“เป็นปราสาทหินที่สมบูรณ์ที่สุดจากการบูรณะแบบ อนาสติโลซิสผสมผสานกับความมหัศจรรย์ของดาราศาสตร์ที่ดวงอาทิตย์ส่องทะลุ 15 ช่องประตู และความขลังของ สะพานนาคราช ที่กลายเป็นภาพจำระดับประเทศผ่านตำนานพญานาคและซอฟต์พาวเวอร์อย่างละคร นาคี”
ปราสาทหินพนมรุ้ง (Phanom Rung Historical Park) เป็นเทวสถานขอมโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเล คำว่า พนมรุ้ง ในภาษาเขมรหมายถึง ภูเขาอันกว้างใหญ่ สถานที่แห่งนี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่ชัยภูมิที่ตั้ง แต่ยังเป็นที่สุดแห่งงานวิศวกรรมที่คืนชีพขึ้นมาด้วยกระบวนการ อนาสติโลซิส หรือเทคนิคการบูรณะที่รื้อชิ้นส่วนหินเดิมที่พังทลายลงมาทั้งหมด นำไปทำรหัสและเสริมความแข็งแรงก่อนจะวางกลับคืนตำแหน่งเดิมอย่างแม่นยำ ทำให้พนมรุ้งมีความสมบูรณ์เชิงสถาปัตยกรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราวกับเนรมิตเทวาลัยแห่งพระศิวะให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
หัวใจสำคัญที่เปรียบเสมือนอัญมณีของปราสาทคือ ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ประติมากรรมหินทรายสีชมพูที่แกะสลักอย่างละเอียดอ่อนช้อยที่สุด ซึ่งนอกจากความงามแล้วยังมีตำนานการทวงคืนที่ยิ่งใหญ่จากสหรัฐอเมริกากลับสู่มาตุภูมิในปี พ.ศ. 2531 กลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่คนไทยภาคภูมิใจที่สุด ความขลังของสถานที่แห่งนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงตำนานพื้นบ้านและสื่อสมัยใหม่ โดยเฉพาะ ละครเรื่องนาคี ที่ใช้ที่นี่เป็นฉากหลังสำคัญในเรื่องราวของ อีคำแก้ว หญิงสาวผู้มีร่างจำแลงเป็นพญานาค สะท้อนถึงความเชื่อเรื่องมนุษย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผูกพันอยู่กับปราสาทแห่งนี้มาอย่างยาวนาน
เมื่อย่างก้าวเข้าสู่เขตปราสาท ความอลังการจะเริ่มจาก สะพานนาคราช สะพานหินรูปกากบาทที่มีพญานาค 5 เศียรชูคออย่างสง่างาม ทำหน้าที่เป็นทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์สู่สรวงสวรรค์ตามคติจักรวาลวิทยา นำไปสู่ความมหัศจรรย์ของ ปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ส่องทะลุ 15 ช่องประตู ซึ่งช่างโบราณได้คำนวณตำแหน่งอาคารให้แสงอาทิตย์สาดส่องเป็นเส้นตรงผ่านช่องประตูปราสาททั้ง 15 ช่องอย่างน่าอัศจรรย์เพียงปีละ 4 ครั้งเท่านั้น ถือเป็นภูมิปัญญาทางดาราศาสตร์ที่แม่นยำเหนือกาลเวลา ความศรัทธาทั้งหมดนี้ยังถูกสืบทอดผ่าน การรำบวงสรวง (รำพนมรุ้ง) ในงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ซึ่งเป็นการร่ายรำที่ถอดแบบท่ารำมาจากภาพจำหลักนางอัปสราบนผนังปราสาท ผสมผสานกับจิตวิญญาณแห่งความเชื่อเรื่องพญานาคที่ปกปักรักษาเทวสถานแห่งนี้
นอกจากนี้ ตลอดสองข้างทางเดินสู่ปราสาทประธานยังรายล้อมด้วย เสานางเรียง ที่ทอดตัวยาวประดุจขบวนรับเสด็จ นำพาผู้มาเยือนเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งอดีตที่ความเชื่อเรื่องเทพเจ้าและพญานาคยังคงทรงพลัง ภายในตัวปราสาทเองยังมี โคนนทิ พาหนะของพระศิวะที่เฝ้าคอยปกปักรักษาเทวาลัยแห่งนี้ สะท้อนถึงศรัทธาอันมั่นคงที่ไม่เคยเสื่อมคลายตามกาลเวลา การได้มาเยือนพนมรุ้งจึงไม่ใช่แค่การมาดูโบราณสถาน แต่คือการก้าวเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการที่เรื่องราวของ อีคำแก้ว และมนตราแห่งขอมโบราณหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างน่าอัศจรรย์ ท่ามกลางหมู่เมฆบนยอดเขาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นไฟไหลหลาก แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นความเงียบสงบที่ชวนให้ผู้คนค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้หินทรายสีชมพูทุกก้อนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: จากตัวเมืองบุรีรัมย์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 219 ไปอำเภอประโคนชัย และต่อเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 มุ่งหน้าสู่อุทยานฯ มีที่จอดรถสะดวกสบาย
-
รถสาธารณะ: ขึ้นรถโดยสารสายบุรีรัมย์-นางรอง ลงที่ สามแยกตะโก จากนั้นต่อรถสองแถวหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างขึ้นไปยังตัวอุทยานฯ
คำแนะนำ
-
ตามรอยนาคี: จุดที่ถ่ายรูปสวยที่สุดคือบริเวณสะพานนาคราชและซุ้มประตูทางเข้าปราสาทประธาน จะได้ฟีลลิ่งเดียวกับในละครนาคี
-
การแต่งกาย: แนะนำชุดโทนสีเอิร์ธโทนหรือสีขาวเพื่อให้ตัดกับหินทรายสีชมพู และควรสวมรองเท้าผ้าใบที่ยึดเกาะพื้นหินได้ดี
-
เวลาทอง: ช่วงเช้า 07:00 - 09:00 น. แสงแดดจะนวลและอากาศไม่ร้อนจนเกินไป
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: 20 บาท
-
ชาวต่างชาติ: 100 บาท
-
บัตรรวม: สามารถซื้อบัตรรวมเพื่อเข้าชมทั้ง ปราสาทพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ ในราคาชาวไทย 30 บาท และชาวต่างชาติ 150 บาท (บัตรมีอายุใช้งาน 2 วัน)
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดทุกวัน: 07:00 น. – 18:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 24 รายการ)รีวิวเมื่อ 29 ต.ค. 55
รีวิวเมื่อ 11 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 11 ก.ย. 55
สำหรับพระพรหม ซึ่งประทับเหนือดอกบัวนั้น มีสี่พักตร์ สี่กร ถัดจากองค์พระนารายณ์มาทางซ้ายบริเวณเลี้ยวของทับหลัง มีรูปหน้ากาลคายพวงอุบะขนาดใหญ่ เหนือหน้ากาลมีรูปครุฑ ใช้มือยึดนาคไว้ข้างละต้นนอกจากนี้ยังปรากฏรูปสัตว์อื่น ๆ ได้แก่ นกแก้ว ลิง และนกหัสดีลิงก์คาบช้างอยู่ด้วย
การบรรทมสินธุ์ของพระนารายณ์นั้น คือ การบรรทมในช่วงการสร้างโลก การบรรทมแต่ละครั้งนั้น จะเกี่ยวกับยุคเวลาในแต่ละกัลป์ภาพทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ที่ปราสาทพนมรุ้งนี้ คงได้รับอิทธิพลจากคัมภีร์วราหปุราณะ เป็นคัมภีร์ที่ให้ความสำคัญแก่ พระนารายณ์เป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ในขณะที่พระนารายณ์ กำลังบรรทมอยู่นั้น ได้ทรางสุบินขึ้นจากพระนาภี บนดอกบัวได้บังเกิดพระพรหม และพระพรหมทรงเป็นผู้สร้างมนุษย์ และสิ่งต่าง ๆ
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
ปราสาทหินพนมรุ้งสร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ซึ่งนับถือ พระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด ดังนั้นเขาพนมรุ้งจึงเปรียบเสมือนเขาไกรลาสที่ประทับของพระศิวะ
องค์ประกอบและแผนผังของปราสาทพนมรุ้งได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเป็นแนวเส้นตรง และเน้นความสำคัญเข้าหาจุดศูนย์กลาง นั่นคือปราสาทประธานซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านขวาของบันไดทางขึ้นสู่ศาสนสถานมีอาคารที่เรียกว่า พลับพลา อาคารนี้อาจจะเป็นอาคารที่เรียกกันในปัจจุบันว่า พลับพลาเปลื้องเครื่อง ซึ่งเป็นที่พักจัดเตรียมองค์ของพระมหากษัตริย์ ก่อนเสด็จเข้าสู่การสักการะเทพเจ้าหรือประกอบพิธีกรรมในบริเวณศาสนสถาน
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 3 กษัตริย์แห่งเมืองพระนคร (พ.ศ. 1487-1511) ได้สถาปนาเทวาลัยถวายพระอิศวรที่เขาพนมรุ้ง ซึ่งในสมัยแรก ๆ คงยังไม่ใหญ่โตนัก ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511-1544) ได้ทรงอุทิศที่ดินและข้าทาสถวายแด่เทวสถานพนมรุ้ง ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่งราชวงศ์มหิทรปุระที่ปกครองดินแดนแถบนี้ (ซึ่งเป็นต้นตระกูลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด) ได้สร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นและได้ทรงบำเพ็ญพรตเป็นโยคี ณ ปราสาทพนมรุ้ง มีประวัติหลายอย่างทางวัถตุทางธรรมชาติกว่า100000 ปีควรอนุรักษ์ไว้ไห้ลูกหลานสืบต่อไป ความสวยงาม ความเป็นอยู่ของประชากร ของชาวจ.บุรีรัมย์
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 3 พ.ย. 53
อิ่มท้องไว้ก่อน..เพราะต้องเดินเที่ยวอีกนาน...
รีวิวเมื่อ 3 พ.ย. 53
ประกอบไปด้วยโบราณสถานสำคัญ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นราบ (ประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) คำว่า พนมรุ้ง นั้น มาจากภาษาเขมร คำว่า วนํรุง แปลว่า ภูเขาใหญ่
รีวิวเมื่อ 3 พ.ย. 53
พระนารายณ์บรรทมตะแคงขวา เหนือ พระยาอนันตนาคราช ซึ่งทอดตัวอยุ่เหนือมังกรอีกต่อหนึ่งท่ามกลางเกษียรสมุทรมีก้านดอกบัวผุด ขึ้นจากพระนาภีของพระองค์ มีพระพรหมประอยู่เหนือดอก บัวนั้น พระนารายณ์ทรงถือ คฑา สังข์ และจักรไว้ในพระหัตถ์หน้าซ้าย พระหัตถ์หลังซ้ายและพระหัตถ์หลังด้านขวา ตามลำดับ ส่วนพระหัตถ์หน้า ขวา รอบรับพระเศียรของพระองค์เองทรงมงกุฏรูปกรวยกภณฑล กรองศอ และทรงผ้าจีบเป็นริ้ว มีชายผ้ารูปหาปลาซ้อนกันอยู่ 2 ชั้นด้านหน้าคาดด้วย สายรัดพระองค์ มีอุบะขนาดสั้นห้อยประดับมีปพระลักษณมีชายาพระองค์ประทับนั้นอยู่ตรงปลายพระบาท