“รูปปั้นมะขามยักษ์สีทองเด่นตระหง่าน ด้านในจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายประวัติศาสตร์และเรื่องราวหาชมยาก ยุคที่เพชรบูรณ์เกือบได้กลายเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย”
หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์ (Nakhonban Phetchabun Cultural Hall) ถือเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ทำหน้าที่รวบรวมและถ่ายทอดเรื่องราวของช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนหลักเมืองพัฒนา ใจกลางอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ตรงข้ามกับศาลหลักเมืองเพชรบูรณ์ เดิมพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นศาลาประชาคมจังหวัดหลังเก่า ก่อนจะได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นหอวัฒนธรรมและศูนย์การเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2546 ภายใต้การดูแลของเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับ “นครบาลเพชรบูรณ์” โครงการสำคัญในยุคสงครามที่เคยมีแนวคิดจะย้ายเมืองหลวงของประเทศไทยจากกรุงเทพมหานครมายังจังหวัดเพชรบูรณ์
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2486–2488 ในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยอยู่ท่ามกลางสถานการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 กรุงเทพมหานครในเวลานั้นเผชิญความเสี่ยงจากการโจมตีทางอากาศและภัยคุกคามทางทหาร รัฐบาลจึงมองหาพื้นที่ที่มีลักษณะภูมิประเทศเหมาะสมสำหรับใช้เป็นศูนย์กลางการบริหารประเทศแห่งใหม่ จังหวัดเพชรบูรณ์ได้รับความสนใจเนื่องจากมีภูเขาล้อมรอบ มีสภาพภูมิประเทศที่สามารถป้องกันทางยุทธศาสตร์ได้ดี และอยู่ห่างไกลจากพื้นที่ชายฝั่งทะเล แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่โครงการ “นครบาลเพชรบูรณ์” ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาเมืองให้กลายเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของประเทศ แม้ท้ายที่สุดโครงการจะไม่ได้เกิดขึ้นจริงอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองและสงครามที่เปลี่ยนแปลงไป แต่เหตุการณ์นี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญและน่าสนใจที่สุดของประเทศไทยยุคใหม่
ภายในหอวัฒนธรรมมีการจัดแสดงนิทรรศการถาวรที่รวบรวมภาพถ่ายเก่า เอกสารสำคัญ บันทึกทางราชการ แผนที่ และข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนครบาลเพชรบูรณ์อย่างละเอียด ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ถึงแนวคิดในการย้ายเมืองหลวง สภาพสังคมและการเมืองของประเทศไทยในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงแผนพัฒนาเมืองและแนวคิดด้านยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลในขณะนั้นวางไว้ นิทรรศการหลายส่วนยังสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของสงครามโลกที่มีต่อแนวคิดการบริหารประเทศและการวางผังเมืองของไทยในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ได้อย่างชัดเจน
นอกจากเรื่องราวเกี่ยวกับนครบาลเพชรบูรณ์แล้ว ภายในอาคารยังทำหน้าที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีการจัดแสดงโบราณวัตถุ เครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน ภาพวิถีชีวิต และหลักฐานทางโบราณคดีจากพื้นที่ต่าง ๆ ภายในจังหวัด ผู้เข้าชมสามารถศึกษาพัฒนาการของชุมชนในท้องถิ่นตั้งแต่อดีตกาล วิถีชีวิตของผู้คน ความเชื่อทางศาสนา ภูมิปัญญาพื้นบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับภูมิประเทศแบบหุบเขาและภูเขาของเพชรบูรณ์ ซึ่งช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความต่อเนื่องของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นตั้งแต่ยุคโบราณมาจนถึงยุคการเมืองสมัยใหม่
ตัวอาคารของหอวัฒนธรรมยังคงรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารราชการท้องถิ่นในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 เอาไว้ ภายในมีพื้นที่โถงกว้างและหอประชุมขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับจัดกิจกรรมสาธารณะ นิทรรศการ และงานด้านวัฒนธรรมต่าง ๆ ด้านหน้าอาคารมีสัญลักษณ์สำคัญคือรูปปั้นฝักมะขามหวานสีทองขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นตัวแทนของสินค้าขึ้นชื่อประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ มะขามหวานถือเป็นผลผลิตที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดมาอย่างยาวนาน และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมะขามคุณภาพดีที่สุดของประเทศไทย รูปปั้นดังกล่าวจึงกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมและเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน
นอกเหนือจากบทบาทในฐานะพิพิธภัณฑ์ หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์ยังเป็นศูนย์กลางกิจกรรมของชุมชนและการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น พื้นที่หอประชุมและเวทีหลักมักถูกใช้สำหรับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การประชุมสัมมนา นิทรรศการทางการศึกษา รวมถึงกิจกรรมของหน่วยงานราชการและสถานศึกษาในจังหวัด ในช่วงเทศกาลสำคัญหรือกิจกรรมประจำจังหวัด สถานที่แห่งนี้มักกลายเป็นพื้นที่จัดงานที่ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชาวเพชรบูรณ์ ทำให้หอวัฒนธรรมแห่งนี้มีบทบาททั้งในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศูนย์กลางวัฒนธรรมของชุมชนไปพร้อมกัน
ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ใจกลางเมือง หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์จึงมักถูกจัดรวมอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของตัวเมืองเพชรบูรณ์ นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาสักการะศาลหลักเมืองเพชรบูรณ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนเดินชมพิพิธภัณฑ์และเดินทางต่อไปยังหอโบราณคดีเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง บรรยากาศโดยรอบมีความเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ นักเรียน นักวิชาการ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้เรื่องราวอีกมุมหนึ่งของประเทศไทยในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ควบคู่ไปกับการศึกษารากเหง้าทางวัฒนธรรมของจังหวัดเพชรบูรณ์อย่างลึกซึ้ง
วิธีการเดินทาง
- หอวัฒนธรรมฯ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเพชรบูรณ์ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมาตามถนนสายหลักในตัวเมืองเพื่อเข้าสู่ถนนหลักเมืองพัฒนา ตัวอาคารจะตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามศาลหลักเมืองเพชรบูรณ์พอดี หรือหากเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง สามารถต่อรถสามล้อเครื่อง (รถสกายแล็ป) ภายในตัวเมืองให้มาส่งที่หน้าสถานที่ได้อย่างสะดวกสบาย
คำแนะนำ
- ควรมาเที่ยวช่วงเช้า อากาศไม่ร้อนและบรรยากาศเงียบสงบ
- สามารถเที่ยวคู่กับศาลหลักเมืองเพชรบูรณ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้
- ควรเผื่อเวลาเข้าชมประมาณ 45–60 นาที
- อ่านป้ายนิทรรศการอย่างละเอียดเพื่อเข้าใจประวัติศาสตร์มากขึ้น
ค่าเข้าชม:
- ไม่เสียค่าเข้าชม
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดทำการทุกวัน เวลา 09:00 น. – 16:30 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 1 รายการ)รีวิวเมื่อ 10 ส.ค. 53