“ศาสนสถานขอมโบราณสร้างด้วยศิลาแลงตามศิลปะบายน เป็นหนึ่งใน "อโรคยศาล" สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สถาปัตยกรรมยังคงความสมบูรณ์ชัดเจน มีสระน้ำโบราณศักดิ์สิทธิ์ล้อมรอบ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และถ่ายภาพสถาปัตยกรรมย้อนยุคอันทรงคุณค่าของจังหวัดสกลนคร”
ปราสาทบ้านพันนา (Prasat Baan Panna) หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่ากู่พันนา ถือเป็นโบราณสถานอันทรงคุณค่าที่ตั้งอยู่บนเส้นทางอารยธรรมขอมโบราณในเขตภาคอีสานตอนบน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วง พุทธศตวรรษที่ 18 ตรงกับรัชสมัยของ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายแห่งอาณาจักรเขมรโบราณ โดยโบราณสถานแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานทั่วไป แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็น อโรคยศาล หรือสถานพยาบาลหนึ่งใน 102 แห่งที่กระจายอยู่ตามเส้นทางคมนาคมในสมัยนั้น เพื่อดูแลรักษาประชากรและนักเดินทางตามหลักความเชื่อในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน
โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมเน้นการใช้ศิลาแลง เป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง โดยมีปราสาทประธาน ทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสย่อมุมไม้สิบสองตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลาง แผนผังของโบราณสถานประกอบด้วยตัวปราสาท วิหาร (บรรณาลัย) ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทั้งหมดถูกล้อมรอบด้วย กำแพงแก้ว ที่มีทางเข้าเพียงด้านเดียวคือ โคปุระ (ซุ้มประตู) ทางทิศตะวันออก ตามคติความเชื่อเรื่องทิศมงคลและการกำเนิดของชีวิต นอกจากนี้บริเวณนอกกำแพงยังมี สระน้ำโบราณ หรือบารายขนาดเล็กที่กรุด้วยศิลาแลงเป็นขั้นบันไดลงไป ซึ่งยังคงมีน้ำขังอยู่เกือบตลอดทั้งปี สะท้อนถึงระบบชลประทานและภูมิปัญญาในการจัดการน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการรักษาโรคในอดีต
จากการขุดแต่งและบูรณะโดยกรมศิลปากร ได้มีการค้นพบโบราณวัตถุสำคัญหลายชิ้นที่เป็นเครื่องยืนยันถึงความรุ่งเรืองของศิลปะแบบบายน อาทิ เศียรพระพุทธรูปวัชรธร ชิ้นส่วนพระโพธิสัตว์ และพระวัชรปานี ซึ่งปัจจุบันถูกนำไปเก็บรักษาไว้เพื่อความปลอดภัย โครงสร้างที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ของปราสาทบ้านพันนาทำให้นักท่องเที่ยวและนักประวัติศาสตร์สามารถจินตนาการถึงภาพความรุ่งเรืองในอดีตได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ และกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ชาวสกลนครภาคภูมิใจ
วิธีการเดินทาง
- จากตัวเมืองสกลนคร ใช้ทางหลวงหมายเลข 22 (เส้นทางสกลนคร-อุดรธานี) มุ่งหน้าสู่อำเภอสว่างแดนดิน ประมาณ 70 กิโลเมตร เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 84 (บริเวณบ้านพันนา) จะมีทางแยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ถนนลาดยางเข้าถึงตัวปราสาทได้อย่างสะดวก
คำแนะนำ
-
ควรเตรียมร่มหรือหมวกมาด้วยเนื่องจากพื้นที่รอบโบราณสถานเป็นที่โล่งแจ้งและมีแดดค่อนข้างจัด
-
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การถ่ายภาพที่สุดคือช่วงเช้าไม่เกิน 10:00 น. หรือช่วงเย็นหลัง 16:00 น. เพื่อให้ได้แสงที่นุ่มนวล
-
โปรดแต่งกายด้วยชุดสุภาพและสำรวมกิริยาเนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา
-
หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือขีดเขียนบนตัวศิลาแลงเพื่อช่วยกันอนุรักษ์โครงสร้างโบราณให้คงสภาพสมบูรณ์
-
แนะนำให้แวะชมโครงการพันนาบุรีที่อยู่ใกล้กันเพื่อเลือกซื้อผ้าย้อมครามและลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นสกลนคร
-
สามารถสแกนคิวอาร์โค้ดบริเวณป้ายข้อมูลของกรมศิลปากรเพื่ออ่านประวัติเชิงลึกเพิ่มเติมได้ทันที
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม (ฟรีสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ)
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 18:30 น.