“ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ริมทะเลเกาะสมุย โดดเด่นด้วยพระธาตุสีทองบนโขดหินและอุโบสถดินเผาสีแดงวิจิตรบรรจง ผสมผสานศิลปะร่วมสมัยกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างลงตัว เป็นจุดเช็คอินทรงคุณค่าที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนสุราษฎร์ธานี”
พระธาตุหินงู (Phra That Hin Ngu) หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันติดปากว่า "วัดศิลางู" เป็นปูชนียสถานเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเกาะสมุยมาอย่างยาวนาน ตั้งอยู่บนทำเลที่โดดเด่นบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างหาดละไมและหาดหัวถนน ความสำคัญของสถานที่แห่งนี้เริ่มต้นจากองค์พระธาตุศิลางู ซึ่งเป็นเจดีย์สีทองอร่ามที่ประดิษฐานอยู่บนโขดหินริมทะเล ตามตำนานท้องถิ่นเล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อกว่าร้อยปีก่อนมีการพบร่องรอยของสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนโขดหินที่มีลักษณะคล้ายงูใหญ่เลื้อยลงสู่ทะเล ชาวบ้านจึงเชื่อว่าเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาชาวประมงและผู้ที่สัญจรทางน้ำ ต่อมาในปี พ.ศ. 2478 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ได้เสด็จประพาสวัดแห่งนี้และทรงถวายเงินเพื่อสมทบทุนในการปฏิสังขรณ์ ทำให้วัดศิลางูเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่ได้รับความเคารพอย่างสูง
ไฮไลต์ที่สำคัญที่สุดในเชิงศิลปกรรมที่สร้างชื่อเสียงให้วัดแห่งนี้คือ "อุโบสถสีแดง" หรืออุโบสถดินเผา ซึ่งเป็นงานสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ร่วมสมัยที่สร้างขึ้นเพื่อทดแทนโบสถ์หลังเดิมที่ทรุดโทรม ความพิเศษอยู่ที่การใช้หินปูนผสมดินเหนียวและสีแดงตามธรรมชาติ นำมาผ่านกระบวนการเผาและปั้นอย่างประณีต ผนังภายนอกและภายในอาคารไม่ได้ใช้การวาดจิตรกรรมฝาผนังแบบดั้งเดิม แต่ใช้การ "ปั้นนูนต่ำ" เล่าเรื่องราวพุทธประวัติและคติธรรมอย่างวิจิตรพิสดาร ทุกสัดส่วนของอุโบสถ ตั้งแต่บันไดนาคที่มีรายละเอียดเกล็ดอย่างสมบูรณ์ไปจนถึงหน้าบันและบานประตู ล้วนสื่อถึงความศรัทธาที่ผสมผสานกับฝีมือช่างสิบหมู่ในยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว
นอกจากความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมแล้ว วัดศิลางูยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชุมชน โดยเป็นที่ตั้งของโรงเรียนและที่รวมตัวในงานประเพณีสำคัญ บรรยากาศภายในวัดให้ความรู้สึกสงบด้วยเงาไม้มะพร้าวที่เรียงราย ผสมผสานกับเสียงคลื่นที่กระทบฝั่งหินด้านล่างองค์พระธาตุ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนมักจะรู้สึกถึงพลังของธรรมชาติที่สอดรับกับความเชื่อทางศาสนา โดยเฉพาะในช่วงยามเย็นที่แสงอาทิตย์สีทองตกลงบนองค์พระธาตุและผนังอุโบสถดินเผา จะเกิดเป็นภาพที่สวยงามและทรงพลังอย่างยิ่ง
วิธีการเดินทาง
- ตั้งอยู่บนถนนสายหลักรอบเกาะ (ถนนทวีราษฎร์ภักดี - ทางหลวง 4169) อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสมุย ระหว่างหาดละไมและหาดหัวถนน หากเดินทางจากหาดละไม ให้มุ่งหน้าไปทางทิศใต้เพียง 2-3 กิโลเมตร วัดจะอยู่ทางซ้ายมือติดริมทะเล
คำแนะนำ
-
ควรแต่งกายสุภาพ มิดชิด ปิดไหล่และเข่า เพื่อเป็นการเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
-
ช่วงเวลาที่สวยที่สุดคือช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็น เนื่องจากแสงแดดไม่ร้อนจนเกินไป
-
เตรียมกล้องถ่ายรูปให้พร้อมสำหรับเก็บภาพรายละเอียดงานปั้นนูนต่ำบนผนังโบสถ์สีแดง
-
เดินลงไปที่บริเวณโขดหินริมทะเลหลังพระธาตุ เพื่อชมวิวทะเลมุมกว้างและรับลมเย็น
-
โปรดงดใช้เสียงดังภายในบริเวณอุโบสถ เนื่องจากอาจมีพุทธศาสนิกชนกำลังปฏิบัติธรรม
-
ตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนเดินทาง เพราะบริเวณริมทะเลอาจมีลมแรงและฝนตกฉับพลัน
-
พกน้ำดื่มติดตัวไปด้วย เนื่องจากทางเดินไปยังจุดชมวิวริมทะเลต้องเดินกลางแจ้ง
-
อย่าลืมแวะชมศาลาไม้เก่าแก่และสิ่งก่อสร้างโบราณรอบวัดเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมฟรี
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดทุกวัน: 07:00 – 18:30 น.