“ท่องเที่ยวเกาะสุดคลาสสิกที่รวมความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าจีน ความมหัศจรรย์ของถ้ำทางธรรมชาติ และความสง่างามของพระราชวังฤดูร้อนริมทะเลไว้อย่างลงตัว ”
เกาะสีชัง (Koh Sichang Island ) เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งทางประวัติศาสตร์ไทย โดยเฉพาะในช่วงรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) พื้นที่บนเกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงยุคเปลี่ยนผ่านของสยาม ทั้งรูปแบบไทย ตะวันตก และจีน การมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการมาเที่ยวทะเล แต่เป็นการเดินทางย้อนเวลากลับไปสัมผัสบรรยากาศความรุ่งโรจน์ในอดีต ท่ามกลางสวนรุกขชาติและธรรมชาติป่าชายหาดที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง
-
บริเวณพระราชฐานเก่า: พื้นที่ประวัติศาสตร์ติดชายทะเลที่มีบรรยากาศร่มรื่นด้วยพรรณไม้โบราณ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่ประทับของพระราชโอรสและพระราชธิดาในยามพักฟื้น ภายในมี บ่อน้ำขนาดใหญ่ ที่มีสภาพสมบูรณ์และมีชื่อเรียกอันไพเราะ เช่น บ่ออัษฎางค์ และ บ่อพิศเพลิน
-
ช่องเขาขาด: หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หลังเกาะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นหน้าผาสูงชันที่มีสะพานไม้ทอดยาวเลียบชายเขาตัดกับน้ำทะเลสีคราม มีหาดทรายขาวสะอาดและเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่ได้รับความนิยมสูงสุด
-
ถ้ำเจ้าพ่อเขาใหญ่: สถานที่ศักดิ์สิทธิ์บนเขาใกล้ท่าเทววงศ์ มีลักษณะเป็นศาลเจ้าจีนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในถ้ำตามธรรมชาติ ภายในประดิษฐานรูปเคารพสำคัญอย่าง เจ้าพ่อเห้งเจีย, ศาลเจ้าแม่กวนอิม และ วิหารพระสังกัจจายน์
-
พิพิธภัณฑ์ชลทัศนสถาน: ศูนย์เรียนรู้ระบบนิเวศทางทะเลและพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งแรกบนเกาะสีชัง โดดเด่นด้วยการจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำท้องถิ่นและนิทรรศการฟื้นฟูปะการังภายใต้การดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-
ถ้ำจักรพงษ์: ตั้งอยู่ใกล้กับเก๋งจีน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปให้กราบไหว้ และมีจุดเด่นคือ ปล่องถ้ำธรรมชาติ ที่สามารถปีนขึ้นไปยังยอดเขาเพื่อชมทัศนียภาพของเกาะสีชังได้แบบ 360 องศา
-
สะพานอัษฎางค์: สะพานไม้สีขาวทรงไทยสุดคลาสสิกที่ทอดยาวลงสู่ทะเลสีคราม สัญลักษณ์แห่งความรักและรอยอดีตอันงดงามที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นท่าเทียบเรือและจุดพักผ่อนริมชายฝั่ง
-
พระจุฑาธุชราชฐาน: พระราชวังฤดูร้อนริมทะเลเพียงแห่งเดียวในไทยที่สร้างขึ้นบนเกาะ โดดเด่นด้วยกลุ่มตำหนักไม้และอาคารสไตล์ยุโรปท่ามกลางสวนรุกขชาติและทัศนียภาพอันงดงามของอ่าวไทย
ความโดดเด่นของเกาะสีชังอยู่ที่การผสมผสานระหว่าง ธรรมชาติและความเชื่อ นักท่องเที่ยวจะได้พบกับถ้ำมหัศจรรย์และหน้าผาสูงชันที่เกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำทะเลมานานนับร้อยปี ควบคู่ไปกับศาลเจ้าและวัดวาอารามที่ตั้งอยู่ตามจุดยุทธศาสตร์ที่สวยงามที่สุดของเกาะ บรรยากาศโดยรอบมีความร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่อย่างต้นลีลาวดีที่ออกดอกส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณพระราชฐานเก่า ทำให้ผู้ที่มาเยือนได้รับทั้งความรู้ทางประวัติศาสตร์และความสงบทางจิตใจไปพร้อมๆ กัน
วิถีชีวิตบนเกาะสีชังมีความเป็นเอกลักษณ์และเงียบสงบเนื่องจาก ไม่มีรถยนต์ส่วนบุคคล วิ่งบนเกาะ การเดินทางท่องเที่ยวจึงใช้รถสกายแล็บหรือการเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับขี่สำรวจตามเส้นทางคอนกรีตที่ลัดเลาะไปตามเนินเขา นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์และมิตรภาพที่อบอุ่นจากชาวเลท้องถิ่น พร้อมลิ้มรสอาหารทะเลสดๆ ที่หาทานได้ง่ายตามร้านอาหารริมชายฝั่ง ทำให้เกาะแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ทั้งนักสำรวจที่รักการผจญภัยและผู้ที่ต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง
สำหรับนักถ่ายภาพและศิลปิน เกาะสีชังเปรียบเสมือน สตูดิโอธรรมชาติ ที่มีองค์ประกอบสวยงามในทุกมุมมอง ตั้งแต่แสงสุดท้ายของวันที่ช่องเขาขาด ไปจนถึงโครงสร้างตึกเก่าสไตล์ยุโรปสีนวลตาที่ตัดกับน้ำทะเลสีเขียวมรกต ความหลากหลายของพิกัดท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลกันมากนัก ช่วยให้สามารถเก็บเกี่ยวความประทับใจได้ครบถ้วนภายในวันเดียวหรือจะค้างคืนเพื่อสัมผัสบรรยากาศยามเช้าที่เงียบสงบก็เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม
เกาะสีชังจึงเป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็น มรดกที่ยังมีลมหายใจ ซึ่งรวบรวมเรื่องราวความศรัทธาและความทรงจำของแผ่นดินไว้ในทุกย่างก้าว ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสความงามที่เหนือกาลเวลาและดื่มด่ำกับจิตวิญญาณของเกาะที่ทรงเสน่ห์ที่สุดแห่งหนึ่งในอ่าวไทย
วิธีการเดินทาง
-
โดยเรือโดยสาร: ขึ้นเรือที่ท่าเรือเกาะลอย อำเภอศรีราชา เรือออกทุก 1 ชั่วโมง ตั้งแต่ 07:00 - 20:00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที
-
การเดินทางบนเกาะ: สามารถใช้บริการรถสกายแล็บ (สามล้อเครื่อง) นำเที่ยวรอบเกาะในราคาเหมา หรือเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับเที่ยวเองตามความสะดวก
-
รถสาธารณะ: จากกรุงเทพฯ มีรถตู้และรถบัสจากเอกมัยและสายใต้ใหม่ ลงที่หน้าห้างโรบินสันศรีราชา แล้วต่อรถสามล้อไปยังท่าเรือเกาะลอย
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่แนะนำ: เดือน ธันวาคม ถึง เมษายน เป็นช่วงที่คลื่นลมสงบ น้ำทะเลใส และท้องฟ้าแจ่มใสที่สุด
-
การเตรียมตัว: ควรพกหมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดด เนื่องจากสถานที่หลายแห่งเป็นพื้นที่โล่งแจ้งและแดดค่อนข้างแรง
-
การวางแผน: หากต้องการชมพระอาทิตย์ตกที่ช่องเขาขาด ควรเผื่อเวลาเดินทางไปถึงก่อนเวลา 17:30 น.
ค่าเข้าชม:
- พื้นที่สาธารณะไม่เสียค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด:
- สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เปิด 08.00-18.30 น.
- เรือกลับเกาะลอยฝั่งศรีราชา รอบสุดท้ายเวลา 20.00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 19 รายการ)รีวิวเมื่อ 26 ก.ย. 53
รีวิวเมื่อ 24 ก.ย. 53
รีวิวเมื่อ 10 ส.ค. 53
http://ไปไหนดี.com/blog-history-ตลาดหนองมน
---------------------------------จบ------------------------------
รีวิวเมื่อ 10 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 10 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 10 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 10 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 10 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 10 ส.ค. 53
เป็นรูปหินที่เกิดจากธรรมชาติเมื่อหลายหมื่นปีมาแล้ว จากจารึกภาษาจีนโบราณที่ นายอุ้งเซ็ง แซ่อึ้ง ภาษาแต้จิ๋ว หรือนายยุ่นเซิ้ง เซิ้นหวง ภาษาจีนกลาง ชาวอำเภอบุงเชียง จังหวัดไหหลำเกาะไหหลำ ประเทศจีน เป็นผู้จารึกไว้ในไม้สักเก่าแก่ราว ค.ศ.1883 ปี พ.ศ.2426 ราว 124 ปีมาแล้ว ซึ่งขณะนี้เก็บรักษาไว้ที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่เกาะสีชังซินแส ผู้สูงอายุที่มาทำหน้าที่เป็นเสมียนจีนในเทศกาลไหว้เจ้าได้แปลไว้ว่าขณะที่มาจอดทอดสมอเรืออยู่หน้าเกาะได้เห็นแสงไฟอยู่บนเขาจึงได้ปีนขึ้นไปดู พบรูปหินย้อยลักษณะเหมือนศรีษะคนตรงตามตำราจีนว่าเป็นรูปเจ้าพ่อที่เกิดขึ้นเองจากธรรมชาติ อยู่ในถ้ำในเขากลางทะเล และหันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีน้ำอยู่ ข้างหน้าตามที่ชาวจีนโบราณเชื่อถือว่า “เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มหัศจรรย์”
รีวิวเมื่อ 10 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 10 ส.ค. 53
ใครไปมา ต้องมาไหว้
รีวิวเมื่อ 10 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 10 ส.ค. 53
พระองค์ทรงใช้เป็นหอดูดาวด้วย
รีวิวเมื่อ 10 ส.ค. 53
มีลักษณะเป็นช่องเขาขาดออกจากัน เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม สามารถมองเห็นพระอาทิตย์จมหายลับสู่ขอบน้ำ และมีหาดซึ่งมีก้อนหินที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของลมที่พัดผ่านจากทางทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออกในช่วงเดือนมีนาคม-กันยายน
รีวิวเมื่อ 10 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 10 ส.ค. 53
พระองค์เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับ ณ เกาะสีชังเป็นเวลานานและบ่อยครั้ง ระหว่างปี พ.ศ. 2431-2435 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวสาธารณสถานจำนวนมาก เพื่อยังประโยชน์แก่ชาวเกาะสีชังและผู้มาเยือน เช่น เรือนพักฟื้นผู้ป่วย ประภาคาร สะพาน พนน บ่อน้ำ โรงเรียน ฯลฯ
รีวิวเมื่อ 10 ส.ค. 53
เป็นอ่าวโค้ง หาดทรายขาวสวยงาม เล่นน้ำได้ เรียกได้ว่าเป็นหาดเดียวที่เล่นน้ำได้บนเกาะสีชัง ด้านเหนือเป็นแหลมจักรพงษ์ ซึ่งเป็นแหลมหินที่งดงาม นักท่องเที่ยวนิยมมาตกปลาและชมพระอาทิตย์ตก
รีวิวเมื่อ 8 ส.ค. 53
เดิมที่เป็นทีถ่ายทำภาพยนต์ไทย เรื่อง "ปืนใหญ่โจรสลัด" แต่ทางรีสอร์ทของรับช่วงต่อมาเปิดเป็นรีสอร์ท ขายเป็นแพ็คเก็จต่อคน 1800 บาท รวมอาหาร 3 มื้อ ในวันสุดสัปดาห์หรือวันหยุด และ ราคา 1500 บาทต่อคน ในวันธรรมดา
อยู่ท้ายเกาะสีชัง วิวดีบนโขดหิน มีคลื่นทะเลชัดอยู่ด้านล่าง มีสระว่ายน้ำขนาดเล็กอยู่ตอนกลางของส่วนที่พัก
เป็นกระท่อมไม้ไผ่ หลังคามุงจาก เน้นความเป็นส่วนตัว วิวทะเล(แบบเต็มๆ) ไม่มีชายหาด
รีสอร์ทนี้ไม่เหมาะสำหรับเด็ก
รีวิวเมื่อ 8 ส.ค. 53