“ตื่นตาตื่นใจกับทุ่งดอกหงอนนาคสีม่วงที่ใหญ่ที่สุดในไทย แวะคลายร้อนที่น้ำตกสายทิพย์มอสสีเขียวมรกต และท้าทายพละกำลังบนเนินมรณะเพื่อแลกกับวิวพาโนรามาหลักล้าน”
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว (Phu Soi Dao National Park) คือที่สุดของความภูมิใจในสายเดินป่าไทย โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่ความเขียวขจีเข้าปกคลุมทุกพื้นที่ การเดินทางเริ่มต้นจากการวัดใจเดินเท้าผ่าน 5 เนินสุดโหด ตั้งแต่เนินส่งญาติไปจนถึง เนินมรณะ ที่ชันจนแทบจะเอาหน้าแนบเข่า แต่นี่คือบททดสอบชั้นดีเพื่อแลกกับการขึ้นไปสู่ลานสนสามใบที่ตั้งตระหง่านอยู่บนความสูงกว่า 1,633 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่นี่คือสวรรค์บนดินที่สายธรรมชาติใฝ่ฝัน เพราะเป็นที่ราบสูงกว้างใหญ่ที่มีต้นสนเรียงรายสุดลูกหูลูกตา เป็นจุดกางเต็นท์ที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปีและมีมนต์เสน่ห์ของสายหมอกที่ลอยผ่านตัวเราไปอย่างใกล้ชิด
ไฮไลท์ที่เปรียบเสมือนอัญมณีของภูสอยดาวคือ ทุ่งดอกหงอนนาค ดอกไม้ป่าสีม่วงอ่อนขนาดเล็กที่จะพากันบานสะพรั่งเต็มลานสนในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ภาพดอกหงอนนาคนับหมื่นดอกที่ล้อไปกับลมหนาวและหยดน้ำค้างเป็นภาพที่สวยงามจับตาจนเอไอแทบจะเจนภาพตามไม่ทัน ความอ่อนละมุนของกลีบดอกที่เบ่งบานกลางป่าสนสร้างบรรยากาศที่ดูนุ่มนวลและโรแมนติกอย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากทุ่งดอกไม้แล้ว อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือ น้ำตกสายทิพย์ น้ำตกขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนลานสน ความโดดเด่นของที่นี่คือความอุดมสมบูรณ์ที่หาได้ยาก โดยมีมอสและเฟิร์นสีเขียวสดขึ้นปกคลุมหน้าผาหินจนมองเห็นเป็นสีเขียวมรกตตัดกับสายน้ำสีขาวที่ไหลลดหลั่นลงมาอย่างอ่อนช้อย
ความพิเศษของภูสอยดาวไม่ได้มีแค่บนยอดดอย เพราะที่บริเวณตีนเขายังมี น้ำตกภูสอยดาว ที่มีน้ำไหลแรงตลอดปีให้ได้แวะพักล้างหน้าให้ชื่นใจก่อนหรือหลังการเดินทาง การเดินป่าที่นี่คือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติในรูปแบบที่แท้จริง เนื่องจากบนลานสนไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ฟุ่มเฟือย มีเพียงความสงบและเสียงลมพัดใบสน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบแคมป์ปิ้งที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยพลังงานบวก ได้ดื่มด่ำกับพระอาทิตย์ตกดินริมหน้าผาพรมแดนไทย-ลาว และนอนมองดวงดาวนับล้านที่พราวระยับอยู่เหนือยอดสนจนรู้สึกเหมือนถูก สอยดาว ลงมาไว้ข้างตัวจริงๆ
การมาเยือนที่นี่ในช่วงที่กำลังฮิตที่สุดจึงไม่ใช่แค่การไปเพื่อเช็คอิน แต่เป็นการไปเพื่อ บำบัด จิตใจด้วยความสวยงามของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ทุ่งดอกหงอนนาคที่ทนต่อลมแรง น้ำตกที่ชุ่มฉ่ำกลางป่าลึก และรอยยิ้มของเหล่านักเดินทางที่ร่วมชะตากรรมบนเส้นทางสูงชัน ทุกองค์ประกอบหลอมรวมเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ภูสอยดาวเป็นจุดหมายปลายทางที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ การแบกเป้ขึ้นไปสัมผัสความงามของทุ่งหงอนนาคท่ามกลางไอหมอกบนภูสอยดาว คือคำตอบที่รับรองว่าคุณจะประทับใจจนลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: จากอุตรดิตถ์ใช้เส้นทาง อ.น้ำปาด เข้าสู่ทางหลวง 1268 ผ่านบ้านห้วยมุ่นจนถึงที่ทำการอุทยานฯ ถนนลาดยางตลอดสายเข้าถึงง่าย
-
รถโดยสาร: นั่งรถมาลงสถานีขนส่งอุตรดิตถ์ ต่อรถโดยสารไปอำเภอน้ำปาด แล้วใช้บริการรถเหมา (สองแถว) เพื่อเข้าสู่อุทยาน
คำแนะนำ
-
จองคิวด่วน: ตอนนี้ฮิตมาก ต้องจองผ่านแอป QueQ ล่วงหน้าเท่านั้น และตรวจสอบวันเปิด-ปิดฤดูกาลเดินป่าให้ดี
-
เตรียมร่างกาย: ควรวอร์มร่างกายให้พร้อม และเตรียมชุดกันฝน/ถุงกันทากหากไปช่วงหน้าฝน
-
ลูกหาบ: ควรมาถึงเช้าๆ เพื่อติดต่อลูกหาบ เนื่องจากลูกหาบมีจำนวนจำกัดและคิวอาจเต็มเร็วมาก
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 200 บาท / เด็ก 100 บาท
เวลาเปิด-ปิด:
-
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเปิด: 08:00 – 16:30 น. (อนุญาตให้เดินเท้าขึ้นเขาสูงสุดไม่เกิน 14:00 น.)
ฤดูกาลเปิด-ปิด (ลานสนภูสอยดาว):
- ช่วงเปิดท่องเที่ยว เริ่มตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ถึง 10 มกราคม ของทุกปี
- ช่วงปิดป่าฟื้นฟู ตั้งแต่ 11 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน ของทุกปี
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 5 รายการ)รีวิวเมื่อ 3 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 3 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 3 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 23 พ.ย. 53
จากพิษโลก_ชาติตระการ ทางที่บอกระยะทาง 96 ก.ม จะประหยัดไปมากกว่า
รีวิวเมื่อ 23 พ.ย. 53