“ศาสนสถานอันเงียบสงบทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะสมุย ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทปูน 4 รอยบนยอดเขา พร้อมจุดชมวิวพาโนรามาที่มองเห็นท้องทะเลและผืนป่าของเกาะสมุยได้อย่างงดงาม”
วัดพระพุทธบาทเขาเล่ (Phra Phutthabat Khao Le Temple) หรือสำนักสงฆ์พระพุทธบาทเขาเล่ ถือเป็นศาสนสถานที่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์อย่างยิ่งของเกาะสมุย โดยปรากฏหลักฐานย้อนกลับไปถึงช่วงศตวรรษที่ผ่านมาว่า พื้นที่บนยอดเขาเล่แห่งนี้ได้รับความเคารพศรัทธาจากชาวบ้านมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการมีส่วนเกี่ยวข้องกับบันทึกการเสด็จประพาสต้นของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เมื่อครั้งเสด็จเยือนเกาะสมุยในปี พ.ศ. 2431 ซึ่งในครั้งนั้นทรงบันทึกถึงการประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองบนเนินเขาที่เงียบสงบแห่งนี้ เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและสัญลักษณ์ของการหยั่งรากพุทธศาสนาบนเกาะสมุย ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นป่าดิบชื้นอันอุดมสมบูรณ์และสวนมะพร้าวผืนใหญ่ของตำบลหน้าเมือง
โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของวัดโดดเด่นด้วย "บันไดนาค" จำนวนประมาณ 150 ขั้น ที่มีความชันพอสมควร ทอดตัวยาวผ่านร่มเงาของแมกไม้ขึ้นสู่ยอดเขา ซึ่งเป็นการจำลองสัญลักษณ์ของการเดินขึ้นสู่สวรรค์หรือการหลุดพ้นจากทางโลก เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาจะพบกับ "ศาลาจตุรมุขแบบโปร่ง" ที่ออกแบบมาเพื่อให้ลมพัดผ่านได้ทุกทิศทาง ภายในประดิษฐานหัวใจสำคัญคือ "รอยพระพุทธบาทปูน 4 รอย" ที่วางซ้อนกันเป็นลำดับชั้นจากใหญ่ไปหาเล็ก ซึ่งตามความเชื่อในทางพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทหมายถึงการรวบรวมรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ที่ล่วงมาแล้วในภัทรกัปนี้ ได้แก่ พระกกุสันธพุทธเจ้า, พระโกนาคมนพุทธเจ้า, พระกัสสปพุทธเจ้า และพระโคตมพุทธเจ้า (องค์ปัจจุบัน) รอยพระพุทธบาทแต่ละชั้นมีการแกะสลักลวดลายมงคล 108 ประการไว้อย่างประณีต และเป็นธรรมเนียมที่พุทธศาสนิกชนจะนำแผ่นทองคำเปลวมาปิดจนรอยพระพุทธบาทเป็นสีทองอร่าม
นอกจากคุณค่าทางจิตใจแล้ว ตำแหน่งที่ตั้งของวัดบนยอดเขาเล่ยังมอบทัศนียภาพที่หาชมได้ยาก โดยจากระเบียงศาลาสามารถมองเห็นภาพมุมกว้าง ของเกาะสมุยฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ได้อย่างทั่วถึง ครอบคลุมไปถึงอ่าวไทยที่เห็นเส้นขอบฟ้าตัดกับผืนน้ำทะเลสีคราม และความเขียวขจีของป่ามะพร้าวที่ยังคงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติไว้ได้มากที่สุดแห่งหนึ่งในสมุย ปัจจุบันวัดแห่งนี้ยังคงรักษาบทบาทเป็น "สำนักสงฆ์สายปฏิบัติ" ที่มุ่งเน้นความวิเวกและการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ทำให้บรรยากาศโดยรอบปราศจากเสียงรบกวนและสิ่งก่อสร้างทางพาณิชย์ เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผสานศรัทธา ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์
วิธีการเดินทาง
- จากถนนรอบเกาะ (4169) เลี้ยวเข้าซอยทางไปน้ำตกหน้าเมือง 1 สังเกตป้ายทางเข้าสำนักสงฆ์ฯ และขับตามถนนในชุมชนขึ้นเนินไปจนสุดทางที่ลานจอดรถตีนเขา แนะนำให้ใช้รถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ส่วนตัวเนื่องจากไม่มีรถสาธารณะเข้าถึง จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นบันไดนาคอีกประมาณ 150 ขั้นเพื่อไปยังจุดชมวิวและศาลาพระพุทธบาท
คำแนะนำ
-
ควรสวมใส่รองเท้าที่กระชับและเดินสบายเพื่อความปลอดภัยขณะเดินขึ้นบันไดชัน
-
ควรแต่งกายด้วยชุดสุภาพที่คลุมหัวเข่าและไหล่เพื่อเป็นการเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
-
แนะนำให้เดินทางไปถึงในช่วงเช้าตรู่เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนและชมแสงเช้าที่สวยงาม
-
พกน้ำดื่มขวดเล็กติดตัวไปด้วยเนื่องจากด้านบนไม่มีร้านค้าให้บริการ
-
โปรดรักษาความสงบและงดใช้เสียงดังเนื่องจากเป็นสำนักสงฆ์ที่ใช้ปฏิบัติธรรม
-
พกยาทากันยุงติดตัวไปด้วยเพราะพื้นที่ตั้งอยู่กลางป่าอาจมีแมลงค่อนข้างเยอะ
-
เตรียมกล้องถ่ายรูปให้พร้อมสำหรับจุดชมวิวพาโนรามาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะ
-
ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางเพราะบันไดอาจจะลื่นมากในช่วงที่ฝนตก
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมฟรี (สามารถร่วมบริจาคค่าน้ำ-ค่าไฟตามศรัทธา)
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดทุกวัน: 09:00 – 18:00 น.