“ตื่นตาตื่นใจกับการชมวาฬบรูด้าแบบใกล้ชิดในแหล่งอาหารธรรมชาติที่สมบูรณ์ที่สุด พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงและทัศนียภาพอันสวยงามของอ่าวไทย”
ชมวาฬบรูด้า แหลมผักเบี้ย (Whale Watching at Laem Phak Bia) ตั้งอยู่ในเขตอำเภอบ้านแหลม เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางธรรมชาติที่แม่น้ำเพชรบุรีไหลลงสู่อ่าวไทย ก่อให้เกิดระบบนิเวศแบบ "น้ำกร่อย" ที่มีการสะสมของธาตุอาหารมหาศาล ทำให้บริเวณนี้กลายเป็น แหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ ของสัตว์ทะเลนานาชนิด โดยเฉพาะฝูงปลากะตักและกุ้งเคยที่เป็นอาหารหลักของ วาฬบรูด้า (Bryde's Whale) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่มักจะเวียนว่ายเข้ามาหากินใกล้ชายฝั่งในช่วงที่น้ำใสและคลื่นลมสงบ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับบรรยากาศการนั่งเรือประมงพื้นบ้านที่ดัดแปลงเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ออกไปกลางทะเลกว้างเพื่อตามหาเจ้าของฉายา "ยักษ์ใหญ่แห่งอ่าวไทย" ที่มีความยาวลำตัวเฉลี่ยถึง 10-15 เมตร และมีน้ำหนักกว่า 10-20 ตัน
ความโดดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกหลงรักคือ พฤติกรรมการหากินแบบโผล่พ้นน้ำ (Lunge Feeding) ซึ่งเป็นภาพที่หาชมได้ยากและน่าประทับใจที่สุด โดยวาฬจะอ้าปากกว้างทำมุมเกือบ 90 องศาเพื่อฮุบฝูงปลาเหนือผิวน้ำท่ามกลางฝูงนกนางนวลที่คอยบินวนเวียนโฉบกินปลา สร้างความตื่นตาตื่นใจและแสดงถึงความเกื้อกูลกันของธรรมชาติ นอกจากวาฬบรูด้าแล้ว พื้นที่นี้ยังเป็นที่ตั้งของ โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นต้นแบบการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติ จนกลายเป็น จุดดูนกชายเลนและนกอพยพ ที่สำคัญระดับโลกซึ่งดึงดูดนักปักษีวิทยาให้มาเฝ้าสังเกตการณ์นกหายากกว่า 200 ชนิด
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการล่องเรือคือ ช่วงเดือนกันยายนถึงมกราคม ของทุกปี เนื่องจากอิทธิพลของลมมรสุมลดลงทำให้น้ำทะเลนิ่งและใสสะอาด อีกทั้งยังเป็นช่วงที่ฝูงปลาเหยื่อรวมตัวกันหนาแน่น ทำให้มีโอกาสพบวาฬสูงถึง 80-90% บรรยากาศระหว่างการล่องเรือคุณจะได้สัมผัส ไอแดดอุ่นและลมทะเลที่เย็นสบาย พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตชาวเลที่สืบทอดภูมิปัญญาการเดินเรือมาอย่างยาวนาน การออกเรือแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นการท่องเที่ยวที่เน้น การเคารพกฎระเบียบการชมวาฬ เช่น การดับเครื่องยนต์ในระยะที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้รบกวนพฤติกรรมทางธรรมชาติและรักษาสภาพแวดล้อมให้ยั่งยืน
สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนสวรรค์ของ ช่างภาพสายธรรมชาติและสัตว์ป่า ที่ต้องการเก็บภาพวินาทีเสี้ยววินาทีประทับใจขณะวาฬพ่นน้ำหรือโผล่ขึ้นมาทักทาย รวมถึงเป็นห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่สำหรับ กลุ่มครอบครัว ที่ต้องการปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์โลกให้แก่บุตรหลานผ่านประสบการณ์ตรงที่ไม่มีในตำรา สำหรับศิลปินและผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย การได้ล่องลอยอยู่ท่ามกลางสีฟ้าครามของมหาสมุทรที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาช่วยให้เกิด สมาธิและแรงบันดาลใจ ในการสร้างสรรค์ผลงานหรือชาร์จพลังชีวิตได้อย่างดีเยี่ยม
ขอเชิญคุณมาร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์ของทรัพยากรไทยและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ณ แหลมผักเบี้ย สถานที่ที่มอบทั้งความรู้ ความตื่นเต้น และภาพความทรงจำอันล้ำค่าระหว่างมนุษย์และเพื่อนร่วมโลกตัวโตที่รอให้คุณมาพิสูจน์ด้วยตาตนเองสักครั้งในชีวิต
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- ใช้เส้นทางถนนพระราม 2 มุ่งหน้าสู่เพชรบุรี แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4028 (เส้นทางคลองโคน-บ้านแหลม) ขับตามป้ายไปทางตำบลแหลมผักเบี้ย
รถสาหร่าย/รถตู้:
- ขึ้นรถตู้สายกรุงเทพฯ-เพชรบุรี ลงที่ตัวเมืองเพชรบุรี แล้วต่อรถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นไปยังท่าเรือแหลมผักเบี้ย
คำแนะนำ
ฤดูกาลท่องเที่ยว:
- แนะนำช่วงเดือนตุลาคม - ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่พบวาฬได้บ่อยที่สุดและคลื่นลมสงบ
การเตรียมตัว:
- ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด ครีมกันแดด และยาสามัญสำหรับคนเมาเรือ รวมถึงสวมรองเท้าที่กระชับและไม่ลื่น
การถ่ายภาพ:
- เตรียมเลนส์ระยะไกล (Telephoto) สำหรับถ่ายภาพวาฬจากระยะปลอดภัย และเตรียมถุงกันน้ำสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
อาหารและวัฒนธรรม:
- อย่าพลาดลิ้มลองอาหารทะเลสดๆ จากกลุ่มประมงพื้นบ้าน และควรนำกระติกน้ำส่วนตัวมาเพื่อลดขยะพลาสติกในทะเล
การจองเรือ:
- ควรติดต่อจองเรือล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวันเพื่อลดการรบกวนธรรมชาติ
ค่าธรรมเนียมเข้าชม
-
ชาวไทย: เหมาลำเรือประมงประมาณ 5,000 - 6,000 บาท (นั่งได้ 6-10 คน)
-
ชาวต่างชาติ: ราคาเหมาลำเท่ากับชาวไทย หรือตามตกลงกับผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว
เวลาทำการ
-
เวลาล่องเรือ: เริ่มออกเรือประมาณ 08:00 น. และกลับเข้าฝั่งไม่เกิน 15:00 น. (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและตำแหน่งที่พบวาฬ)