วัดบูรพาภิราม (Wat Buraphaphiram) เดิมชื่อวัดหัวรอ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2456 และพัฒนาต่อเนื่องจนได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญในเวลาต่อมา ปัจจุบันถือเป็นวัดสำคัญใจกลางเมืองร้อยเอ็ดและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวจังหวัดไฮไลท์สำคัญของวัดคือพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หลวงพ่อใหญ่” พระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่ที่มีความสูงประมาณ 59 เมตร 20 เซนติเมตร และเมื่อรวมฐานจะสูงกว่า 67 เมตร 85 เซนติเมตร จึงนับว่าเป็นพระพุทธรูปยืนที่สูงที่สุดในประเทศไทยองค์พระถูกออกแบบให้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ โดยความสูงจากพระบาทถึงยอดรวม 101 ศอก ซึ่งสื่อถึงชื่อจังหวัดร้อยเอ็ด และสะท้อนความเชื่อเรื่องความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองของพื้นที่
ภายในวัดมีการจัดพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะบริเวณฐานองค์พระซึ่งเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุ พระเครื่อง และหุ่นขี้ผึ้งของพระเกจิชื่อดัง รวมถึงใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรมและประกอบพิธีทางศาสนาพระอุโบสถของวัดมีความงดงามด้วยจิตรกรรมฝาผนังที่เล่าเรื่องพุทธประวัติและทศชาติชาดก ถ่ายทอดด้วยศิลปะไทยแบบดั้งเดิมอย่างประณีต นอกจากนี้ยังมีลานรอบองค์พระซึ่งสามารถชมวิวเมืองร้อยเอ็ดได้แบบกว้างไกล โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกจะมีความสวยงามเป็นพิเศษวัดแห่งนี้ยังเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของประชาชน ผู้คนมักเดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อใหญ่เพื่อขอพรเรื่องความสำเร็จ การงาน ความเป็นสิริมงคล และความสงบทางจิตใจ โดยเฉพาะในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วิสาขบูชา และเข้าพรรษา จะมีผู้คนจำนวนมากมาร่วมทำบุญและเวียนเทียน
บรรยากาศภายในวัดแตกต่างกันตามช่วงเวลา ช่วงเช้าเหมาะแก่การทำบุญและถ่ายภาพเพราะอากาศเย็นสบาย ช่วงเย็นแสงแดดจะสะท้อนองค์พระอย่างสวยงาม และช่วงกลางคืนมีการเปิดไฟส่ององค์พระทำให้เห็นความยิ่งใหญ่โดดเด่นจากระยะไกลวัดบูรพาภิรามจึงไม่เพียงเป็นสถานที่ทางศาสนา แต่ยังเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ดที่สะท้อนทั้งศรัทธา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างชัดเจน