“สักการะ "รอยพระพุทธบาทเบื้องขวา" ที่ถูกค้นพบในสมัยกรุงศรีอยุธยา และชมประเพณีหนึ่งเดียวในโลกอย่าง "ตักบาตรดอกเข้าพรรษา"”
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร (Phra Phutthabat Ratchaworamahawihan Temple) ตั้งอยู่ในตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ห่างจากตัวเมืองสระบุรีประมาณ 28 กิโลเมตร โดยมีทางแยกซ้ายก่อนถึงตัวอำเภอพระพุทธบาท แล้วเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร วัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่มีความสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนาและประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2167 ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม แห่งกรุงศรีอยุธยา
ปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดของวัดคือ รอยพระพุทธบาท ซึ่งประดิษฐานอยู่บนแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือที่เรียกว่าเขาสัจจพันธคีรี รอยพระพุทธบาทมีขนาดกว้างประมาณ 21 นิ้ว ยาว 60 นิ้ว และลึกประมาณ 11 นิ้ว โดยค้นพบในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม พระองค์ทรงพิจารณาแล้วเห็นว่ามีลักษณะตรงตามพุทธลักษณะครบ 108 ประการ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างมณฑปชั่วคราวเพื่อครอบรอยพระพุทธบาทไว้ ก่อนจะมีการก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมในสมัยต่อมาอย่างต่อเนื่อง
ต่อมาเมื่อพระมหากษัตริย์หลายพระองค์เสด็จมานมัสการรอยพระพุทธบาท ได้มีการพบรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บนก้อนหินขนาดใหญ่ซึ่งตั้งสูงจากพื้นประมาณ 160 เซนติเมตร แสดงถึงความสำคัญของวัดแห่งนี้ในฐานะศูนย์กลางศรัทธาของพระมหากษัตริย์และพุทธศาสนิกชนมาแต่โบราณ
ลักษณะของ พระมณฑป เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีเครื่องยอดทรงปราสาท 7 ชั้น มุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียว ประดับซุ้มบันแถลงในทุกชั้น เสาย่อมุมไม้สิบสองปิดทองประดับกระจกโดยรอบ ผนังด้านนอกตกแต่งด้วยลวดลายเทพพนมและพุ่มข้าวบิณฑ์อย่างวิจิตร บานประตูพระมณฑปเป็นงานศิลปกรรมประดับมุกชั้นเยี่ยมของไทย ภายในปูพื้นด้วยเสื่อเงินสาน ส่วนทางขึ้นพระมณฑปเป็นบันไดนาคสามสาย อันหมายถึงบันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้ว ซึ่งเชื่อว่าเป็นเส้นทางที่ทอดลงมาจากสวรรค์ หัวนาคที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริด เป็นนาคห้าเศียร
บริเวณรอบพระมณฑปมีระฆังแขวนเรียงราย เพื่อให้ผู้มานมัสการตีระฆังเป็นการแผ่ส่วนกุศลแก่สรรพสัตว์และเพื่อนมนุษย์ พระอุโบสถและพระวิหารต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่โดยรอบ ล้วนสร้างตามแบบศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยาและสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สะท้อนถึงความงดงามและความต่อเนื่องทางศิลปวัฒนธรรมไทย
นอกจากนี้ ภายในบริเวณวัดยังมี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธบาท (วิหารหลวง) ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงและเก็บรักษาศิลปวัตถุและโบราณวัตถุอันทรงคุณค่า เช่น เครื่องทรงของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เครื่องลายครามสังคโลก เครื่องทองสำริดโบราณ ศาสตราวุธโบราณ รอยพระพุทธบาทจำลอง ยอดมณฑปพระพุทธบาทเก่า พัดยศพระสงฆ์ในสมัยต่าง ๆ รวมถึงท่อประปาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะในช่วงเทศกาลนมัสการพระพุทธบาท ซึ่งโดยปกติจัดขึ้นปีละสองครั้ง คือ ตั้งแต่ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 ถึงแรม 1 ค่ำ และตั้งแต่ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 4 ถึงแรม 1 ค่ำ
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ผ่านตัวเมืองสระบุรีมุ่งหน้าสู่อำเภอพระพุทธบาท เมื่อผ่านโรงพยาบาลพระพุทธบาทให้ชิดซ้ายเลี้ยวเข้าวัด (ทางเข้าอยู่ตรงข้ามอนุสาวรีย์จอมพล ป. พิบูลสงคราม)
รถโดยสารสาธารณะ:
- ขึ้นรถตู้สายกรุงเทพฯ-ลพบุรี จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 หรืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ลงที่ "ท่าพระบาท" ปากทางเข้าวัด แล้วต่อรถสองแถวหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าไปยังเขตวัด
คำแนะนำ
ช่วงเวลาแนะนำ:
- ควรมาถึงช่วงเช้า (07:30 - 09:30 น.) เพื่อเลี่ยงแดดร้อนและฝูงชนจำนวนมาก
ประเพณีสำคัญ:
- หากต้องการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น แนะนำให้มาช่วง "ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา" (ประมาณเดือนกรกฎาคม) ซึ่งเป็นงานใหญ่ระดับประเทศ
การแต่งกาย:
- เนื่องจากเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ โปรดแต่งกายสุภาพ (งดกางเกงขาสั้นและเสื้อแขนกุด)
สถานที่ใกล้เคียง:
- สามารถเดินทางไปต่อยัง "บ่อพรานล้างเนื้อ" หรือ "ถ้ำประทุน" เพื่อตามรอยตำนานพรานบุญได้อย่างครบถ้วน
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: ฟรี
-
ชาวต่างชาติ: 30 บาท
เวลาทำการ
-
เปิดให้เข้าชมทุกวัน: 07:30 – 17:00 น. (ช่วงงานเทศกาลอาจเปิดถึงช่วงค่ำ)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 5 รายการ)รีวิวเมื่อ 1 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 1 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 1 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 1 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 12 ก.ค. 55