“ตื่นเต้นกับการนั่งรถรางเปิดประทุนชมสัตว์ป่าในโซนสะวันนาและโซนผู้ล่าอย่างใกล้ชิด พบกับสัตว์หายากกว่า 1,400 ตัวทั่วโลก และชมการแสดงน้ำพุดนตรีม่านน้ำที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค”
เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี (Chiang Mai Night Safari) เป็นแหล่งท่องเที่ยวในรูปแบบ เนเจอร์ธีมพาร์ค ระดับโลก และได้รับการยอมรับว่าเป็นสวนสัตว์กลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ-ปุย บนพื้นที่กว่า 800 ไร่ สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสวนสัตว์ธรรมดา แต่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สังเกตพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ป่าในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่สัตว์หลายชนิดตื่นตัวและออกหากินมากที่สุด พื้นที่ถูกแบ่งออกเป็นโซนหลักหลายโซน โดยแต่ละโซนจะจำลองสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันไปเพื่อรองรับสัตว์จากทั้งเอเชีย แอฟริกา และอเมริกา
การเดินทางเริ่มต้นด้วย โซนสะวันนาซาฟารี ซึ่งรวบรวมสัตว์ประเภทสัตว์กินพืชในทุ่งกว้าง เช่น ยีราฟ ม้าลาย เลียงผา แรดขาว และจิงโจ้แดง นักท่องเที่ยวจะได้นั่งรถรางเปิดประทุนที่มีระบบแสงสว่างแบบพิเศษไม่รบกวนสายตาสัตว์ ทำให้เห็นการใช้ชีวิตของพวกมันอย่างใกล้ชิด จากนั้นเข้าสู่ โซนพรีเดเตอร์โพรวล ซึ่งเป็นโซนที่ตื่นเต้นที่สุด เพราะเป็นที่อยู่ของเหล่านักล่า เช่น เสือโคร่งเบงกอล สิงโต หมีควาย และไฮยีน่าลายจุด รถรางจะพานักท่องเที่ยวผ่านเส้นทางที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางป่าจริงภายใต้มาตรการความปลอดภัยสูงสุด
นอกจากรถรางแล้ว ยังมีเส้นทางเดินชมธรรมชาติรอบทะเลสาบที่เรียกว่า จากัวร์เทรล ระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร ซึ่งเปิดให้เดินได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อชมสัตว์สวยงามอย่าง เสือขาว จากัวร์ นกฟลามิงโก้ และนกอีมู ท่ามกลางบรรยากาศสวนเมืองร้อนที่ร่มรื่น เชียงใหม่ไนท์ซาฟารียังให้ความสำคัญกับการให้ความรู้และการอนุรักษ์ มีการแสดงสัตว์ป่าที่เน้นพฤติกรรมธรรมชาติ เช่น การแสดง Night Predators ที่โชว์ทักษะการล่าและการเอาตัวรอดของสัตว์ เช่น เสือและนาก โดยไม่มีการรบกวนพฤติกรรมสัตว์บนเวที
อีกหนึ่งจุดขายสำคัญที่ห้ามพลาดคือ การแสดงน้ำพุดนตรีและม่านน้ำ ที่ผสานเทคโนโลยีแสง สี เสียง ระดับสูงเข้ากับจังหวะของน้ำที่เต้นระบำอย่างสวยงามกลางทะเลสาบ นอกจากนี้ยังมีโซนสวนสัตว์ดิจิทัล และโซน Petting Zoo ที่เด็กๆ สามารถสัมผัสและป้อนอาหารสัตว์ตัวเล็กๆ ได้อย่างใกล้ชิด เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีจึงเป็นสถานที่ที่มอบทั้งความสนุกสนาน การเรียนรู้ และความประทับใจให้กับคนทุกวัยที่มาเยือน
การมาเที่ยวที่นี่จะช่วยให้ผู้คนเข้าใจถึงความหลากหลายทางชีวภาพและความสำคัญของการอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่า เป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความลี้ลับของป่าหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน ทุกองค์ประกอบของที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างความผูกพันระหว่างคนกับธรรมชาติ และยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ที่นักเดินทางจากทั่วโลกไม่ควรพลาด
วิธีการเดินทาง
-
รถสาธารณะ: สามารถนั่ง รถแดง หรือตุ๊กตุ๊กจากตัวเมืองเชียงใหม่ได้ แนะนำให้นัดหมายเวลาหรือเหมารถขากลับไว้เนื่องจากขากลับตอนกลางคืนอาจหารถยาก
-
แอปพลิเคชันเรียกรถ: เช่น Grab หรือรถแท็กซี่ เป็นวิธีที่สะดวกและมีราคามัดจำที่แน่นอน
-
รถส่วนตัว: มีลานจอดรถขนาดใหญ่กว้างขวาง ใช้เวลาเดินทางจากใจกลางเมืองประมาณ 20-25 นาที
คำแนะนำ
-
เวลาที่แนะนำ: ควรมาถึงเวลา 17:00 น. เพื่อเดินโซนจากัวร์เทรลตอนแสงยังมีอยู่ แล้วค่อยไปนั่งรถรางดูสัตว์หลังพระอาทิตย์ตกดิน (18:30 น. เป็นต้นไป) เพราะสัตว์จะตื่นตัวที่สุด
-
การแต่งกาย: ในช่วงหน้าหนาว (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์) อากาศขณะนั่งรถรางจะค่อนข้างเย็น แนะนำให้พกเสื้อคลุมติดตัวไปด้วย
-
เช็คเวลาแสดง: ควรตรวจสอบตารางเวลาการแสดงเสือและน้ำพุดนตรีทันทีเมื่อไปถึงเพื่อวางแผนการเดินชมไม่ให้พลาดไฮไลท์
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 300 บาท / เด็ก 150 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 800 บาท / เด็ก 400 บาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่น)
เวลาเปิด-ปิด:
-
ทุกวัน: 11:00 น. – 22:00 น.
-
รถรางรอบกลางคืนเริ่มประมาณ 18:30 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 4 รายการ)รีวิวเมื่อ 27 ก.ย. 54
รีวิวเมื่อ 27 ก.ย. 54
รีวิวเมื่อ 27 ก.ย. 54
รีวิวเมื่อ 27 ก.ย. 54