“การออกแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของวัดนี้คล้ายกับป้อมปราการ มีอุโมงค์และทางเดินที่ซับซ้อนซ่อนพระพุทธรูปและรูปปั้นมากมายหลายพันองค์ไว้ ซึ่งทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในเขาวงกตศักดิ์สิทธิ์”
วัดชิตอง (Shite-thaung Temple) หรือที่แปลว่า "วัดแห่งชัยชนะ 80,000 องค์" เป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกที่โดดเด่นและซับซ้อนที่สุดของอาณาจักรมรัคอูในอดีต สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2109 (ค.ศ. 1546) โดย พระเจ้ามิน บาร์กรี (King Min Bargri) เพื่อเป็นอนุสรณ์ฉลองชัยชนะครั้งสำคัญของพระองค์ในการทำสงครามกับ 12 หัวเมืองของอาณาจักรเบงกอลที่อยู่ทางทิศตะวันตก
โครงสร้างสถาปัตยกรรม
วัดชิเตาท์มีลักษณะที่แตกต่างจากเจดีย์อื่นๆ ในภูมิภาคอย่างชัดเจน เนื่องจากถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับ ป้อมปราการหิน ที่แข็งแรงและมั่นคง โดยมีวัตถุประสงค์สองประการคือ เป็นศาสนสถาน และเป็นที่หลบภัยยามฉุกเฉินสำหรับผู้คนในเมือง
-
อุโมงค์และเขาวงกต: หัวใจของวัดคือทางเดินที่ซับซ้อนสามชั้นที่วนรอบพระเจดีย์องค์หลัก โครงสร้างทางเดินภายในนี้ถูกจัดเรียงอย่างจงใจจนดูคล้าย เขาวงกต ผู้แสวงบุญจะต้องเดินผ่านทางเดินเหล่านี้เพื่อเข้าถึงห้องบูชาหลัก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางอันยากลำบากสู่การตรัสรู้
-
พระพุทธรูป: ตามชื่อของวัด ทางเดินอันสลับซับซ้อนนี้เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปและรูปปั้นแกะสลัก ที่มีจำนวนมากถึงประมาณ 80,000 องค์ ทั้งรูปสลักขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก และภาพนูนต่ำ/นูนสูง ที่แกะสลักติดอยู่กับผนังหินปูน
ความสำคัญของงานศิลปะแกะสลัก
ผนังภายในทางเดินของวัดชิเตาท์เป็นแหล่งรวมของงานศิลปะการแกะสลักหินปูนที่น่าทึ่งและมีความละเอียดสูง ซึ่งเป็น ตัวอย่างชั้นยอดของศิลปะยะไข่ โดยมีเนื้อหาสำคัญดังนี้:
-
เรื่องราวชาดกและพุทธประวัติ: ภาพแกะสลักส่วนใหญ่บอกเล่าเรื่องราวของพระพุทธเจ้าในอดีต (ชาดก 550 เรื่อง) และพุทธประวัติ ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
-
วัฒนธรรมและราชสำนัก: ภาพแกะสลักบางส่วนยังบันทึกภาพ วิถีชีวิตในราชสำนักมรัคอู เช่น ทหารในเครื่องแบบ การต่อสู้ กษัตริย์และขุนนาง ภาพนักมวย นักรำ หรือแม้แต่ภาพผู้คนในอิริยาบถต่าง ๆ ซึ่งเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยาที่มีค่า
-
เทพและผู้พิทักษ์: มีการแกะสลักภาพเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู (เช่น พระวิษณุ, พระศิวะ) และภาพผู้พิทักษ์ผสมผสานอยู่ด้วย สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อที่ผสมผสานกันในยุคนั้น
ดังนั้น วัดชิเตาท์จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นเหมือน พิพิธภัณฑ์หิน ที่บอกเล่าเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรมรัคอู ทั้งในด้านการทหาร ศิลปะ และความศรัทธาทางพุทธศาสนา ผ่านงานแกะสลักที่ยากจะหาที่เปรียบได้
วิธีการเดินทาง
- มรัคอูเข้าถึงได้ยากที่สุดโดยการล่องเรือตามแม่น้ำคาลาดาน จากเมืองซิตตะเว ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5-7 ชั่วโมง หรือสามารถเดินทางทางถนนได้ในช่วงฤดูร้อน (เส้นทางอาจไม่สะดวก)
คำแนะนำ
-
ควรจ้างไกด์ท้องถิ่นเพื่อช่วยนำทางในทางเดินที่ซับซ้อนของวัดและทำความเข้าใจเรื่องราวของภาพแกะสลักต่างๆ
-
เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนและชมทัศนียภาพที่สวยงาม
-
ถ่ายภาพภายในห้องโถงหลักได้ แต่อย่าลืมเคารพกฎห้ามจับหรือสัมผัสพระพุทธรูป
ค่าเข้าชม:
- ค่าธรรมเนียมเข้าชมพื้นที่โบราณคดีมรัคอู: ข้อมูลโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 จัต (Kyat) ต่อคนสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งค่าธรรมเนียมนี้ใช้สำหรับเข้าชมโบราณสถานหลายแห่งในบริเวณมรัคอู รวมถึงวัดชิตองด้วย (ค่าธรรมเนียมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา)
เวลาเปิดปิดทำการ:
- วัดชิตองและโบราณสถานส่วนใหญ่ในมรัคอูมักจะเปิดให้เข้าชมในช่วงเวลากลางวัน โดยประมาณคือ 06:00 น. ถึง 18:00 น. (หรือตามเวลาพระอาทิตย์ขึ้น-ตก)