซ์แบบธรรมชาติ บริเวณโดยรอบถูกเนรมิตให้เป็น Little Japan อย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่ทางเดินที่ประดับด้วย เสาโทริอิสีแดง สัญลักษณ์แห่งทางเข้าสู่เขตศักดิ์สิทธิ์ ไปจนถึงการจัดสวนหินแบบเซน มีโคมไฟหินสลัก ทางเดินไม้ระแนงสไตล์เอ็นกาวะ และระฆังขอพรที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเกียวโตหรือคามาคุระจริงๆ นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นสุนัขญี่ปุ่นพันธุ์ชิบะอินุและแมวกวักนำโชคประดับตามจุดต่างๆ เพิ่มความมีชีวิตชีวาและเป็นจุดถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมอย่างสูง
นอกจากโซนญี่ปุ่นแล้ว สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดยังประกอบด้วย วิหารพุทธเจ้าองค์ปฐม ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมล้านนาประยุกต์สีทองอร่าม ภายในวิหารตกแต่งด้วยภาพวาดพุทธประวัติที่งดงามบนพื้นหลังสีดำขรึมขลัง มีบันไดนาคสีขาวนวลที่ทอดยาวเป็นทางขึ้นวัดซึ่งเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์และสรวงสวรรค์ อีกทั้งยังมี องค์พระธาตุดอยพระฌาน ดั้งเดิมที่เป็นสีขาวบริสุทธิ์ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดเพื่อเป็นพุทธบูชา การมาเยือนที่นี่จึงเป็นการสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การเดินชมศิลปะไทยเหนือที่ละเอียดอ่อน ไปจนถึงการสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งแดนอาทิตย์อุทัยบนยอดดอยในลำปาง เป็นบทพิสูจน์ถึงพลังแห่งความสร้างสรรค์ที่ทำให้วัดกลายเป็นศูนย์รวมความสุขและความสงบที่เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย
สำหรับการเดินทางขึ้นไปสักการะองค์พระใหญ่ไดบุตสึนั้น เนื่องจากพื้นที่บนยอดเขามีจำกัดและเส้นทางมีความลาดชันสูง ทางวัดจึงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวนำรถยนต์ส่วนตัวขับขึ้นไปเองยังโซนพระใหญ่ เพื่อความปลอดภัยและเป็นระเบียบเรียบร้อย นักท่องเที่ยวจะต้องจอดรถไว้ที่ลานจอดรถด้านล่าง และ ใช้บริการรถสองแถวรับ-ส่งของทางวัด เพื่อเดินทางต่อขึ้นไปบนยอดดอย ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็จะถึงจุดชมวิวที่เป็นลานกว้างหน้าองค์พระใหญ่พอดิบพอดี มอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายควบคู่ไปกับการชื่นชมทัศนียภาพของอำเภอแม่ทะได้อย่างเต็มตา
วิธีการเดินทาง
-
รถส่วนตัว: จากตัวเมืองลำปาง มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่ทะตามทางหลวงหมายเลข 1036 ขับไปประมาณ 25-30 กม. จะเห็นป้ายบอกทางชัดเจน เลี้ยวเข้าสู่ทางเดินคอนกรีตจนถึงลานจอดรถด้านล่างของวัด
-
การขึ้นยอดเขา: ต้องต่อรถสองแถวรับ-ส่งของทางวัดเพื่อขึ้นไปยังองค์พระใหญ่ไดบุตสึ (มีค่าบริการรับ-ส่งประมาณ 20 บาทต่อท่าน) หรือหากท่านใดต้องการออกกำลังศรัทธา สามารถเดินเท้าขึ้นบันไดนาคกว่า 600 ขั้นได้เช่นกัน
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาทอง: ควรมาถึงช่วง 06:00 - 08:00 น. เพื่อสัมผัสอากาศเย็นและชมทะเลหมอกที่ไหลพาดผ่านองค์พระใหญ่ไดบุตสึ ซึ่งเป็นภาพไฮไลท์ที่หาดูได้ยาก
-
การแต่งกาย: แต่งกายสุภาพตามระเบียบของวัด และแนะนำให้สวมรองเท้าที่เดินสะดวกเนื่องจากต้องเดินชมหลายจุดในพื้นที่กลางแจ้ง
-
พยากรณ์อากาศ: ช่วงฤดูหนาวและฤดูฝนจะมีโอกาสพบทะเลหมอกได้สูงที่สุด
ค่าเข้าชม:
- ไม่เสียค่าเข้าชม
- ค่ารถรับ-ส่ง 20 บาท และรับบริจาคตามกำลังศรัทธา
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 น. – 16:30 น.