“ตื่นตาตื่นใจกับ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ปราสาทไม้กลางน้ำที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของบางปะอิน และ พระที่นั่งเวหาศจำรูญ พระที่นั่งศิลปะจีนโบราณที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง พร้อมชมทัศนียภาพมุมสูงจาก หอวิฑูรทัศนา”
พระราชวังบางปะอิน (Bang Pa-In Royal Palace) หรือที่รู้จักกันในนาม พระราชวังฤดูร้อนบางปะอิน เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระราชวังแห่งนี้มีจุดกำเนิดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยสร้างขึ้นในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เพื่อใช้เป็นที่ประทับแรมของพระมหากษัตริย์เมื่อเสด็จประพาสลำน้ำ ต่อมาเมื่อกรุงศรีอยุธยาล่มสลาย พระราชวังถูกปล่อยร้างไปช่วงหนึ่ง ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาอย่างยิ่งใหญ่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
การบูรณะและก่อสร้างพระราชวังบางปะอินอย่างเป็นรูปธรรมเกิดขึ้นอย่างเด่นชัดในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ซึ่งทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งและอาคารต่างๆ เพิ่มเติมจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นที่ประทับแรมในช่วงฤดูร้อน และเป็นสถานที่รับรองพระราชอาคันตุกะจากต่างประเทศ พระราชวังแห่งนี้จึงสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของพระองค์ในการเปิดรับวัฒนธรรมสากลควบคู่ไปกับการรักษาอัตลักษณ์ไทยอย่างชัดเจน
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของพระราชวังบางปะอินคือ ความหลากหลายของรูปแบบสถาปัตยกรรม ที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ทั้งสถาปัตยกรรมไทยดั้งเดิม สถาปัตยกรรมตะวันตกแบบนีโอคลาสสิก และสถาปัตยกรรมจีน ทำให้พระราชวังแห่งนี้เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมกลางแจ้งที่สะท้อนความรุ่งเรืองและความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับนานาอารยประเทศในอดีต
ภาพจำและจุดเด่นที่สุดของพระราชวังคือ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ปราสาททรงไทยที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสระน้ำ รายล้อมด้วยฉัตรและสะพานเชื่อม เมื่อแสงแดดส่องลงมากระทบผิวน้ำ จะเกิดภาพสะท้อนที่งดงามและสง่างามอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมี พระที่นั่งวโรภาษพิมาน ซึ่งสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก ใช้เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ และ พระที่นั่งเวหาศจำรูญ พระที่นั่งสองชั้นสไตล์จีนซึ่งเป็นของถวายจากพ่อค้าชาวจีน ภายในประดับตกแต่งด้วยไม้แกะสลัก ลวดลายมังกร และศิลปะจีนอันวิจิตรหาชมได้ยาก
บรรยากาศโดยรอบพระราชวังเต็มไปด้วยความร่มรื่นและเป็นระเบียบ ด้วย สวนสวยสไตล์ยุโรป ที่ได้รับการจัดแต่งอย่างประณีต มีการตัดแต่งต้นไม้เป็นรูปทรงต่างๆ ทางเดินสะอาดสะอ้าน และต้นไม้ใหญ่น้อยที่ให้ร่มเงาตลอดเส้นทาง บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมความงามหรือถ่ายภาพได้อย่างเพลิดเพลิน โดยมีบริการ รถกอล์ฟไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางภายในเขตพระราชวัง
พระราชวังบางปะอินจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ ศิลปะ และสถาปัตยกรรม หรือครอบครัวและคู่รักที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศที่สงบ สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งราชสำนักไทยในอดีต ที่นี่ไม่เพียงมอบความรู้ทางประวัติศาสตร์ แต่ยังมอบความรื่นรมย์และความประทับใจอย่างลึกซึ้งให้กับผู้มาเยือนทุกคน
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนพหลโยธินหรือทางด่วนอุดรรัถยา มุ่งหน้าสู่อยุธยา/บางปะอิน มีป้ายบอกทางชัดเจนตลอดทาง
รถไฟ:
- เป็นวิธีที่นิยมมาก ลงที่สถานีบางปะอิน แล้วต่อรถตุ๊กตุ๊กหรือวินมอเตอร์ไซค์ไปยังทางเข้าพระราชวัง
เรือ:
- มีบริการเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาจากกรุงเทพฯ พร้อมแพ็กเกจเที่ยวชมพระราชวัง
การเดินทางเพิ่มเติมครับ:
คำแนะนำ
ช่วงเวลาแนะนำ:
- ควรมาถึงช่วงเช้า (08:30 – 10:30 น.) เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนและได้แสงที่สวยที่สุดในการถ่ายภาพ
กฎระเบียบการแต่งกาย:
- เนื่องจากเป็นพื้นที่พระราชฐาน ต้องแต่งกายสุภาพอย่างเคร่งครัด (ห้ามกางเกงขาสั้นเหนือเข่า, กางเกงยีนส์ขาด, เสื้อแขนกุด หรือเสื้อเอวลอย) หากเตรียมชุดมาไม่พร้อม มีบริการผ้าถุงให้ยืมหรือจำหน่ายกางเกงขายาวบริเวณหน้าทางเข้า
บริการรถกอล์ฟ:
- มีรถกอล์ฟให้เช่าขับชมรอบๆ ราคาประมาณ 400 บาทในชั่วโมงแรก (ต้องแสดงใบขับขี่)
การวางแผน:
- แนะนำให้ใช้เวลาอย่างน้อย 1.5 - 2 ชั่วโมงในการเดินชมให้ทั่ว
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 50 บาท / เด็ก, นักเรียน, นักศึกษา 20 บาท
-
ชาวต่างชาติ: 100 บาท
เวลาเปิด-ปิด
-
เปิดให้เข้าชมทุกวัน: 08:00 – 16:00 น. (จำหน่ายบัตรถึงเวลา 15:30 น.)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 46 รายการ)รีวิวเมื่อ 15 ก.ค. 55
รีวิวเมื่อ 25 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 25 พ.ค. 55
เรือนเจ้าจอมมารดาแส ตั้งอยู่ระหว่างพระตำหนักสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวีและเรือนเจ้าจอมเอี่ยม เอิบ อาบ เอื้อน และเจ้าจอมมารดาอ่อน
รีวิวเมื่อ 25 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 25 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 25 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 25 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศทรงปลอดภัยจากการเดินทาง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างศาลขึ้นมาใหม่ แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2432
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์จัดได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเคยได้รับเกียรติให้สร้างจำลองแบบไปแสดงในงานมหกรรมนานาชาติ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อ พ.ศ. 2501
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
ที่เหยีบคันเร่ง และเบรค
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
พระตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าตั้งอยู่ใกล้กับ พระราชนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี และ พระราชานุสาวรีย์ราชานุสรณ์
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
เรือนเจ้าจอมเอี่ยม เอิบ อาบ เอื้อน และเจ้าจอมมารดาอ่อน ตั้งอยู่ระหว่างเรือนเจ้าจอมมารดาแสและพระตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
พระตำหนักสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ตั้งอยู่ระหว่างพระตำหนักพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา และ เรือนเจ้าจอมมารดาแส
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
ห้องพระป้ายติดกับห้องทรงพระอักษรเป็นที่ประดิษฐานพระวิมาน 3 องค์ติดต่อกัน เรียงจากทิศตะวันตก ไปตะวันออก ทำด้วยไม้แกะสลักลวดลายต่าง ๆ ลงรักปิดสีทองอร่าม
ช่องตะวันตกเป็นสถานที่ประดิษฐานพระป้ายจารึก (อักษรจีน) พระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระนามาภิไธย สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี สมเด็จพระอัครมเหสีในรัชกาลที่ 4 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2433
ช่องกลางเป็นสถานที่ประดิษฐาน พระพุทธรูป ในการประกอบพระราชพิธีสังเวยพระป้าย
ช่องตะวันออกเป็นสถานที่ประดิษฐานพระป้ายจารึก(อักษรจีน) พระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระนามาภิไธย สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2470
นอกจากนี้ เสาด้านหน้าพระวิมานได้แขวนป้ายสุภาษิตจีนได้ โดยด้ายซ้ายแปลว่า "ในหมู่ชนจะหาความสามัคคีธรรมเสมอพี่น้องได้ยาก" และด้านขวา แปลได้ว่า "ในใต้หล้าจะหาความผิดในพ่อแม่ไม่มี"
นอกจากนี้ ยังมีห้องอีก 2 ห้อง ได้แก่ ห้องบรรทมพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และห้องบรรทมสมเด็จพระบรมราชินีนาถ โดยห้องบรรทมสมเด็จพระบรมราชินีนาถนั้น ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของพระที่นั่ง ภายในมีพระแท่นบรรทม 2 องค์ สำหรับทรงใช้ในฤดูร้อนและฤดูหนาว เพดานเหนือพระแท่นมีการแกะสลักลายมังกรดั้นเมฆ ซึ่งหมายถึง พระมหากษัตริย์ที่คอยปกป้องคุ้มครองพระมเหสี
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
ตำหนักเก้าห้อง เป็นตำหนักที่ประทับของพระบรมวงศ์ฝ่ายใน ที่ตามเสด็จฯ คราวแปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน โดยมีสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ก่ออิฐถือปูน มี 2 ชั้น มี 3 มุข ได้แก่ มุขข้าง 2 ด้าน และมุขกลาง (คล้ายรูปตัว E) ผนังระหว่างเสาชั้นล่างเป็นวงโค้ง และชั้นบนเป็นช่องสี่เหลี่ยมมีการประดับด้วยไม้ฉลุลาดขนมปังขิง มีทางขึ้นตำหนัก 5 ทาง ด้านหน้าตำหนัก 3 ทาง และระเบียงหลัง 2 ทาง
ตำหนักเก้าห้อง ตั้งอยู่ระหว่างตำหนักพระราชชายา เจ้าดารารัศมีและพระตำหนักพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ปัจจุบัน ใช้เป็นที่พักของนายทหารของศูนย์รักษาความปลอดภัยตั้งแต่ยศพันตรีขึ้นไป
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
ห้องชั้นบนของพระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ ประกอบด้วย 4 ห้องใหญ่ ได้แก่ ห้องบรรทมสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ห้องบรรทมพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ห้องทรงพระอักษร และห้องพระป้าย โดยมีรายละเอียดดังนี้
[แก้]ห้องทรงพระอักษร
ห้องทรงพระอักษรตั้งอยู่ในทางทิศใต้ของพระที่นั่ง ภายในห้องมีโต๊ะทรงพระอักษรของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวตั้งอยู่ ปัจจุบัน ใช้เป็นที่เก็บหนังสือภาษาจีนในรัชสมัยรัชกาลที่ 5
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
โดยบริเวณทางขึ้นท้องพระโรงบนนั้นมีแผ่นหินอ่อนเป็นตราสัญลักษณ์ลัทธิเต๋าของจีน รูปหยินหยางประดับไว้ มีพระราชอาสน์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตั้งอยู่ตรงกลาง นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวยังโปรดเกล้าฯ ให้คัดลอกแผ่นป้ายคำโคลงสรรเสริญข้าราชการที่ทำคุณความดี 9 บท 17 แผ่นป้าย มาประดับไว้ด้วย ส่วนท้องพระโรงบนนั้น เป็นห้องประชุมเสนาบดี และใช้เป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 5 โดยมีการตั้งป้าย 8 เหลี่ยมซึ่งเขียนเป็นภาษาจีนว่า "เทียน เหมง เต้ย" และ "ว่าน ว่าน ซุย" ซึ่งแปลว่า ทรงพระเจริญหมื่น ๆ ปี และที่เพดานท้องพระโรงมีอักษรไทยที่เขียนเลียนแบบอักษรจีนเป็นคำว่า "กิม หลวน เต้ย" ซึ่งแปลว่า โอรสจากสวรรค์
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ เป็นของถวายของข้าราชการกรมท่าซ้าย คือ พ่อค้าใหญ่ชาวจีน โดยมีพระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ฟัก โชติกสวัสดิ์) เป็นนายงาน หลวงสาทรราชายุกต์ (ยม พิศลยบุตร) และ หลวงโภคานุกุล (จื๋ว) เป็นผู้ควบคุมในการก่อสร้าง และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าทองแถม กรมหมื่นสรรพศาสตร์ศุภกิจ เป็นผู้ควบคุมดูแล
เมื่อพระที่นั่งสร้างเสร็จ รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ จัดให้มีพระราชพิธีเฉลิมขึ้นพระที่นั่งตามแบบจีน เมื่อวันที่ 27 - 31 ธันวาคม พ.ศ. 2432
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 24 พ.ค. 55