“เรือรบจริงบนบกริมทะเล เดินชมรอบลำ เป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้นดาดฟ้าได้ ชมวิวปากน้ำและเชื่อมทุ่งโปรงทอง”
อนุสรณ์เรือหลวงประแส (HTMS Prasae Memorial) คือเรือรบประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือไทยที่มีบทบาทสำคัญในสงครามเกาหลี ภายใต้ภารกิจของกองกำลังสหประชาชาติ (United Nations Forces) โดยประเทศไทยได้จัดกำลังในนาม “หมู่เรือปฏิบัติการร่วมกับสหประชาชาติ (มส.)” เพื่อสนับสนุนภารกิจรักษาสันติภาพและปฏิบัติการทางยุทธนาวีในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของกองทัพเรือไทยในเวทีนานาชาติ
เรือหลวงประแส (ลำที่ 2) เป็นเรือฟริเกตประเภทเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง (PF-44) ที่สหรัฐอเมริกามอบให้ประเทศไทยหลังจากเรือหลวงประแสลำแรกประสบอุบัติเหตุเกยตื้นและสูญหายในเขตสงครามบริเวณชายฝั่งประเทศเกาหลีเหนือเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2494 ส่งผลให้หมู่เรือ มส. เหลือกำลังรบเพียงบางส่วน รัฐบาลไทยจึงได้ดำเนินการเจรจากับสหรัฐอเมริกา และได้รับการจัดซื้อเรือฟริเกต USS Glendale (PF-36) และ USS Gallup (PF-47) ในราคารวม 861,946 เหรียญสหรัฐฯ โดยเรือทั้งสองลำได้รับพระราชทานชื่อใหม่เป็น “เรือหลวงท่าจีน” และ “เรือหลวงประแส”
ต่อมาในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2494 ได้มีพิธีส่งมอบเรือ ณ ฐานทัพเรือโยโกสุกะ ประเทศญี่ปุ่น ก่อนขึ้นระวางประจำการในวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2494 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจในสงครามเกาหลี
ภารกิจสำคัญของเรือหลวงประแสเริ่มในวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2495 ปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวน ปิดอ่าว คุ้มกันเรือลำเลียง เรือบรรทุกน้ำมัน และเรือกวาดทุ่นระเบิด รวมถึงสนับสนุนการยิงทางฝั่ง ตั้งแต่ปูซานถึงวอนซาน รวม 32 ภารกิจ ใช้เวลาปฏิบัติการกว่า 300 วัน
หลังสงครามเกาหลีสงบศึกในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2497 เรือยังปฏิบัติภารกิจต่อเนื่อง ก่อนถอนกำลังกลับไทยในปี พ.ศ. 2498 และเข้าซ่อมบำรุงใหญ่ที่ญี่ปุ่น
ภายหลังรับใช้ชาติมายาวนาน เรือถูกปลดประจำการในปี พ.ศ. 2537 ก่อนถูกพัฒนาเป็นอนุสรณ์สถานโดยชุมชนปากน้ำประแส และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดระยองในปัจจุบัน
วิธีการเดินทาง
- จากตัวเมืองระยอง ใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าอำเภอแกลง แล้วเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางปากน้ำประแส ขับตามป้ายบอกทางไปยังบริเวณหัวโขด ริมชายหาด ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์เรือหลวงประแส หากเดินจากทุ่งโปรงทองสามารถใช้เส้นทางสะพานไม้เชื่อมถึงกันได้โดยตรง
คำแนะนำ
- ควรมาในช่วงเย็นเพื่ออากาศที่ไม่ร้อนและแสงสวยสำหรับถ่ายภาพ
- เหมาะสำหรับถ่ายรูปช่วงพระอาทิตย์ตกบริเวณตัวเรือ
- มีร้านอาหารทะเลและร้านค้าชุมชนรอบพื้นที่ให้บริการ
- สามารถเดินเล่นพักผ่อนชมบรรยากาศริมแม่น้ำได้
- แนะนำเดินเชื่อมจากทุ่งโปรงทองเพื่อเที่ยวต่อเนื่อง
ค่าเข้าชม:
- ฟรี (ไม่มีค่าธรรมเนียม)
เวลาเปิด–ปิด:
- พื้นที่รอบเรือเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
- การขึ้นชมบนเรือ เปิดเวลา 08.00 – 18.00 น.