“สัมผัสความอลังการของสายน้ำที่ทิ้งตัวจากหน้าผาสูงกว่า 60 เมตร ตามรอยประวัติศาสตร์จารึกพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. และ สก. บนโขดหินใหญ่”
น้ำตกปาโจ (Pajo Waterfall) เป็นหัวใจสำคัญของอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ซึ่งมีพื้นที่รวมกว้างขวางถึง 293.75 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 183,593 ไร่ โดยตัวน้ำตกมีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาบูโดที่ซับซ้อนและมีความชุ่มชื้นสูงตลอดทั้งปี
ความสำคัญของน้ำตกแห่งนี้ฝังรากลึกอยู่ในประวัติศาสตร์ไทยในฐานะสถานที่รับเสด็จบูรพมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ เริ่มตั้งแต่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ที่เสด็จประพาสและพักผ่อนพระอิริยาบถจนเกิดเป็นพลับพลา "ศาลาธารทัศน์" ที่ยังคงตั้งเด่นสง่าอยู่จนถึงปัจจุบัน
ต่อมาในปี พ.ศ. 2502 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยือนและทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ "ภปร." และพระนามาภิไธย "สิริกิติ์" ไว้บนก้อนหินขนาดมหึมาบริเวณหน้าผาน้ำตกชั้นที่ 1 ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับพสกนิกรชายแดนใต้
ในมิติของธรรมชาติวิทยา น้ำตกปาโจมีทั้งหมด 9 ชั้น โดยชั้นแรกเป็นจุดที่สวยงามที่สุดด้วยหน้าผาหินแกรนิตสูงตระหง่านกว่า 60 เมตร สายน้ำจะไหลหลั่งลงสู่แอ่งน้ำกว้างด้านล่างที่ใสสะอาดจนมองเห็นฝูงปลาและโขดหินใต้น้ำ
รอบบริเวณโอบล้อมด้วยป่าดิบชื้นอินโด-มลายูที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยสำคัญของ นกเงือก 6 สายพันธุ์ และสัตว์ป่าหายากอย่างค่างแว่นถิ่นใต้และชะนีมือขาว
ไฮไลท์ทางพฤกษศาสตร์คือ "ใบไม้สีทอง" (ย่านดาโอ๊ะ) ซึ่งถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในโลกที่นี่ เป็นไม้เถ้าที่มีขนละเอียดสีทองปกคลุมใบอย่างหนาแน่น เมื่อต้องแสงแดดจะทอประกายระยิบระยับอย่างงดงาม
กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมใบไม้สีทองและพันธุ์ไม้ป่าหายาก รวมถึงการส่องนกเงือกในช่วงฤดูกาลทำรัง หรือพักผ่อนปิกนิกบริเวณลานกว้างหน้าอุทยานที่เงียบสงบและร่มรื่น
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์ส่วนตัว: จากตัวเมืองนราธิวาส ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 42 (นราธิวาส-ปัตตานี) ประมาณ 26 กิโลเมตร เมื่อถึงอำเภอบาเจาะจะมีป้ายบอกทางเข้าน้ำตกชัดเจนทางด้านซ้ายมือ ขับเข้าไปอีก 3 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการอุทยานฯ
- รถสาธารณะ: ขึ้นรถตู้สาย นราธิวาส - ปัตตานี หรือรถบัสสายนราธิวาส-หาดใหญ่ ลงที่สี่แยกอำเภอบาเจาะ แล้วต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างท้องถิ่นเข้าสู่น้ำตก
คำแนะนำ
- โปรดเตรียมบัตรประชาชนเพื่อซื้อตั๋วเข้าอุทยาน และงดนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งเข้าไปในพื้นที่
- สวมชุดที่เคลื่อนไหวสะดวกและรองเท้าที่มีดอกยางดีเพื่อป้องกันการลื่นล้ม
- ช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมเป็นช่วงที่ใบไม้สีทองสวยงามที่สุด และน้ำตกจะมีน้ำมากเป็นพิเศษ
- สามารถเดินทางไปชม มัสยิด 300 ปี (ตะโละมาเนาะ) ที่อยู่ในอำเภอเดียวกันได้ในเวลาเพียง 10-15 นาที
ค่าเข้าชม:
ค่าเข้าชมอุทยานแห่งชาติ
- ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
- ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 16:30 น.