“หลวงพ่อสังกัจจายน์ พระพุทธรูปปางคันธารราฐ (ปางขอฝน) ศิลปะสมัยสุโขทัยตอนต้น เชื่อกันว่าหากได้มากราบไหว้จะเสริมความสุข ความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ และความสำเร็จในชีวิต”
วัดสระทอง Wat Sa Thong เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองร้อยเอ็ด และถือเป็นหนึ่งในศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในพื้นที่มายาวนาน วัดแห่งนี้มีเรื่องราวความเป็นมาที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของชุมชนอย่างลึกซึ้ง โดยชื่อ “สระทอง” มีที่มาจากการขุดพบสระน้ำภายในบริเวณวัดในอดีต ซึ่งชาวบ้านในสมัยนั้นเชื่อว่าเป็นแหล่งน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นมงคล จึงเรียกพื้นที่ดังกล่าวว่าสระทอง และกลายมาเป็นชื่อวัดในเวลาต่อมาความสำคัญของวัดสระทองไม่ได้อยู่เพียงแค่ความเก่าแก่ แต่ยังอยู่ที่การเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อสังกัจจายน์” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีพุทธลักษณะโดดเด่นคือความอวบอิ่มและใบหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ความสุข และความมั่งคั่งตามความเชื่อในพระพุทธศาสนาแบบพื้นบ้านของชาวอีสาน ชาวบ้านและผู้ที่ศรัทธาต่างเชื่อว่าการมากราบไหว้หลวงพ่อสังกัจจายน์จะช่วยเสริมดวงด้านโชคลาภ การค้าขาย การงาน รวมถึงช่วยให้ชีวิตครอบครัวมีความร่มเย็นเป็นสุข ทำให้มีผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
ในเชิงประวัติศาสตร์ยังมีเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาว่า องค์พระหลวงพ่อสังกัจจายน์ถูกค้นพบในช่วงที่มีการขุดหรือปรับปรุงพื้นที่บริเวณสระน้ำของวัด ซึ่งเหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์และเป็นนิมิตหมายที่ดี ส่งผลให้พื้นที่แห่งนี้ถูกยกให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และได้รับการพัฒนาเป็นวัดอย่างเป็นทางการนับแต่นั้นเป็นต้นมา เรื่องราวดังกล่าวยังคงถูกเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อและอัตลักษณ์ของวัดบรรยากาศภายในวัดสระทองมีความเรียบง่ายแต่สงบเงียบตามแบบวัดท้องถิ่นของภาคอีสาน โครงสร้างอาคารและพระวิหารไม่ได้เน้นความหรูหรา แต่เน้นความเรียบง่ายและความร่มรื่น เหมาะแก่การเข้ามาทำบุญ ปฏิบัติธรรม หรือพักผ่อนจิตใจจากความวุ่นวายของชีวิตประจำวัน ภายในวัดมีพื้นที่กว้างสำหรับการจัดกิจกรรมทางศาสนาและงานบุญต่าง ๆ ของชุมชน ทำให้วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางสังคมของคนในพื้นที่ด้วย
ในทุกปี วัดสระทองจะมีงานประเพณีสำคัญคือพิธีสรงน้ำและสมโภชหลวงพ่อสังกัจจายน์ ซึ่งมักจัดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความคึกคักของผู้คนในชุมชนที่มาร่วมทำบุญ สวดมนต์ ฟังธรรม และร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่าง ๆ งานดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนได้กลับมาพบปะ เชื่อมความสัมพันธ์ และสืบสานประเพณีท้องถิ่นร่วมกันโดยภาพรวม วัดสระทองจึงเป็นมากกว่าวัดทั่วไป เพราะเป็นทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์รวมศรัทธา และพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนร้อยเอ็ดอย่างแท้จริง ความเรียบง่าย ความสงบ และความศรัทธาที่สั่งสมมายาวนาน ทำให้วัดแห่งนี้ยังคงมีความสำคัญและได้รับการเคารพนับถือมาจนถึงปัจจุบัน
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์: เริ่มจากบริเวณตัวเมือง ให้ขับรถมุ่งหน้าเข้าสู่เขตถนนหายโศก ซึ่งเป็นถนนสายหลักในเขตเมือง โดยใช้เวลาประมาณ 5–10 นาทีเท่านั้น
คำแนะนำ
- ไปช่วงเช้าหรือเย็น อากาศดี ถ่ายรูปสวย
- แต่งกายสุภาพให้เหมาะกับสถานที่
- เตรียมของทำบุญเล็กน้อยตามศรัทธา
- เดินชมวัดแบบช้า ๆ เพื่อสัมผัสบรรยากาศ
- รักษาความสงบและความเรียบร้อยในวัด
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม (สามารถร่วมทำบุญได้ตามศรัทธา)
เวลาเปิด–ปิด:
- 08:00 – 17:00 น.