“สัมผัสความยิ่งใหญ่ของโบราณสถานแห่งเดียวในไทยที่ใช้สำหรับประกอบพิธีจับช้างป่าถวายพระมหากษัตริย์ พร้อมชมวิถีชีวิตควาญช้างในหมู่บ้านช้างเพนียดหลวง”
เพนียดคล้องช้าง (Elephant Kraal Pavilion) หรือที่เรียกกันว่า “เพนียดหลวง” เป็นโบราณสถานสำคัญที่สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรไทยในอดีต และความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างช้างกับสถาบันพระมหากษัตริย์ สถานที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นสนามประกอบพิธีจับช้างป่า หรือ “ช้างเถื่อน” เพื่อนำมาคัดเลือกฝึกเป็นช้างศึก ช้างทรง และช้างใช้งานในราชการมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เพนียดคล้องช้างตั้งอยู่นอกเกาะเมืองทางทิศเหนือ และได้รับการใช้งานต่อเนื่อง รวมถึงการบูรณะซ่อมแซมเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น จึงนับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง
โครงสร้างและสถาปัตยกรรมของเพนียดมีความโดดเด่นและออกแบบตามภูมิปัญญาโบราณอย่างชาญฉลาด ใจกลางพื้นที่คือ พระที่นั่งคชประเวศมหาปราสาท ซึ่งเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ในการทอดพระเนตรพิธีคล้องช้าง ล้อมรอบด้วยกำแพงเชิงเทินก่ออิฐขนาดใหญ่ และเสาตะลุงที่ทำจากไม้ซุงต้นมหึมา ปักเรียงรายเป็นแนวคอกอย่างแข็งแรงเพื่อควบคุมช้างป่าที่มีพละกำลังมหาศาล โครงสร้างทั้งหมดสะท้อนถึงความเข้าใจธรรมชาติของช้างและทักษะด้านวิศวกรรมของคนไทยในอดีต
ภายในบริเวณเพนียดยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและพิธีกรรม ได้แก่ ศาลปะกำ ซึ่งใช้เป็นสถานที่บวงสรวงขอขมาผีป่าและวิญญาณช้างก่อนเริ่มพิธีคล้องช้าง แสดงถึงความเคารพต่อธรรมชาติและสัตว์ผู้ทรงคุณค่า นอกจากนี้ยังมีมณฑปพระเทวกรรมที่ประดิษฐานพระพิฆเนศ เทพแห่งช้างและศิลปะ ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้ประกอบพิธีและควาญช้าง
บรรยากาศโดยรอบเพนียดคล้องช้างอบอวลไปด้วยความขลังและความสงบนิ่งของประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต เนื่องจากในปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านช้างเพนียดหลวง นักท่องเที่ยวจึงสามารถพบเห็นช้างจำนวนมากใช้ชีวิตร่วมกับควาญช้างอย่างใกล้ชิด การเดินชมแนวกำแพงอิฐเก่าและเสาตะลุงในช่วงเช้าหรือยามเย็น จะช่วยสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับอดีต พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมที่หาชมได้ยากในสังคมปัจจุบัน
เพนียดคล้องช้างถือเป็นสวรรค์ของนักประวัติศาสตร์ นักอนุรักษ์ และช่างภาพ ที่ต้องการเก็บภาพโบราณสถานขนาดใหญ่ซึ่งมีรายละเอียดซับซ้อนและทรงพลัง มุมถ่ายภาพยอดนิยมคือการถ่ายผ่านช่องกำแพงหรือแนวเสาตะลุง ซึ่งช่วยสร้างมิติความลึกของภาพ และหากโชคดี ผู้มาเยือนอาจได้บันทึกภาพช้างเดินผ่านฉากโบราณสถาน ซึ่งเป็นภาพสะท้อนความผูกพันระหว่างช้างกับแผ่นดินไทยที่หาดูได้ยากจากที่อื่น
เพนียดคล้องช้างจึงไม่ใช่เพียงโบราณสถาน แต่คือสัญลักษณ์ของความจงรักภักดี ความกล้าหาญ และภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบัน เป็นสถานที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของอำนาจ ศรัทธา และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์คู่บ้านคู่เมืองได้อย่างลึกซึ้ง
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากตัวเมืองอยุธยา ใช้ทางหลวงหมายเลข 347 มุ่งหน้าไปทางวัดภูเขาทอง แล้วเลี้ยวขวาตามป้ายบอกทางไปยังเพนียดคล้องช้าง (ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร)
รถตุ๊กตุ๊กหัวกบ:
- สามารถเรียกใช้บริการจากสถานีรถไฟหรือตลาดเจ้าพรหม โดยแจ้งจุดหมายคือ "เพนียดคล้องช้าง" หรือ "ปางช้างเพนียดหลวง"
คำแนะนำ
ช่วงเวลาที่เหมาะสม:
- เที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเช้า (ก่อน 10:30 น.) หรือช่วงบ่าย (หลัง 16:30 น.) หากต้องการชมบรรยากาศช้างอาบน้ำในแม่น้ำใกล้เคียง
การแต่งกาย:
- สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีและรองเท้าที่เดินสะดวก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานกลางแจ้งและทางเดินอิฐ
กิจกรรมพิเศษ:
- แนะนำกิจกรรม "ลอดท้องช้าง" เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อโบราณ และการป้อนอาหารช้างที่จัดเตรียมไว้ให้
การวางแผน:
- สามารถเชื่อมโยงการเดินทางกับวัดภูเขาทองและวัดพระเมรุฯ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันเพื่อจัดทริปเที่ยวรอบเกาะเมืองได้ในวันเดียว
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ ฟรี (สำหรับการชมโบราณสถาน), กิจกรรมอื่นๆ เช่น ขี่ช้าง เริ่มต้น 100-500 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ ฟรี (สำหรับการชมโบราณสถาน), กิจกรรมอื่นๆ เช่น ขี่ช้าง เริ่มต้น 200-500 บาท
เวลาทำการ
-
โบราณสถานเปิดทุกวัน 08:30 – 16:30 น.
-
บริจาคป้อนอาหารและขี่ช้างเปิด 09:00 – 17:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 3 รายการ)รีวิวเมื่อ 18 เม.ย. 55
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ช้าง เป็นสัตว์ที่มีความสำคัญสูงมาก เป็นพาหนะของชนชั้นสูงสำหรับพระราชดำเนินทางบก และเป็นเหมือนรถถังหรือ เครื่องมือสำคัญในการนำลี้พลเข้าต่อสู้กับข้าสึก ยิ่งถ้าเป็นช้างเผือก สิ่งมงคลคู่บารมีของพระมหากษัตริย์ด้วยแล้ว พระองค์ก็จะทรงโปรดเกล้าฯให้นำมาเลี้ยง และประดับยศศักดิ์ให้ด้วย
รีวิวเมื่อ 18 เม.ย. 55
รีวิวเมื่อ 18 เม.ย. 55