“ไร่ บี เอ็น ฟาร์มเพาะปลูก และจำหน่ายเป็นของฝาก ผักและผลไม้เมืองหนาว เช่น ฟักแม้ว ผักกาดแก้ว สตอเบอร์รี่ ลิ้นจี่ บรอคเคอรี่”
ไร่ บี.เอ็น. (B.N. Farm) เป็นหนึ่งในฟาร์มเอกชนยุคบุกเบิกของเขาค้อที่เริ่มพัฒนาพื้นที่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 ในช่วงเวลาที่เขาค้อยังไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังเหมือนปัจจุบัน พื้นที่ส่วนใหญ่ในยุคนั้นยังเป็นภูเขา ป่าไม้ และชุมชนเกษตรกรรมขนาดเล็ก การเข้ามาพัฒนาพื้นที่เพื่อทำเกษตรบนภูเขาสูงจึงถือเป็นความท้าทายอย่างมาก ทั้งในเรื่องสภาพภูมิประเทศ การคมนาคม และเทคนิคการเพาะปลูกพืชเมืองหนาวจุดเริ่มต้นสำคัญของไร่คือการทดลองปลูกพืชเมืองหนาวบนพื้นที่สูงของเขาค้อ ซึ่งมีอากาศเย็นตลอดปีและเหมาะกับพืชที่ปกติปลูกได้ดีในภาคเหนือ เช่น สตรอว์เบอร์รี แมคคาเดเมีย อะโวคาโด และผักสลัดต่าง ๆ ผลผลิตเหล่านี้ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับไร่ และกลายเป็นต้นแบบของการทำเกษตรบนพื้นที่สูงในจังหวัดเพชรบูรณ์
เมื่อเขาค้อเริ่มพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยว ไร่ บี.เอ็น. ก็ได้ปรับตัวจากฟาร์มเกษตรแบบดั้งเดิมสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ผสมผสานธรรมชาติเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ ภายในพื้นที่มีทั้งสวนดอกไม้ แปลงผักเมืองหนาว ร้านกาแฟ ร้านขายของฝาก และจุดพักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยว ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในจุดแวะยอดนิยมของผู้ที่เดินทางขึ้นเขาค้อพื้นที่ของไร่ตั้งอยู่บริเวณตำบลแคมป์สน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างเส้นทางขึ้นเขาค้อและภูทับเบิก มีระดับความสูงประมาณ 700–900 เมตรจากระดับน้ำทะเล ส่งผลให้อากาศเย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมในตอนเช้า บรรยากาศโดยรอบจึงเหมาะกับการพักผ่อนและการปลูกพืชเมืองหนาวคุณภาพสูงแนวคิดสำคัญของไร่ บี.เอ็น. คือการทำเกษตรแบบผสมผสาน โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายโซน ทั้งแปลงผักปลอดสาร โซนผลไม้เมืองหนาว สวนดอกไม้ โรงแปรรูปผลผลิต และพื้นที่ร้านอาหาร–คาเฟ่ แนวทางนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตทางการเกษตร และทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้กระบวนการตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว การแปรรูป ไปจนถึงการจำหน่ายได้ในสถานที่เดียว
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของไร่คือ “The Front By B.N. Farm” คาเฟ่ดีไซน์โมเดิร์นที่ออกแบบให้เปิดรับวิวภูเขาและธรรมชาติโดยรอบ ภายในร้านมีทั้งกาแฟ เครื่องดื่มผลไม้สด เค้กโฮมเมด และไอศกรีมสูตรพิเศษที่ใช้ผลผลิตจริงจากทางไร่ เช่น ไอศกรีมแมคคาเดเมียและไอศกรีมสตรอว์เบอร์รี ซึ่งกลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากตั้งใจมาลองชิมอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญของไร่คือทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาลที่มีการปรับเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นดอกคอสมอส ทานตะวัน ซัลเวีย หรือดอกกระดาษ โดยมีการออกแบบแปลงดอกไม้ให้สามารถมองเห็นวิวภูเขาของเขาค้อเป็นฉากหลัง จึงได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อากาศเย็นและดอกไม้บานพร้อมกันหลายชนิด
นอกจากความสวยงามของสถานที่แล้ว ไร่ บี.เอ็น. ยังมีชื่อเสียงเรื่องของฝากและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตร เช่น แยมผลไม้ ผลไม้กวน แมคคาเดเมียอบ ผักสลัดปลอดสาร น้ำผลไม้ และไอศกรีมโฮมเมด ซึ่งเป็นสินค้าที่สะท้อนแนวคิด “Farm to Table” ได้อย่างชัดเจน เพราะใช้วัตถุดิบสดใหม่จากภายในไร่โดยตรงในอดีต ไร่ บี.เอ็น. ถือเป็นจุดพักรถสำคัญของนักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นเขาค้อ เนื่องจากมีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ห้องน้ำ และร้านขายของฝากครบในจุดเดียว ทำให้หลายคนคุ้นเคยกับที่นี่ในฐานะแลนด์มาร์กดั้งเดิมของเขาค้อ แม้ปัจจุบันจะมีคาเฟ่และสถานที่ท่องเที่ยวใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก แต่ไร่แห่งนี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นฟาร์มเกษตรบนพื้นที่สูงเอาไว้ได้อย่างชัดเจนช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการท่องเที่ยวคือเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศหนาว ดอกไม้กำลังบาน และมีผลผลิตเมืองหนาวออกมากที่สุด ส่วนช่วงฤดูฝนตั้งแต่กรกฎาคมถึงตุลาคม บรรยากาศจะเขียวชอุ่มและมีหมอกหนา เหมาะกับการพักผ่อนและถ่ายภาพธรรมชาติเช่นกัน
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์: จากตัวเมืองเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ไปทางอำเภอหล่มสัก จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก–หล่มสัก) มุ่งหน้าแคมป์สน เมื่อถึงแยกแคมป์สนให้เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2196 (ทางขึ้นเขาค้อ) ขับต่อประมาณ 3 กิโลเมตร จะพบทางเข้าไร่ บี.เอ็น. อยู่ด้านขวามือ
คำแนะนำ
ค่าเข้าชม:
- โซนร้านค้า ร้านกาแฟ และร้านของฝาก: เข้าชมฟรี
- โซนสวนดอกไม้และทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาล: อาจมีค่าบำรุงสถานที่ประมาณ 20–40 บาทต่อท่าน ขึ้นอยู่กับช่วงเทศกาล
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดทุกวัน เวลา 08:30 น. – 17:00 น.