ค่าเข้าชม:
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม
เวลาเปิดทำการ:
- เปิดทุกวัน ตลอดเวลา (สวนสาธารณะเปิดให้เข้าได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่แนะนำให้เยี่ยมชมในเวลากลางวันเพื่อความปลอดภัย)
ปราสาทชินงุ (Shingu Castle) หรือชื่ออื่นว่า ทังคาคุโจ (Tankaku-jō / 丹鶴城) และ โอคิมิโจ (Okimi-jō / 沖見城) มีชื่อทังคาคุโจมาจากที่ประทับของเจ้าหญิงทังคาคุในอดีต ส่วนโอคิมิโจมีความหมายว่า “ปราสาทชมทะเล” ซึ่งสะท้อนถึงทำเลที่ตั้งอันโดดเด่นที่สามารถมองเห็นทะเลคุมาโนะนาดะได้อย่างชัดเจน
ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาขนาดเล็กชื่อว่า ทังคาคุยามะ (Tankakuyama) ใกล้ปากแม่น้ำคุมาโนะ โดยทำเลนี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากสามารถควบคุมเส้นทางเดินเรือได้ทั้งในแม่น้ำและทะเล
เริ่มก่อสร้างขึ้นในช่วงต้นสมัยเอโดะ (ประมาณปี ค.ศ. 1601) โดย อาซาโนะ ทาดาโยชิ (Asano Tadayoshi) และต่อมาสร้างเสร็จโดย ตระกูลมิสึโนะ (Mizuno clan) ซึ่งเป็นข้าราชบริพารชั้นสูง (คาโร) ของแคว้นคิชู และปกครองจากปราสาทแห่งนี้ต่อเนื่องหลายรุ่น
ต่อมาในปี ค.ศ. 1873 ช่วงการปฏิรูปเมจิ โครงสร้างของปราสาทได้ถูกทำลายลง เช่นเดียวกับปราสาทอีกหลายแห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ ซากปราสาทชินงุ (Shingū Castle Ruins) และได้รับการพัฒนาให้เป็นสวน ทังคาคุโจ พาร์ก (Tankaku-jo Park) ซึ่งเป็นจุดพักผ่อนและชมวิวที่สวยงามของเมือง
นักท่องเที่ยวสามารถชม กำแพงหินที่อนุรักษ์ไว้อย่างดี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเทคนิคการก่อสร้างแบบญี่ปุ่นโบราณ (เช่นแบบคิริโคมิฮากิ) รวมถึง ฐานหอคอยปราสาท (เท็นชุได) ที่ยังคงเหลือร่องรอยให้เห็น นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับชมดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย
ซากปราสาทแห่งนี้พร้อมกับสุสานของตระกูลมิสึโนะที่อยู่ใกล้เคียง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถานแห่งชาติของญี่ปุ่น (National Historic Site) และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “ปราสาทญี่ปุ่น 100 แห่งต่อเนื่อง” (Continued Top 100 Japanese Castles) เมื่อปี 2017
จากสถานีรถไฟ JR ชินงุ (JR Shingu Station) เดินประมาณ 10 นาที จะถึงบริเวณสวนทังคาคุโจ ซึ่งเป็นที่ตั้งของซากปราสาท
ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (ประมาณปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน) เป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการชมดอกซากุระบานรอบซากปราสาท ส่วนฤดูร้อนสามารถเพลิดเพลินกับวิวทะเลคุมาโนะนาดะได้ชัดเจน