“สวนมอสในตำนานที่ปกคลุมด้วยมอสกว่า 120 สายพันธุ์ พร้อมสระน้ำรูปหัวใจและกิจกรรมคัดพระสูตรที่มอบประสบการณ์ความสงบและสมาธิอย่างลึกซึ้ง”
วัดไซโฮจิ(Saiho-ji Temple) เป็นหนึ่งใน 17 สถานที่โบราณของเกียวโต (Historic Monuments of Ancient Kyoto) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO สวนมอสของวัดนี้เป็นหนึ่งในสวนที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก โดยมีต้นกำเนิดและการออกแบบโดย พระมุโซ โซเซกิ (Muso Soseki) ปรมาจารย์ด้านเซนและนักจัดสวนผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น สวนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติทั้งหมด แต่ถูกสร้างสรรค์ให้เป็นอัญมณีแห่งการปฏิบัติธรรม
สวนแบ่งออกเป็นสองระดับ: สวนชั้นล่างเป็นสวนมอสล้อมรอบสระน้ำรูปตัวอักษรจีน “หัวใจ” (心) ตามสไตล์สวนน้ำแบบดั้งเดิม ส่วนสวนชั้นบนเป็นสวนหินแห้ง (Karesansui) รุ่นบุกเบิก ซึ่งเป็นต้นแบบของสวนเซนที่ใช้หินแทนภูเขาและน้ำในยุคต่อมา
เสน่ห์ของมอสที่นี่ไม่ใช่เพียงความงดงาม มอสกว่า 120 สายพันธุ์ไม่ได้มีแค่สีเขียวเข้ม แต่ยังมีเฉดเขียวทอง เขียวมรกต และเขียวมะกอก ซึ่งเปลี่ยนสีไปตามแสงที่ส่องผ่านแมกไม้ หลังสงคราม วัดเคยถูกทิ้งร้าง และด้วยสภาพอากาศชื้นของหุบเขาอาราชิยามะ มอสจึงเริ่มปกคลุมพื้นที่ไปทั่ว กลายเป็นความงามที่เกิดจาก กาลเวลาและธรรมชาติ (Wabi-Sabi)
กิจกรรม คัดพระสูตร (Shakyo) เป็นมากกว่าธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็น “ประตู” สู่วิถีเซน ภายในห้องโถงไม้ที่มีกลิ่นธูปและน้ำหมึกจีน ผู้เข้าชมจะคัดลอกอักษรคันจิจากพระสูตร “ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร” (Heart Sutra) ลงบนกระดาษบาง ๆ โดยส่วนใหญ่กิจกรรมจะจัดในห้องโถง แต่ในบางช่วงอาจปรับเป็นการเขียนคำอธิษฐานลงบนไม้โกมะตามความสมัครใจ เมื่อเสร็จแล้วกระดาษหรือไม้จะถูกนำไปถวายหน้าแท่นบูชาพระประธาน เพื่อเป็นการเคารพและฝึกสมาธิก่อนเข้าสู่สวนมอส
แม้ฤดูฝน (มิถุนายน–กรกฎาคม) จะเป็นช่วงที่สวยที่สุด แต่ฤดูกาลอื่นก็มีเสน่ห์เช่นกัน:
ในฤดูใบไม้ร่วง (พฤศจิกายน) ใบเมเปิ้ลสีแดงสดร่วงลงบนพรมมอสสีเขียว สร้างภาพงดงามราวกับภาพวาด ส่วนฤดูหนาว หากมีหิมะตก สีขาวของหิมะที่แซมตามซอกมอสจะให้บรรยากาศเงียบสงัดและขรึมขลัง
การเข้าชมต้อง จองล่วงหน้าเท่านั้น และแนะนำให้จองผ่านระบบออนไลน์ 1–2 เดือนก่อน โดยเฉพาะช่วง High Season ผู้เข้าชมควรเตรียมร่างกายให้พร้อม สวมเสื้อผ้าสุภาพและขยับตัวสะดวก พกถุงเท้าสะอาดสำหรับเดินบนพื้นไม้ และใช้เสียงเบาเพื่อไม่รบกวนผู้อื่น สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกนั่งคุกเข่า (Seiza) สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอใช้โต๊ะหรือเก้าอี้นั่งได้ บางพื้นที่อาจไม่มีถังขยะ จึงควรพกถุงสำหรับเก็บขยะส่วนตัว ระยะเวลาในการเข้าชมรวมกิจกรรมและเดินชมสวนประมาณ 1–2 ชั่วโมง และ อนุญาตให้ถ่ายภาพเฉพาะในสวนเท่านั้น (ห้ามใช้แฟลชและขาตั้งกล้อง)
วิธีการเดินทาง
- จากสถานีเกียวโต (Kyoto Station) นั่งรถบัสสาย 73 ลงป้าย Kokedera Suzumushidera แล้วเดินต่อประมาณ 3–5 นาที
คำแนะนำ
-
อยู่ใกล้ วัดสุซุมุชิ (Suzumushi-dera) สามารถจัดทริปเที่ยวคู่กันได้
-
แนะนำไปช่วงเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนและเพลิดเพลินกับความสงบของสวน
-
เตรียมรองเท้าที่ถอด-ใส่สะดวก
-
เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ ศิลปะการจัดสวนเซน และประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ
ค่าเข้าชม:
-
ค่าเข้าชม: 4,000 เยน (รวมกิจกรรมคัดพระสูตรและอุปกรณ์แล้ว)
เวลาเปิด-ปิด:
-
09:00 – 16:00 น. (รอบการเข้าชมอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล)