“สักการะพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่มีพุทธลักษณะคล้ายวัดป่าโมกและขอพรพระรอดวชิรโมลี พระพุทธรูปเก่าแก่ที่ผ่านการชะลอหนีน้ำท่วมอย่างอัศจรรย์”
วัดราชปักษี (Ratchapaksi Temple) หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดนก” เป็นวัดโบราณที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ริมฝั่งทิศตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ตำบลโพสะ จังหวัดอ่างทอง วัดแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์รวมศรัทธาและวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำมาอย่างยาวนาน โดยสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาและการตั้งถิ่นฐานของผู้คนในอดีตตามลุ่มแม่น้ำสายสำคัญของประเทศ
จุดเด่นที่สร้างชื่อเสียงให้วัดราชปักษีคือ พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) องค์ใหญ่ที่มีพุทธลักษณะงดงาม อ่อนช้อย และสงบนิ่งตามแบบพุทธศิลป์โบราณ องค์พระมีอายุหลายร้อยปี แม้จะเคยชำรุดทรุดโทรมจากกาลเวลาและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ แต่ได้รับการบูรณะอย่างเหมาะสมจนกลับมาสง่างามอีกครั้ง พระนอนองค์นี้จึงไม่เพียงเป็นศิลปกรรมล้ำค่า แต่ยังเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาของชาวบ้านและผู้แสวงบุญจากทั่วสารทิศ
ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐาน พระรอดวชิรโมลี พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าทรงธรรม เมื่อราวปี พ.ศ. 2163 พระพุทธรูปองค์นี้มีประวัติอันน่าประทับใจจากเหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ. 2490 ที่ตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาเกิดการพังทลาย ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันชะลอและเคลื่อนย้ายองค์พระออกจากพื้นที่อันตราย จนสามารถรอดพ้นจากภัยธรรมชาติได้อย่างน่าอัศจรรย์ จึงเป็นที่มาของพระนาม “พระรอด” ซึ่งเชื่อกันว่าผู้ที่มากราบไหว้จะช่วยเสริมสิริมงคลและคุ้มครองให้แคล้วคลาดจากอุปสรรคต่างๆ ในชีวิต
บรรยากาศภายในวัดราชปักษีเต็มไปด้วยความสงบและร่มเย็น ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำ ทำให้มีลมพัดเอื่อยตลอดวัน พื้นที่ของวัดมีขนาดพอเหมาะ ไม่ใหญ่โตจนวุ่นวาย แต่จัดสรรพื้นที่ได้อย่างลงตัวระหว่างวิหาร สิ่งก่อสร้าง และพื้นที่สีเขียว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาทำบุญอย่างเรียบง่าย พักผ่อนจิตใจ และสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำอย่างใกล้ชิด
สำหรับผู้ที่สนใจงานศิลปกรรมและประวัติศาสตร์ วัดราชปักษีถือเป็นแหล่งเรียนรู้พุทธศิลป์ที่น่าสนใจ พระพุทธไสยาสน์ของวัดมีขนาดย่อมกว่าวัดป่าโมกเล็กน้อย แต่ยังคงความงดงามตามแบบศิลปะดั้งเดิม นักถ่ายภาพมักประทับใจกับมุมมองของวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ซึ่งสะท้อนภาพวิถีชีวิตชาวเรือ ผสานกับความเก่าแก่ของสถาปัตยกรรมทางศาสนาได้อย่างลงตัว
วัดราชปักษีจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความสงบ ศรัทธา และร่องรอยของประวัติศาสตร์ไทย ขอเชิญชวนทุกท่านเดินทางมาสักการะพระรอดวชิรโมลี ชมความงดงามของพระนอนริมน้ำ และปล่อยใจให้สงบ ณ วัดเก่าแก่แห่งนี้ ซึ่งจะมอบความอิ่มเอมใจและความหมายของการทำบุญอย่างแท้จริง
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากตัวเมืองอ่างทอง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 309 (อ่างทอง-อยุธยา) ลงไปทางทิศใต้ประมาณ 3-4 กิโลเมตร วัดจะอยู่ฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา (กิโลเมตรที่ 52-53)
รถโดยสารสาธารณะ:
- สามารถนั่งรถประจำทางสายที่ไปทางอำเภอป่าโมก หรืออยุธยา แล้วแจ้งลงที่วัดราชปักษี (วัดนก)
คำแนะนำ
ช่วงเวลาที่เหมาะสม:
- ควรมาในช่วงเช้าถึงบ่ายแก่ๆ เพื่อชมความงามขององค์พระในวิหารที่เปิดรับแสงธรรมชาติ
การแต่งกาย:
- แต่งกายสุภาพเพื่อเข้าวัด งดกางเกงขาสั้นเหนือเข่าและเสื้อแขนกุด
การถ่ายภาพ:
- มุมวิหารพระนอนริมน้ำเป็นจุดที่สวยงามที่สุด แนะนำให้ถ่ายช่วงบ่ายเพื่อให้แสงไม่ย้อน
วัฒนธรรมท้องถิ่น:
- สามารถแวะซื้อของป่าและปลาแม่น้ำสดๆ จากชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงวัดได้
การวางแผน:
- วัดตั้งอยู่บนเส้นทางเดียวกับวัดป่าโมกวรวิหาร สามารถวางแผนเดินทางไหว้พระนอนหลายแห่งในวันเดียวกันได้
ค่าธรรมเนียมเข้าชม
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ ฟรี, เด็ก ฟรี
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ ฟรี, เด็ก ฟรี
เวลาเปิด-ปิด
-
เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08:00 – 17:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 5 รายการ)รีวิวเมื่อ 1 เม.ย. 56
รีวิวเมื่อ 18 เม.ย. 55
รีวิวเมื่อ 18 เม.ย. 55
รีวิวเมื่อ 18 เม.ย. 55
รีวิวเมื่อ 29 ธ.ค. 53
พระไสยาสน์ เปี่ยมศรัทธา น่าเลื่อมใส
คนที่เกิด วันอังคาร นั้นควรไป
น้อมกราบไหว้ เสริมมงคล ของตนเอทญ