“ชมความงามของ สถาปัตยกรรม "พระราชนิยม" ที่ผสมผสานศิลปะจีนอย่างลงตัว ไร้ช่อฟ้าใบระกาแต่ประดับด้วยเครื่องเบื้องเคลือบสี และกราบ พระพุทธไสยาสน์ องค์ใหญ่ที่เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี”
วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร (Ratchaorasaram Ratchaworawihan Temple) เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง ตั้งอยู่ในเขตจอมทอง ฝั่งธนบุรี ของ กรุงเทพมหานคร เดิมมีชื่อว่า “วัดจอมทอง” ต่อมาได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่โดย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระยศเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จนกลายเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 3 และเป็นหนึ่งในพระอารามที่มีความสง่างามและมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของฝั่งธนบุรี
ความพิเศษที่ทำให้วัดแห่งนี้แตกต่างจากวัดไทยทั่วไป คือการผสมผสานศิลปะจีนเข้ากับโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบไทยอย่างลงตัว พระอุโบสถไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หรือหางหงส์ตามแบบประเพณีนิยม หากแต่ประดับตกแต่งด้วยเครื่องถ้วยเบื้องเคลือบสี ลวดลายมังกร และศิลปกรรมแบบจีน อันสะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางการค้าและการทูตระหว่างสยามกับจีนในสมัยรัชกาลที่ 3 ก่อให้เกิดรูปแบบศิลปะใหม่ที่เรียกว่า “วัดนอกอย่าง” หรือวัดแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะยุค
ภายในวิหารพระพุทธไสยาสน์ เป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธไสยาสน์นารถธรรมรส” พระพุทธรูปปางโปรดอสุรินทราหูองค์ใหญ่ที่มีพุทธลักษณะงดงาม ฝ่าพระบาทประดับมุกสลักลายมงคล 108 ประการอย่างประณีต รอบบริเวณมีหมู่ไม้น้อยใหญ่ให้ร่มเงา พร้อมอ่างบัวและตุ๊กตาหินสลักแบบจีนวางเรียงราย เสริมบรรยากาศให้ดูขรึมขลัง สงบ และเปี่ยมด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม
รายละเอียดทางศิลปกรรมภายในวัดล้วนสะท้อนความรุ่งเรืองของสยามในอดีต ตั้งแต่บานประตูประดับมุก จิตรกรรมฝาผนัง ไปจนถึงลวดลายประดับอาคารที่สอดแทรกแนวคิดทางพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง วัดราชโอรสารามจึงเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ ศิลปะ และสถาปัตยกรรมไทย-จีน อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนย่านจอมทองที่มีความผูกพันกับวัดมาอย่างยาวนาน
การมาเยือนวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ไม่เพียงเป็นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ชื่นชมงานพุทธศิลป์อันแปลกตา และซึมซับความสงบร่มเย็นท่ามกลางมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบัน
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- เดินทางมาทางถนนจอมทอง เลี้ยวเข้าซอยเอกชัย 4 หรือใช้เส้นทางถนนวุฒากาศตัดใหม่ มีที่จอดรถภายในวัด
รถสาธารณะ:
- นั่งรถประจำทางสาย 43, 120, 167 มาลงบริเวณหน้าซอยเอกชัย 4 แล้วเดินเข้าวัดได้ในระยะทางใกล้ๆ
รถไฟฟ้า:
- นั่ง BTS สายสีลม ลงสถานีวุฒากาศ แล้วต่อรถแท็กซี่หรือรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างมายังวัด (ระยะทางประมาณ 2-3 กิโลเมตร)
คำแนะนำ
ช่วงเวลาที่เหมาะสม:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน แนะนำให้มาช่วงเช้า 08:00 - 10:00 น. เพื่อเลี่ยงอากาศร้อนและสัมผัสความเงียบสงบก่อนเริ่มกิจกรรมของทางวัด
การแต่งกาย:
- สวมชุดสุภาพที่ปกปิดไหล่และเข่า เนื่องจากเป็นพระอารามหลวงสำคัญ
การถ่ายภาพ:
- โซนหน้าบันพระอุโบสถที่ประดับด้วยเครื่องเบื้องจีนเป็นจุดที่ไม่ควรพลาดถ่ายภาพ เพราะแสดงถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรัชกาลที่ 3 ได้ชัดเจนที่สุด
วัฒนธรรมท้องถิ่น:
- วัดแห่งนี้มีความเงียบสงบสูงมาก ควรระมัดระวังการใช้เสียงและการเข้าชมในเขตสังฆาวาส
การวางแผน:
- สามารถเดินทางไปเยี่ยมชมวัดนางนองซึ่งอยู่ใกล้กันได้ในคราวเดียว เพื่อชมความงามของสถาปัตยกรรมพระราชนิยมในย่านจอมทอง
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: ฟรี
-
ชาวต่างชาติ: ฟรี
เวลาทำการ
-
ทุกวัน: 08:00 – 17:00 น.