“ศูนย์บัญชาการวัดเซ็นรินไซ ลำดับที่ 2 แห่ง Kyoto Gozan ต้นกำเนิดศาลาทอง–ศาลาเงิน และศิลปะหมึกญี่ปุ่น”
วัดโชโคคุจิ (Shokoku-ji) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1382 โดย อาชิกางะ โยชิมิตสึ (Ashikaga Yoshimitsu) โชกุนลำดับที่ 3 แห่งยุคมุโรมาจิ ผู้เดียวกับที่สร้าง วัดคินคะคุจิ (ศาลาทอง) วัดแห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นวัดเซ็นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเกียวโต และได้รับการจัดอันดับเป็นวัดลำดับที่ 2 ในระบบ เกียวโต โกซัน ซึ่งเป็นโครงสร้างวัดเซ็นระดับรัฐในอดีต
สิ่งที่หลายคนมักไม่ทราบคือ โชโคคุจิเป็นวัดแม่ (Head Temple) ของนิกายรินไซสายโชโคคุจิ โดยมีวัดชื่อดังระดับโลกอย่าง ศาลาทอง (Kinkaku-ji) และ ศาลาเงิน (Ginkaku-ji) เป็นวัดในเครืออย่างเป็นทางการ นั่นหมายความว่า รากเหง้าของสองสัญลักษณ์สำคัญของเกียวโต ล้วนเชื่อมโยงกลับมาที่โชโคคุจิแห่งนี้
ในอดีต วัดโชโคคุจิเคยมี เจดีย์ 7 ชั้น สูงประมาณ 109 เมตร ซึ่งถือเป็นสิ่งก่อสร้างทางพุทธศาสนาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นยุคนั้น สูงเกือบสองเท่าของเจดีย์วัดโทจิในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม เจดีย์นี้ถูกฟ้าผ่าทำลายหลายครั้ง และไม่เคยถูกสร้างขึ้นใหม่ เหลือไว้เพียงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่
หอธรรม (Hatto) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1605 คือหอธรรมของวัดเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่ยังคงสภาพดั้งเดิม ภายในประดิษฐานภาพมังกรบนเพดาน Banryu-zu ผลงานของ Kano Mitsunobu มังกรนี้มีชื่อเสียงในนาม “มังกรร่ำไห้ (Crying Dragon / Nakiryu)” หากยืนปรบมือใต้ปากมังกรโดยตรง เสียงสะท้อนจะก้องกังวานราวกับมังกรส่งเสียงร้อง แต่หากขยับออกเพียงเล็กน้อย เสียงนั้นจะหายไปทันที
โชโคคุจิยังเป็นศูนย์กลางของ Gozan Bungaku (วรรณกรรมห้าขุนเขา) และเป็นแหล่งกำเนิดศิลปะภาพหมึกแบบญี่ปุ่น พระศิลปินระดับตำนานอย่าง Josetsu, Shūbun และ Sesshū ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับวัดแห่งนี้ ทำให้โชโคคุจิถือเป็น “ต้นกำเนิดสุนทรียศาสตร์ญี่ปุ่น” ที่ส่งอิทธิพลยาวนานหลายศตวรรษ
ภายในบริเวณวัดยังมี พิพิธภัณฑ์โจเท็นคะคุ (Joten-kaku Museum) ซึ่งเก็บรักษาสมบัติระดับ National Treasure และ Important Cultural Property จำนวนมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจศิลปะและประวัติศาสตร์เชิงลึก
วิธีการเดินทาง
-
รถไฟใต้ดิน Kyoto Subway สาย Karasuma: ลงสถานี Imadegawa Station แล้วเดินประมาณ 5 นาที
-
วัดตั้งอยู่ติดกับ มหาวิทยาลัยโดชิชะ (Doshisha University) ทางเหนือของพระราชวังอิมพีเรียลเกียวโต
คำแนะนำ
-
อาคารหลักอย่าง Hatto และ Kaisando ไม่ได้เปิดทุกวัน ควรตรวจสอบช่วง Spring / Autumn Special Viewing
-
บรรยากาศรอบวัดเงียบ สงบ และเป็นย่านวิชาการ เหมาะกับการเดินชมแบบไม่เร่งรีบ
-
เหมาะมากสำหรับนักเดินทางที่ต้องการเข้าใจ “แก่นแท้ของเกียวโต” มากกว่าสถานที่ยอดนิยมทั่วไป
-
แนะนำควบคู่กับการเที่ยวพระราชวังอิมพีเรียลเกียวโตในวันเดียวกัน
ค่าเข้าชม:
-
บริเวณวัด: เข้าชมฟรี
-
พิพิธภัณฑ์และอาคารพิเศษ: มีค่าเข้าชมแยกต่างหาก (เฉพาะช่วงเปิด)
เวลาเปิด-ปิด:
-
บริเวณวัด: เปิดทุกวัน (10.00-16.00 น.)
-
อาคารหลักและพิพิธภัณฑ์: เปิดเป็นช่วง ๆ (ส่วนใหญ่ในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง)