“ชมกลุ่มพระตำหนักไม้และตึกยุโรปโบราณที่ตั้งเรียงรายตามแนวชายหาด ท่ามกลางสวนรุกขชาติและทัศนียภาพอันงดงามของอ่าวไทย”
พระจุฑาธุชราชฐาน(Phra Chudhadhuj Ratchathan Palace)เป็นพระราชวังฤดูร้อนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ซึ่งทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่แปรพระราชฐานและพักฟื้นร่างกายของพระบรมวงศานุวงศ์ ชื่อของพระราชวังได้รับการตั้งตามพระนามของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย ซึ่งประสูติ ณ เกาะแห่งนี้ พื้นที่ทั้งหมดถูกออกแบบให้เป็น พิพิธภัณฑ์และโบราณสถาน ที่รวบรวมงานสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเน้นการสร้างอาคารขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่มีความวิจิตรตามแบบฉบับตะวันตกผสมผสานกับความเป็นไทยอย่างมีระดับ ปัจจุบันพื้นที่นี้อยู่ภายใต้การดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่ออนุรักษ์เป็นมรดกของชาติ
ภายในบริเวณพระราชวังประกอบด้วยอาคารที่สำคัญหลายจุด เช่น เรือนไม้ริมทะเล ซึ่งเคยเป็นที่ประทับพักฟื้นร่างกาย และ ตึกวัฒนา ที่สร้างด้วยปูนตามแบบยุโรป นอกจากตัวอาคารแล้ว ผังของพระราชวังยังมีการจัดวางสวนหย่อมและทางเดินเลียบชายหาดที่ประดับด้วยพรรณไม้นานาชนิด โดยเฉพาะต้นลีลาวดีที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของที่นี่ ความใส่ใจในการเลือกทำเลที่ตั้งริมทะเลทำให้พระราชวังแห่งนี้มีอากาศถ่ายเทสะดวกและมีทัศนียภาพที่สวยงามระดับโลก รวมถึงมีการวางระบบสาธารณูปโภคที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น เช่น บ่อน้ำสะอาดและระบบทางเดินเท้าที่เชื่อมต่อทุกจุดสำคัญเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
บรรยากาศโดยรวมของพระราชวังมีความ ร่มรื่น สงบ และดูหรูหราแบบคลาสสิก นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้สัมผัสกับความเย็นสบายของลมทะเลตลอดทั้งวัน พื้นที่ถูกรักษาความสะอาดและคงความเป็นระเบียบเรียบร้อยไว้อย่างดีเยี่ยม ทำให้การเดินชมในแต่ละส่วนได้รับความรู้สึกที่ผ่อนคลายและเป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริง นอกจากความสวยงามของตัวอาคารแล้ว กลิ่นออมของดอกไม้และเสียงคลื่นที่กระทบฝั่งยังช่วยสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หาไม่ได้จากพระราชวังแห่งอื่นในประเทศไทย เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนแบบครอบครัวหรือผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง
สถานที่แห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับ ช่างภาพภาพนิ่ง นักวาดภาพ และผู้ที่หลงใหลในศิลปะ เนื่องจากมีองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมสีอ่อนที่ตัดกับน้ำทะเลสีเขียวมรกตและท้องฟ้าแจ่มใส นักท่องเที่ยวมักจะใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเดินสำรวจรายละเอียดการตกแต่งอาคาร ทั้งหน้าต่างรูปโค้งแหลม ลายไม้สลัก และระเบียงที่เปิดรับวิวทะเลกว้างไกล พื้นที่นี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีเยี่ยมสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่สนใจประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ เพราะมีป้ายข้อมูลที่บอกเล่าเรื่องราวของเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้น ณ พระราชวังแห่งนี้ไว้อย่างละเอียดและน่าสนใจ
ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางข้ามเวลามาสัมผัสความงดงามและรอยอดีตอันรุ่งโรจน์ของพระราชวังเพียงแห่งเดียวบนเกาะที่ยังคงตราตรึงอยู่ในใจของผู้ที่ได้มาเยือนเสมอมา
วิธีการเดินทาง
-
เรือโดยสาร: จากท่าเรือเกาะลอย (ศรีราชา) มายังท่าเรือเกาะสีชัง เรือออกทุกชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 50-60 บาท
-
รถสามล้อเครื่อง: จากท่าเรือเกาะสีชัง สามารถใช้บริการรถสามล้อเครื่องแจ้งว่าไป "พระราชวัง" ใช้เวลาเพียง 5-10 นาที
-
จักรยานยนต์เช่า: ขับขี่ได้ง่ายตามทางลาดคอนกรีต มีป้ายบอกทางชัดเจนตลอดทั้งเกาะ
คำแนะนำ
-
ฤดูกาลท่องเที่ยว: เดือน พฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่สวยที่สุด อากาศไม่ร้อนจนเกินไปและท้องฟ้าเปิดแจ่มใส
-
ข้อปฏิบัติในการเข้าชม: เนื่องจากเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โปรดแต่งกายสุภาพและไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น
-
อุปกรณ์ที่ควรเตรียม: ควรพกแว่นกันแดดและร่มพับ เนื่องจากทางเดินระหว่างอาคารบางช่วงเป็นพื้นที่โล่งแจ้ง
-
การวางแผนเวลา: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้สามารถเดินชมได้ทั่วถึงทุกอาคารและพิพิธภัณฑ์ด้านใน
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชมพื้นที่
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดให้บริการ: 09:00 - 17:00 น.