“สัมผัสประวัติศาสตร์ เขื่อนทดน้ำแห่งแรกของไทย ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 พร้อมชมสถาปัตยกรรมบานระบายน้ำอันเป็นเอกลักษณ์และวิวแม่น้ำป่าสักที่กว้างขวาง”
เขื่อนพระรามหก (Rama VI Dam) เป็นมรดกทางวิศวกรรมชลประทานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของประเทศไทย และนับเป็นเขื่อนทดน้ำแห่งแรกของประเทศ ก่อสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งที่ส่งผลต่อการเกษตรในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ตัวเขื่อนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2467 โดยเดิมมีชื่อว่า “เขื่อนพระเฑียรราชา” ก่อนจะได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า “เขื่อนพระรามหก” เพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์แห่งพระปรีชาสามารถด้านการพัฒนาแหล่งน้ำของพระองค์
บทบาทสำคัญของเขื่อนพระรามหกคือการทดน้ำจากแม่น้ำป่าสักเข้าสู่ คลองระพีพัฒน์ ซึ่งเป็นระบบชลประทานสายหลักที่หล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมอันกว้างใหญ่ในภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และพื้นที่ใกล้เคียง เขื่อนแห่งนี้จึงถือเป็นต้นแบบของการจัดการน้ำสมัยใหม่ที่ช่วยเปลี่ยนแปลงระบบเกษตรกรรมของไทยจากการพึ่งพาธรรมชาติ ไปสู่การวางแผนใช้น้ำอย่างเป็นระบบ และยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาจนถึงปัจจุบัน
โครงสร้างที่โดดเด่นของเขื่อนคือ บานระบายน้ำเหล็กจำนวน 6 ช่อง ซึ่งออกแบบตามหลักวิศวกรรมตะวันตกในยุคนั้น มีความแข็งแรง ทนทาน และสง่างาม บริเวณตัวเขื่อนยังประดับด้วยตราสัญลักษณ์ประจำรัชกาลที่ 6 สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่กับอุดมการณ์ของรัฐชาติในยุคเริ่มต้นของการพัฒนาประเทศ
บริเวณใกล้เขื่อนเป็นที่ตั้งของ พระบรมอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นจุดที่ประชาชน นักเรียน และนักท่องเที่ยวมักมากราบสักการะเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์การชลประทานที่เป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจของประเทศ
บรรยากาศโดยรอบเขื่อนมีความสงบเงียบและร่มรื่น ด้วยลมเย็นจากแม่น้ำป่าสักที่พัดผ่านตลอดทั้งวัน พื้นที่ริมตลิ่งได้รับการพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ มีทางเดินและลานกว้างสำหรับพักผ่อน ชมวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำ โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์ตกสะท้อนผิวน้ำและโครงสร้างเขื่อน เกิดเป็นภาพที่งดงามและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์
สำหรับนักท่องเที่ยวและช่างภาพที่ชื่นชอบกลิ่นอายย้อนยุค เขื่อนพระรามหกเป็นจุดถ่ายภาพที่มีเอกลักษณ์ ด้วยสถาปัตยกรรมคลาสสิกและทัศนียภาพของแม่น้ำสายสำคัญของประเทศ นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมีร้านอาหารริมน้ำและร้านค้าชุมชนจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ทำให้การมาเยือนที่นี่เป็นการท่องเที่ยวที่ผสานทั้งความรู้ ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติได้อย่างลงตัว
เขื่อนพระรามหกจึงไม่ใช่เพียงโครงสร้างชลประทาน แต่เป็นสัญลักษณ์ของจุดเริ่มต้นการพัฒนาทรัพยากรน้ำของชาติ ที่ยังคงยืนหยัดและทำหน้าที่รับใช้ประชาชนไทยมานานกว่าศตวรรษ
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- ใช้เส้นทางอยุธยา-ท่าเรือ มุ่งหน้าเข้าสู่ตำบลท่าหลวง เขื่อนตั้งอยู่ใกล้กับวัดสะตือ สามารถเดินทางเชื่อมต่อกันได้ง่าย
รถโดยสารสาธารณะ:
- ขึ้นรถตู้จากกรุงเทพฯ ไปลงที่อำเภอท่าเรือ แล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่นไปยังบริเวณเขื่อน
คำแนะนำ
ช่วงเวลาแนะนำ:
- ช่วงเย็น (16:30 - 18:00 น.) เป็นช่วงที่อากาศดีที่สุดสำหรับการชมพระอาทิตย์ตกและถ่ายรูปสถาปัตยกรรมเขื่อน
การแต่งกาย:
- แต่งกายตามสบาย แต่ควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวกหากต้องการเดินชมทัศนียภาพรอบๆ บริเวณสันเขื่อน
การถ่ายภาพ:
- แนะนำมุมจากฝั่งแม่น้ำป่าสักด้านเหนือน้ำจะเห็นบานระบายน้ำเรียงตัวกันสวยงามมาก
การวางแผน:
- ควรวางแผนมาเที่ยวควบคู่กับวัดสะตือ เพราะอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่นาที และมีของกินท้องถิ่นอร่อยๆ ให้เลือกซื้อ
ค่าเข้าชม
-
นักท่องเที่ยวชาวไทย: ฟรี
-
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด
-
เปิดทำการทุกวัน: 06:00 – 18:00 น. (บริเวณสันเขื่อนอาจมีการจำกัดเวลาการใช้เส้นทางในบางช่วง)