“นมัสการพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยทรงช้างที่สง่างาม และพักผ่อนหย่อนใจในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ริมอ่างเก็บน้ำโครงการแก้มลิง”
พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย (Queen Suriyothai Memorial) ตั้งอยู่ภายในบริเวณ ทุ่งมะขามหย่อง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง ในฐานะสมรภูมิรบระหว่างกรุงศรีอยุธยากับกองทัพพม่า พระราชานุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงวีรกรรมของสมเด็จพระสุริโยทัย วีรสตรีผู้ทรงสละพระชนม์ชีพในการออกรบเพื่อปกป้องพระราชสวามีและผืนแผ่นดินไทย ปัจจุบันพื้นที่โดยรอบได้รับการพัฒนาให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพระราชดำริ “แก้มลิง” เพื่อการบริหารจัดการน้ำ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่ชาวพระนครศรีอยุธยาภาคภูมิใจ
องค์พระราชานุสาวรีย์มีความโดดเด่นและสง่างาม เป็นรูปหล่อสำริดขนาดใหญ่กว่าพระองค์จริงประมาณ 3 เท่า ประดิษฐานอยู่บนเกาะกลางน้ำ โดยจำลองพระอิริยาบถขณะทรงช้างออกศึกในสงครามยุทธหัตถี บริเวณฐานอนุสาวรีย์มีภาพนูนต่ำที่บอกเล่าเหตุการณ์สำคัญและวีรกรรมอันกล้าหาญในครั้งนั้น นอกจากความสำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว บริเวณนี้ยังทำหน้าที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีทัศนียภาพกว้างไกล สวยงาม และเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความสงบและร่มเย็น มีลมพัดเย็นสบายจากผืนน้ำตลอดทั้งวัน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ผสมผสานทั้งการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และกิจกรรมสันทนาการกลางแจ้ง พื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำมีทางเดินและทางจักรยานทอดยาวหลายกิโลเมตร เป็นสถานที่ยอดนิยมของผู้ที่รักสุขภาพซึ่งมักมาพร้อมกับการชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามแห่งหนึ่งของอยุธยา
สำหรับครอบครัวและช่างภาพ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยและทุ่งมะขามหย่องเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยม เหมาะสำหรับการปิกนิกหรือพาเด็กๆ มาวิ่งเล่นในสวนสาธารณะ ช่างภาพจะประทับใจกับมุมถ่ายภาพที่เห็นเงาสะท้อนขององค์อนุสาวรีย์บนผิวน้ำ โดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงเย็นที่แสงแดดอ่อนๆ จะช่วยขับเน้นความสง่างามของอนุสาวรีย์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในวันสำคัญทางราชประเพณี พื้นที่แห่งนี้ยังมักใช้เป็นสถานที่จัดงานเฉลิมพระเกียรติอย่างยิ่งใหญ่
ขอเชิญทุกท่านมาน้อมรำลึกถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่และสัมผัสความร่มรื่นของทุ่งประวัติศาสตร์ ณ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย สถานที่ที่ความกล้าหาญในอดีตได้แปรเปลี่ยนเป็นความสงบและความชุ่มฉ่ำในปัจจุบัน
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- ใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 347 (อยุธยา-บางปะหัน) ผ่านแยกทุ่งมะขามหย่อง จะเห็นป้ายบอกทางเข้าพระราชานุสาวรีย์ฯ ชัดเจนทางด้านซ้ายมือ
รถตุ๊กตุ๊กหัวกบ:
- สามารถเรียกใช้บริการจากตัวเมืองอยุธยาให้มาส่งที่ทุ่งมะขามหย่องได้ (เนื่องจากอยู่นอกเกาะเมืองเล็กน้อย ควรตกลงราคาล่วงหน้า)
การเดินทางอื่นๆ:
- มีรถประจำทางสายที่ผ่านอำเภอป่าโมกหรือบางปะหันผ่านหน้าทางเข้า
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่แนะนำคือ ช่วงบ่ายแก่ๆ (16:30 น. เป็นต้นไป) อากาศจะไม่ร้อนและเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ตกดินสวยงามมาก
-
เตรียมอุปกรณ์กันแดด เช่น หมวกหรือร่ม เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานโล่งแจ้งรอบอ่างเก็บน้ำ
-
เป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับการออกกำลังกายหรือปั่นจักรยานชมวิวรอบอ่างเก็บน้ำ
-
ควรตรวจสอบวันและเวลาเปิดทำการของอาคารนิทรรศการ (หากมีจัดแสดง) เพื่อเข้าชมข้อมูลประวัติศาสตร์โดยละเอียด
-
พื้นที่นี้มีความสำคัญในฐานะโครงการพระราชดำริ ควรปฏิบัติตามกฎระเบียบของสวนสาธารณะและช่วยกันรักษาความสะอาด
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: เข้าชมฟรี
-
ชาวต่างชาติ: เข้าชมฟรี
เวลาทำการ
-
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09:00 – 17:00 น.
-
(อย่างไรก็ตาม พื้นที่สวนสาธารณะรอบนอกมักจะเปิดให้เข้าชมหรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่เช้าตรู่)