“ดื่มด่ำกับทัศนียภาพเส้นขอบฟ้าจรดอ่าวไทย ชมวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านบนเรือกระแชง และลิ้มรสอาหารทะเลสดจากฟาร์มหอยที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค”
ปากอ่าวบางตะบูน (Bang Tabun Estuary) คือพื้นที่รอยต่อเชิงยุทธศาสตร์อันทรงคุณค่าระหว่างสายน้ำจืดและท้องทะเลอ่าวไทยที่ความอุดมสมบูรณ์ทางชีวภาพถูกถักทอขึ้นอย่างซับซ้อนและงดงาม โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง Scenic Route ถนนเลียบชายฝั่งทะเล (สส.2021) ที่ได้รับยกย่องว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ซึ่งภาพจำที่สะดุดตาตั้งแต่วินาทีแรกคือการตั้งเรียงรายของ บ้านเรือนไม้เก่าแก่ ที่สะท้อนกลิ่นอายอดีตและ นาเกลือ สีขาวโพลนราวกับหิมะกลางแดดจ้าอันเป็นสัญลักษณ์ของวิถีชีวิตชาวเพชรบุรีที่ผูกพันกับเกลือและสายน้ำมาอย่างยาวนาน โดยมีจุดชมวิวบน สะพานเฉลิมพระเกียรติ เป็นเสมือนหอคอยที่เผยให้เห็นทัศนียภาพพาโนรามาของโค้งน้ำและผืนป่าชายเลนเขียวขจีที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมชายฝั่งอย่างสุดสายตา
ความพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นคือการเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงหอยแครงและหอยแมลงภู่ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของประเทศ ผลิตผลที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความหวานและขนาดที่สมบูรณ์เนื่องจากได้รับมวลสารอาหารจากแม่น้ำสายหลักทั้งแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำแม่กลองที่ไหลมาบรรจบกันจนเกิดเป็นปรากฏการณ์ "น้ำสามรส" ที่พอเหมาะต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำชั้นดี นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจกับ "กระเตง" หรือขนำไม้เฝ้าฟาร์มหอยที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลกว้างซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมการทำประมงพื้นบ้านที่หาดูได้ยากในโลกยุคใหม่ อีกทั้งในบางฤดูกาลช่วงเดือนสิงหาคมถึงธันวาคม ปากอ่าวแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นประตูสู่ท้องทะเลลึกเพื่อเริ่มต้นกิจกรรม ล่องเรือชมวาฬบรูด้า ยักษ์ใหญ่ใจดีที่มักจะเข้ามาหากินบริเวณอ่าวไทยตอนบน สร้างความตื่นตาตื่นใจและปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติให้กับผู้มาเยือนเสมอ
ในด้านบรรยากาศยามเช้าตรู่ที่นี่จะทวีความงามเป็นพิเศษ เมื่อแสงแรกของวันสาดส่องลงบนพื้นน้ำจนกลายเป็นสีทองระยิบระยับ ล้อไปกับเงาของขนำเฝ้าหอยและเรือประมงที่ค่อยๆ ทยอยออกเรือ กิจกรรมที่เป็นหัวใจสำคัญคือการนั่งเรือหางยาวล่องผ่านอุโมงค์ป่าชายเลนเพื่อส่องนกนานาพันธุ์และเฝ้าชมภูมิปัญญา "การถีบกระดานเลน" ทักษะการเคลื่อนที่บนโคลนอันแสนอ่อนนุ่มเพื่อเก็บหอยซึ่งต้องอาศัยความชำนาญชั้นสูง ก่อนจะกลับขึ้นฝั่งมาลิ้มรสอาหารทะเลสดๆ ที่ส่งตรงจากกระชังโดยเฉพาะเมนูจากหอยแครงตัวโตและ แกงคั่วใบชะคราม รสชาติเข้มข้นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นที่ใครได้ชิมเป็นต้องหลงรัก
สำหรับช่างภาพและศิลปิน ปากอ่าวบางตะบูนเปรียบเสมือนผืนผ้าใบที่มีชีวิตสำหรับการถ่ายภาพแนววิถีชีวิต (Life) และทัศนียภาพ (Landscape) ด้วยองค์ประกอบของแสงและเงาที่แปรเปลี่ยนตลอดวัน ผสานกับความสงบและโรแมนติกในแบบย้อนยุคที่ช่วยชโลมใจให้การพักผ่อนเต็มไปด้วยความหมายและแรงบันดาลใจ ขอเชิญคุณมาสัมผัสลมทะเลที่พัดผ่านอย่างไม่ขาดสายและวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ณ ปากอ่าวบางตะบูน จุดหมายปลายทางที่จะทำให้คุณตกหลุมรักเพชรบุรีในแง่มุมที่ลึกซึ้งและแตกต่าง ซึ่งถือเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชนที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งในภาคกลางของประเทศไทย
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- ใช้เส้นทางถนนพระราม 2 (ธนบุรี-ปากท่อ) เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2021 (เส้นทางคลองโคน-บางตะบูน) ซึ่งเป็นเส้นทาง Scenic Route เลียบชายฝั่งทะเล
รถตู้สาธารณะ:
- ขึ้นรถตู้สายกรุงเทพฯ-บ้านแหลม จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่หรือหมอชิต แล้วลงบริเวณสะพานบางตะบูน
การเดินทางในพื้นที่:
- สามารถเช่าเรือหางยาวจากท่าเรือในหมู่บ้านเพื่อเที่ยวชมรอบปากอ่าวและฟาร์ม
คำแนะนำ
ช่วงเวลาที่แนะนำ:
- สามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงที่สวยที่สุดคือเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ เนื่องจากอากาศเย็นสบายและน้ำใส
การเตรียมตัว:
- ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดดให้พร้อมหากต้องการล่องเรือชมวิวในช่วงสาย
การถ่ายภาพ:
- แนะนำให้มาถึงก่อน 06.00 น. เพื่อเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นบนสะพานเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นมุมมหาชนที่ไม่ควรพลาด
อาหารและวัฒนธรรม:
- อย่าพลาดชิม "ขนมจีนทอดมัน" และ "หอยแครงลวก" ซึ่งเป็นของดีขึ้นชื่อของย่านบางตะบูน
การวางแผน:
- หากต้องการชมวาฬบรูด้า ควรเช็คสภาพอากาศและจองเรือล่วงหน้าในช่วงเดือนสิงหาคม - ตุลาคม
ค่าธรรมเนียมการเข้าชม:
-
ชาวไทยและชาวต่างชาติ: เข้าชมพื้นที่ฟรี (ไม่มีค่าธรรมเนียมเข้าหมู่บ้าน)
-
ค่าล่องเรือ: เริ่มต้นประมาณ 500 - 1,500 บาทต่อลำ (ขึ้นอยู่กับระยะทางและจำนวนคน)
เวลาเปิด-ปิด
-
พื้นที่สาธารณะและจุดชมวิว: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง