“ดอยผาฮี้ในหมู่บ้านชาวเขาเขาเผ่าอาข่าและมูเซอร์มัลติฟังก์ชั่นกาแฟอาราบิก้าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศพร้อมโฮมสเตย์ ร้านกาแฟ และบรรยากาศธรรมชาติบนภูเขาชายแดนเมียนมาร์”
ดอยผาฮี้ (Doi PhaHee) หรือบ้านผาฮี้ เริ่มต้นจากการเป็นที่ตั้งของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าที่อพยพมาจากประเทศเมียนมาและจีนมานานหลายทศวรรษ เดิมพื้นที่แถบนี้เป็นป่าเขาและเคยเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นมาก่อน แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าที่ทรงนำโครงการพัฒนาดอยตุงเข้ามาเปลี่ยนแปลงพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านหันมาปลูกกาแฟอาราบิก้าทดแทนจนปัจจุบันดอยผาฮี้กลายเป็น แหล่งผลิตกาแฟคุณภาพเยี่ยม ที่ส่งออกไปทั่วประเทศและต่างประเทศ หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่บนแนวรอยต่อชายแดนไทย-เมียนมา ทำให้มีภูมิอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปีและมีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์
ความโดดเด่นที่ทำให้ใครต่อใครต้องมาเยือนคือ ร้านกาแฟห้อยขา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผาของหมู่บ้าน นักท่องเที่ยวจะได้นั่งจิบกาแฟสดที่คั่วและดริปกันแบบดั้งเดิม พร้อมทั้งเอาขาหย่อนลงไปรับลมเย็นๆ โดยมีฉากหน้าเป็นทิวเขาที่สลับซับซ้อนของดอยตุงและดอยผาหมี นอกจากรสชาติกาแฟที่หอมกรุ่นแล้ว เอกลักษณ์ที่สำคัญอีกอย่างคือการแต่งกายด้วย ชุดอาข่าสีสันสดใส ที่มีการปักลวดลายอย่างประณีต ซึ่งทางหมู่บ้านส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้เช่าชุดใส่เดินถ่ายรูปเล่นเพื่อให้กลมกลืนกับบรรยากาศของหมู่บ้านบนดอยสูง
ในแง่ของวัฒนธรรม ดอยผาฮี้ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอาข่าไว้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะ ประเพณีโล้ชิงช้า ที่จัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนของทุกปี เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและขอบคุณธรรมชาติที่ให้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ ตลอดสองข้างทางของหมู่บ้านคุณจะเห็นการตากเมล็ดกาแฟไว้หน้าบ้านและวิถีชีวิตที่เรียบง่าย การเดินเล่นสำรวจหมู่บ้านที่สร้างลดหลั่นไปตามไหล่เขาจะทำให้คุณได้เห็นรอยยิ้มที่เป็นมิตรของชาวบ้าน ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่เรียบง่ายแต่กินใจนักเดินทางอย่างมาก
บรรยากาศในช่วง ฤดูหนาว จะมีความพิเศษเป็นอย่างมาก เพราะมักจะมีทะเลหมอกหนาปกคลุมทั้งหมู่บ้านในตอนเช้า การนอนโฮมสเตย์ที่นี่จึงเป็นที่นิยมมาก เพราะจะได้ตื่นมาพบกับหมอกที่ลอยมาถึงหน้าห้องพัก ส่วนในช่วงฤดูฝน ท้องฟ้าหลังฝนตกจะมีความใสกระจ่างและผืนป่าจะกลายเป็นสีเขียวขจีดูสดชื่น การมาเยือนดอยผาฮี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การมาท่องเที่ยวถ่ายรูป แต่เป็นการพาตัวเองมาพักผ่อนและซึมซับพลังบวกจากวิถีชีวิตที่สงบงาม
สำหรับสายคาเฟ่และคนรักกาแฟ ที่นี่คือสวรรค์ที่ห้ามพลาด เพราะคุณจะได้เห็นตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก การตาก ไปจนถึงการคั่ว ส่วนกลุ่มเพื่อนหรือคู่รักที่มองหาที่พักแบบเงียบๆ เพื่อคุยกันท่ามกลางดวงดาวในตอนกลางคืน ดอยผาฮี้มีโฮมสเตย์ราคาน่ารักที่มาพร้อมอาหารชนเผ่าแสนอร่อยไว้คอยต้อนรับ การเดินทางมาที่นี่จะทำให้คุณได้รับความทรงจำที่แสนอบอุ่นและภาพถ่ายสวยๆ กลับไปอย่างแน่นอน
ขอเชิญชวนให้คุณลองมาพักใจที่ดอยผาฮี้ มาจิบกาแฟอุ่นๆ ท่ามกลางลมหนาว และสัมผัสหัวใจของชาวอาข่าที่พร้อมจะต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความจริงใจในทุกฤดูกาล
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: จากตัวเมืองเชียงราย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าแม่สาย เลี้ยวซ้ายเข้าทางขึ้นดอยตุง (สายเก่า) ขับผ่านพระตำหนักดอยตุงไปตามทางสวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง (ดอยช้างมูบ) ถนนค่อนข้างแคบและลาดชัน ควรขับด้วยความระมัดระวัง
-
รถสาธารณะ: ขึ้นรถสองแถวสีม่วงที่ปากทางขึ้นดอยตุง (กม. 871) เพื่อขึ้นไปยังพระตำหนักดอยตุง จากนั้นอาจต้องเหมารถต่อหรือติดต่อโฮมสเตย์ให้มารับที่จุดนัดพบ
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่แนะนำ: เดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมคือช่วงที่หมอกปังที่สุด แนะนำให้มาค้างคืนเพื่อให้ทันชมแสงเช้า
-
การแต่งกาย: เตรียมเสื้อกันหนาวมาให้พร้อมแม้ไม่ใช่ฤดูหนาว เพราะบนยอดดอยอากาศเย็นตลอดทั้งคืน และควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวกบนทางลาด
-
การจองที่พัก: โฮมสเตย์ที่นี่มักจะเต็มเร็วในช่วงวันหยุดยาว ควรจองล่วงหน้าผ่านเพจ Facebook ของที่พักโดยตรง
-
กิจกรรมพิเศษ: อย่าพลาดการลองทาน อาหารชนเผ่า เช่น น้ำพริกอาข่า หรือลาบคั่วแบบท้องถิ่น ซึ่งมักจะรวมอยู่ในแพ็คเกจที่พัก
-
ข้อควรระวัง: ทางเดินในหมู่บ้านเป็นทางลาดชันและแคบ รถใหญ่เข้าลำบาก แนะนำให้จอดรถในที่จอดรถส่วนกลางของหมู่บ้านแล้วเดินเท้าชมเมือง
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าหมู่บ้าน เข้าชมและเดินเล่นได้ฟรี
เวลาเปิด-ปิด:
-
ร้านกาแฟและร้านอาหารเปิดทุกวัน ประมาณ 08:00 – 18:00 น.
-
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้พักค้างคืน ควรเดินทางลงจากดอยก่อนพระอาทิตย์ตกเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่