“วิวทุ่งกังหันลมสุดอลังการ คู่ทุ่งดอกไม้เมืองหนาวหลากสีสันตามฤดูกาล พร้อมมุมถ่ายรูปเช็กอินสไตล์บาหลีและม้งท่ามกลางไอหมอกเย็นสบายตลอดปี”
ไร่สตรอเบอรี่ GB เขาค้อ (Rai Strawberry GB Khao Kho) เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและจุดชมวิวชื่อดังที่ตั้งอยู่ในโซนทุ่งกังหันลมเขาค้อ พื้นที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ตั้งอยู่บนแนวสันเขาสูงของตำบลทุ่งสมอ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบริเวณที่มีอากาศเย็นสบายเกือบตลอดทั้งปีของจังหวัดเพชรบูรณ์ ด้วยลักษณะภูมิประเทศแบบภูเขาสลับซับซ้อน ทำให้พื้นที่แห่งนี้สามารถปลูกพืชเมืองหนาว ดอกไม้ตามฤดูกาล และสตรอเบอรี่ได้ดี โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาวไปจนถึงฤดูหนาว อากาศจะเย็นจัดในช่วงเช้าและมีสายหมอกปกคลุมเหนือเนินเขา สร้างบรรยากาศที่โดดเด่นจนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กยอดนิยมของเขาค้อ
จุดเด่นสำคัญของไร่ จีบี คือทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับทุ่งกังหันลมเขาค้อ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นกังหันลมสีขาวขนาดใหญ่เรียงตัวอยู่บนแนวเขาได้อย่างชัดเจน ภาพของทุ่งดอกไม้สีสันสดใสที่ตัดกับท้องฟ้ากว้างและฉากหลังกังหันลม กลายเป็นมุมถ่ายภาพยอดนิยมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในโลกโซเชียล โดยเฉพาะในช่วงเช้าเมื่อมีทะเลหมอกลอยผ่านเนินเขา และช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์สีทองส่องกระทบแปลงดอกไม้และใบหญ้า ทำให้บรรยากาศดูนุ่มนวลและโรแมนติกอย่างมาก
ภายในไร่มีการจัดพื้นที่ปลูกดอกไม้เมืองหนาวหมุนเวียนตามฤดูกาล เช่น ดอกคอสมอส ดอกเสี้ยนฝรั่ง ดอกเวอร์บีน่า และไม้ดอกสีสันต่าง ๆ ที่เหมาะกับสภาพอากาศเย็นของเขาค้อ การจัดแปลงดอกไม้จะถูกออกแบบเป็นแนวขั้นบันไดไปตามความลาดชันของภูเขา ทำให้เมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นเป็นชั้นสีสันไล่ระดับอย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถเดินตามสะพานไม้ ทางเดิน และจุดชมวิวที่ทางไร่จัดเตรียมไว้ เพื่อถ่ายภาพและชมวิวได้อย่างใกล้ชิดโดยไม่รบกวนพื้นที่เพาะปลูกมากนัก หลายจุดยังมีพร็อพถ่ายภาพ เช่น ชิงช้าไม้ รังนกสไตล์บาหลี ซุ้มไม้ไผ่ และมุมตกแต่งสไตล์ชนเผ่าม้ง ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่เขาค้อได้เป็นอย่างดี
แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นที่รู้จักในชื่อ “ไร่สตรอเบอรี่” แต่ผลผลิตสตรอเบอรี่จะมีมากในช่วงฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็นเหมาะต่อการเติบโตของผลไม้เมืองหนาว นักท่องเที่ยวบางช่วงอาจมีโอกาสชมแปลงสตรอเบอรี่และเลือกซื้อผลสดจากทางไร่ได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ปริมาณผลผลิตขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและรอบการเพาะปลูกในแต่ละปี นอกจากสตรอเบอรี่แล้ว ภายในพื้นที่ยังมีร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม ของฝาก และสินค้าทางการเกษตรพื้นถิ่น เช่น น้ำผลไม้ สมูทตี้ ขนม และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้เมืองหนาว ซึ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศการท่องเที่ยวแบบฟาร์มบนภูเขาได้อย่างสมบูรณ์
เสน่ห์อีกอย่างของไร่ จีบี คือบรรยากาศโดยรอบที่เปิดกว้าง สามารถมองเห็นวิวภูเขาสลับซับซ้อนของเขาค้อได้ไกลสุดสายตา ในวันที่อากาศเปิด นักท่องเที่ยวจะเห็นแนวภูเขาสีเขียวทอดยาวตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม ส่วนในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว พื้นที่นี้มักเกิดทะเลหมอกในช่วงเช้า ทำให้ทั้งบริเวณดูคล้ายรีสอร์ตกลางหุบเขาทางภาคเหนือของประเทศไทย อุณหภูมิในช่วงปลายปีบางวันอาจลดต่ำจนสัมผัสได้ถึงอากาศหนาวเย็นอย่างชัดเจน จึงทำให้เขาค้อได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งใน “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” และไร่ จีบี ก็เป็นหนึ่งในจุดที่สามารถสัมผัสบรรยากาศนั้นได้อย่างใกล้ชิด
นอกจากความสวยงามด้านธรรมชาติแล้ว พื้นที่รอบทุ่งกังหันลมยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เชื่อมต่อกับสถานที่อื่น ๆ ของเขาค้อได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จุดชมวิวเขาค้อ พระตำหนักเขาค้อ และคาเฟ่บนภูเขาหลายแห่ง นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงนิยมแวะเที่ยวไร่ จีบี ควบคู่กับการขับรถชมวิวรอบเขาค้อแบบหนึ่งวันหรือพักค้างคืนเพื่อชมทะเลหมอกในช่วงเช้า บรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างทุ่งดอกไม้ สายลมเย็น ภูเขา และกังหันลมขนาดใหญ่ ทำให้ไร่สตรอเบอรี่ จีบี เขาค้อ กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มนักถ่ายภาพ คู่รัก ครอบครัว และนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของเขาค้ออย่างเต็มที่
วิธีการเดินทาง
- จากตัวเมืองเพชรบูรณ์ ใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 21 ไปทางหล่มสัก จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) มุ่งหน้าไปอำเภอเขาค้อ เลี้ยวเข้าซอยหมู่บ้านเพชรดำ (ทางเข้าทุ่งกังหันลมเขาค้อ) ขับตามป้ายบอกทางไปยังทุ่งกังหันลม ระยะทางจากถนนใหญ่ประมาณ 10 กิโลเมตร ตัวไร่ GB จะอยู่บริเวณเนินเขาก่อนถึงจุดจอดรถส่วนกลางของทุ่งกังหันลม (ทางขึ้นมีความชันเล็กน้อย รถยนต์ทุกประเภทสามารถขึ้นได้ด้วยความระมัดระวัง)
คำแนะนำ
- ควรมาถึงก่อน 07.00 น. เพื่อมีโอกาสเห็นทะเลหมอกและแสงเช้านุ่มสวย
- ช่วงหน้าหนาวอากาศตอนเช้าเย็นมาก ควรเตรียมเสื้อกันหนาวมาด้วย
- ควรหลีกเลี่ยงช่วงสายถึงบ่ายเพราะแดดค่อนข้างแรงและคนเยอะ
- สวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้ากันลื่นเพื่อเดินบนเนินและทางลาดได้สะดวก
ค่าเข้าชม:
- มีค่าบำรุงสถานที่และเข้าชมทุ่งดอกไม้ คนละ 10 บาท - 20 บาท (ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาลและปริมาณดอกไม้)
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06.00 น. – 18.00 น.