“ผืนป่ามรดกโลกทางธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดดเด่นด้วยจุดชมทะเลหมอกพะเนินทุ่งที่สวยงามตลอดปีและเป็นสวรรค์ของนักดูนกและผีเสื้อ”
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (Kaeng Krachan National Park) เป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เนื่องจากมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,900 ตารางกิโลเมตร ในจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ทำหน้าที่เป็นป่าต้นน้ำหลักที่หล่อเลี้ยงแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเกษตร วิถีชีวิต และระบบน้ำของชุมชนโดยรอบ
ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนในแนวเทือกเขาตะนาวศรี มีระดับความสูงแตกต่างกันมาก ส่งผลให้เกิดความหลากหลายของสภาพภูมิอากาศและชนิดของป่า ตั้งแต่ป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ไปจนถึงป่าเบญจพรรณ พื้นที่จำนวนมากยังคงความสมบูรณ์แทบไม่ถูกรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์ ทำให้แก่งกระจานเป็นหนึ่งในผืนป่าที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานถือเป็นศูนย์กลางความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญ เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์จำนวนมาก เช่น เสือโคร่ง ช้างป่า กระทิง หมาใน และสมเสร็จ รวมถึงสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และแมลงนานาชนิด โดยเฉพาะผีเสื้อซึ่งพบได้มากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นสวรรค์ของนักดูผีเสื้อและนักชีววิทยา
ในด้านการดูนก อุทยานแห่งนี้มีบันทึกนกมากกว่า 400 ชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ เช่น นกเงือกหลายสายพันธุ์ เหยี่ยว นกกินปลี และนกป่าหายาก ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักดูนกจากทั่วโลกที่ต้องการมาสัมผัสธรรมชาติในสภาพแวดล้อมที่แท้จริง
หนึ่งในประสบการณ์ที่โดดเด่นที่สุดคือการเดินทางขึ้นสู่ ยอดเขาพะเนินทุ่ง จุดชมวิวและทะเลหมอกชื่อดัง ที่สามารถมองเห็นหมอกปกคลุมหุบเขาได้เกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่ บรรยากาศเงียบสงบ อากาศเย็นสดชื่น และทิวทัศน์ของแนวเขาที่ทอดยาวต่อเนื่องไปจนถึงชายแดนไทย–เมียนมา สร้างความรู้สึกยิ่งใหญ่และศรัทธาต่อธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานยังมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ การตั้งแคมป์ พักผ่อนริมอ่างเก็บน้ำ และการชมพระอาทิตย์ขึ้น–ตกในมุมที่งดงาม สำหรับนักถ่ายภาพ ศิลปิน และคู่รัก สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ตั้งแต่สะพานแขวนเหนืออ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน บรรยากาศโรแมนติกยามเย็น ไปจนถึงความลึกลับของป่าลึกที่แสงแดดส่องลอดผ่านเรือนยอดไม้
การมาเยือนแก่งกระจานจึงไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่เป็นการเรียนรู้คุณค่าของผืนป่ามรดกโลก การอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเคารพ และการสร้างความทรงจำอันล้ำค่าที่จะคงอยู่ในใจผู้มาเยือนไปอีกยาวนาน
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- ใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) มุ่งหน้าสู่เพชรบุรี แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3499 เข้าสู่ที่ทำการอุทยานฯ
รถตู้สาธารณะ:
- ขึ้นรถตู้สายกรุงเทพฯ-แก่งกระจาน จากสถานีขนส่งสายใต้หรือหมอชิต ลงที่ตัวอำเภอแก่งกระจานแล้วต่อรถรับจ้าง
บริการรถเช่าเหมา:
- สำหรับการขึ้นพะเนินทุ่ง แนะนำให้ใช้บริการรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อของกลุ่มชุมชนในพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
คำแนะนำ
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน แต่ทะเลหมอกพะเนินทุ่งสามารถชมได้เกือบตลอดปี ยกเว้นช่วงปิดป่าเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ (สิงหาคม - ตุลาคม)
-
ควรเตรียมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่ยึดเกาะได้ดี และเตรียมเสื้อกันหนาวหากจะขึ้นไปพักค้างคืนบนยอดเขา
-
สำหรับนักถ่ายภาพ ควรเตรียมเลนส์เทเลสำหรับการถ่ายภาพสัตว์ป่าและนก และเลนส์มุมกว้างสำหรับภาพวิวทิวทัศน์
-
ภายในอุทยานมีร้านอาหารสวัสดิการให้บริการ แต่หากไปจุดกางเต็นท์ควรเตรียมเสบียงและน้ำดื่มไปให้เพียงพอ
-
ไม่อนุญาตให้นำรถเก๋งหรือรถโหลดเตี้ยขึ้นยอดเขาพะเนินทุ่ง และมีการกำหนดเวลาขึ้น-ลงเขาเป็นรอบเพื่อความปลอดภัยทางจราจร
ค่าธรรมเนียมเข้าชม
- ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 60 บาท, เด็ก 30 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 300 บาท, เด็ก 150 บาท
เวลาทำการ
- เปิดทุกวัน 06:00 – 18:00 น.
-
จุดชมวิวพะเนินทุ่งมีกำหนดเวลาขึ้น-ลง: รอบเช้าขึ้น 05:30 – 07:30 น. และลง 09:00 – 10:00 น.