“ชมสะพานเลียบชายทะเลเดินศึกษาธรรมชาติเขาแหลมหญ้า ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ดูพระอาทิตย์ตกดิน และสัมผัสหาดทรายขาวน้ำใสบนเกาะเสม็ดพร้อมกิจกรรมทางน้ำที่สนุกสนานครบครันตลอดการพักผ่อน”
อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ด (Khao Laem Ya - Mu Ko Samet National Park) เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่สำคัญของจังหวัดระยอง ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะในอ่าวไทย ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2524 มีพื้นที่รวมทั้งทางบกและทางทะเลกว่า 80 ตารางกิโลเมตร โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลและระบบนิเวศชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ อุทยานแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่เขาแหลมหญ้าบริเวณชายฝั่งบ้านเพ ไปจนถึงหมู่เกาะต่างๆ เช่น เกาะเสม็ด เกาะกุฎี เกาะกรวย เกาะขาม และเกาะปลายตีน ซึ่งแต่ละเกาะมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติแตกต่างกัน ทั้งหาดทรายขาว แนวปะการัง น้ำทะเลใส และป่าชายฝั่งที่ยังคงความสมบูรณ์อยู่มาก ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกและเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการพักผ่อนใกล้กรุงเทพมหานคร
บริเวณเขาแหลมหญ้าเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญบนฝั่งของอุทยาน มีลักษณะเป็นแหลมยื่นออกไปในทะเล สามารถมองเห็นวิวทะเลแบบพาโนรามาได้อย่างชัดเจน จุดเด่นของพื้นที่นี้คือเส้นทางศึกษาธรรมชาติเลียบชายฝั่งที่สร้างเป็นทางเดินไม้ทอดยาวผ่านโขดหินและแนวชายทะเล นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมธรรมชาติ สูดอากาศทะเล และชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกดินได้อย่างสวยงาม พื้นที่รอบเขาแหลมหญ้ามีพืชพรรณเฉพาะถิ่นที่สามารถเติบโตได้ในสภาพอากาศชายทะเลที่มีลมแรงและดินเค็ม เช่น หญ้าชายทะเล ไม้พุ่มเตี้ย และต้นสนทะเล ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของภูมิทัศน์ในบริเวณนี้ นอกจากนี้ยังมีลานกางเต็นท์ริมทะเลที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อากาศเย็นสบายและท้องฟ้าเปิด เหมาะสำหรับการชมดาวและพักผ่อนท่ามกลางเสียงคลื่นทะเล
เกาะเสม็ดถือเป็นหัวใจสำคัญของอุทยานแห่งชาติและเป็นหนึ่งในเกาะท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศไทย จุดเด่นของเกาะคือหาดทรายขาวละเอียดที่เกิดจากการสลายตัวของหินและเปลือกปะการัง ทำให้ชายหาดมีสีขาวนุ่มและสะอาด น้ำทะเลรอบเกาะมีลักษณะใสสีฟ้าอมเขียว สามารถเล่นน้ำได้เกือบตลอดทั้งปีเนื่องจากคลื่นลมค่อนข้างสงบ หาดยอดนิยมบนเกาะ ได้แก่ หาดทรายแก้ว อ่าววงเดือน อ่าวพร้าว อ่าวไผ่ และอ่าวน้อยหน่า ซึ่งแต่ละแห่งมีบรรยากาศแตกต่างกัน บางพื้นที่คึกคักเหมาะกับกิจกรรมทางน้ำและชีวิตยามค่ำคืน ขณะที่บางอ่าวมีความเงียบสงบเหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบส่วนตัว ภายในเกาะยังมีที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ และกิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลาย เช่น ดำน้ำตื้น พายเรือคายัค เล่นเจ็ตสกี และทริปเรือชมเกาะใกล้เคียง ทำให้เกาะเสม็ดสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ทั้งแบบครอบครัว คู่รัก และกลุ่มนักเดินทางสายผจญภัย
นอกจากเกาะเสม็ดแล้ว หมู่เกาะอื่นๆ ภายในอุทยานยังมีความน่าสนใจทางธรรมชาติอย่างมาก เกาะกุฎีเป็นจุดดำน้ำตื้นยอดนิยมที่มีแนวปะการังน้ำตื้นและปลาทะเลหลากหลายชนิด น้ำทะเลบริเวณนี้มีความใสสูง เหมาะสำหรับการชมปะการังเขากวาง ปะการังสมอง และสัตว์ทะเลขนาดเล็กหลายชนิด เกาะกรวยและเกาะขามเป็นเกาะขนาดเล็กที่มีชายหาดเงียบสงบและธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวมักนิยมเดินทางแบบ One Day Trip จากเกาะเสม็ดเพื่อดำน้ำและพักผ่อนกลางทะเล ระบบนิเวศทางทะเลของอุทยานแห่งนี้มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของอ่าวไทยตอนบน ทั้งในด้านปะการัง หญ้าทะเล และสัตว์น้ำชายฝั่ง ทำให้อุทยานแห่งชาติฯ มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการท่องเที่ยวและดูแลทรัพยากรธรรมชาติไม่ให้ถูกทำลายจากกิจกรรมของมนุษย์
อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า–หมู่เกาะเสม็ด สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เนื่องจากเป็นช่วงที่ทะเลสวย น้ำใส และมีฝนตกน้อย นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากกรุงเทพมหานครมายังบ้านเพ จังหวัดระยอง ได้ภายในเวลาประมาณ 3–4 ชั่วโมง ก่อนต่อเรือโดยสารไปยังเกาะเสม็ด ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 30–45 นาที ความสะดวกในการเดินทางและความหลากหลายของธรรมชาติทำให้อุทยานแห่งนี้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสทะเลสวยใกล้กรุงเทพ ทั้งยังเป็นพื้นที่สำคัญด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งของประเทศไทยที่ยังคงรักษาความงดงามของธรรมชาติไว้ได้อย่างโดดเด่นจนถึงปัจจุบัน
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: ขับรถไปที่บ้านเพ อำเภอเมืองระยอง จากนั้นเดินทางต่อไปยังที่ทำการอุทยานฯ เขาแหลมหญ้า
-
เรือโดยสาร: สำหรับการเดินทางไปเกาะเสม็ด สามารถขึ้นเรือโดยสารได้ที่ท่าเรือบ้านเพ มีเรือออกตลอดวัน
-
รถสาธารณะ: มีรถตู้หรือรถทัวร์จากกรุงเทพฯ (เอกมัย/หมอชิต) ลงที่ท่าเรือบ้านเพ
คำแนะนำ
- ควรเดินทางช่วงพฤศจิกายน–เมษายนเพื่อทะเลที่ใสและคลื่นลมน้อย
- ไปเขาแหลมหญ้าช่วงเย็นจะได้ชมพระอาทิตย์ตกสวยที่สุด
- เตรียมหมวกและครีมกันแดดเพราะพื้นที่ริมทะเลแดดค่อนข้างแรง
- รองเท้ารัดส้นเหมาะสำหรับเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติริมโขดหิน
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท, เด็ก 20 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 200 บาท, เด็ก 100 บาท
(ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางอุทยานอีกครั้ง)
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. (สำหรับพื้นที่เขาแหลมหญ้า)