“สัมผัสการเก็บสตรอว์เบอร์รีสดจากต้น ชมวิวภูเขาและไร่ขั้นบันได พร้อมชิมผลผลิตสดและเมนูแปรรูปจากสตรอว์เบอร์รี”
อำเภอสะเมิง ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองหลวงแห่งสตรอว์เบอร์รีของประเทศไทย" ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาสูง อากาศเย็นสบาย และมีอุณหภูมิเหมาะสมต่อการเพาะปลูกสตรอว์เบอร์รีคุณภาพดี จนกลายเป็นแหล่งผลิตสตรอว์เบอร์รีที่สำคัญที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะ สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีผลขนาดใหญ่ เนื้อแน่น สีแดงสด รสชาติหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอม และทนต่อการขนส่งได้ดี นอกจากนี้ ยังมีการปลูกพันธุ์พระราชทาน 89 และสายพันธุ์อื่น ๆ ในบางสวน เพื่อให้มีผลผลิตหลากหลายตลอดฤดูกาล
การปลูกสตรอว์เบอร์รีในสะเมิงเริ่มต้นจากการส่งเสริมของ มูลนิธิโครงการหลวง ที่นำสายพันธุ์จากต่างประเทศเข้ามาทดลองปลูกบนพื้นที่สูง เพื่อสร้างอาชีพทดแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยวและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ปัจจุบันสตรอว์เบอร์รีจึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของอำเภอสะเมิง และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่
ตลอดเส้นทางใน ตำบลสะเมิงใต้และตำบลบ่อแก้ว จะพบสวนสตรอว์เบอร์รีของเกษตรกรจำนวนมากที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมและเก็บผลสดจากต้นด้วยตนเอง เช่น ไร่วงศ์วาน, ไร่ไผ่สีทอง, ไร่นภ-ภูผา รวมถึงสวนอื่น ๆ อีกหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถเช่าตะกร้าและกรรไกรเพื่อเลือกตัดผลสตรอว์เบอร์รีสุกตามต้องการ ก่อนนำไปชั่งน้ำหนักและชำระเงินตามราคาของแต่ละสวน ซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมสำหรับทั้งครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อน
นอกจากกิจกรรมเก็บสตรอว์เบอร์รีแล้ว หลายสวนยังมี คาเฟ่ ร้านอาหาร จุดถ่ายรูป และที่พัก ให้บริการ พร้อมเมนูยอดนิยมอย่าง สตรอว์เบอร์รีปั่นสด ไอศกรีมสตรอว์เบอร์รี เค้กสตรอว์เบอร์รี วาฟเฟิล แยมโฮมเมด และโยเกิร์ตสตรอว์เบอร์รี รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น สตรอว์เบอร์รีอบแห้ง ไวน์ น้ำผลไม้ และของฝากจากชุมชน เหมาะสำหรับซื้อกลับเป็นของฝากจากเชียงใหม่
ในช่วง เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัด งานเทศกาลสตรอว์เบอร์รีและของดีอำเภอสะเมิง ซึ่งเป็นงานประจำปีที่รวบรวมผลผลิตคุณภาพจากเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมขบวนแห่วิถีชุมชน การประกวดผลสตรอว์เบอร์รี การแข่งขันด้านการเกษตร การจำหน่ายสินค้า OTOP อาหารพื้นเมือง และการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา ถือเป็นช่วงเวลาที่คึกคักและเหมาะกับการเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุด
ด้วยธรรมชาติที่สวยงาม อากาศเย็นสบายตลอดฤดูหนาว วิวภูเขาสลับซับซ้อน และสวนสตรอว์เบอร์รีที่เรียงรายตลอดสองข้างทาง ทำให้สะเมิงเป็นหนึ่งใน จุดหมายปลายทางยอดนิยมของการท่องเที่ยวเชียงใหม่ช่วงฤดูหนาว เหมาะทั้งการท่องเที่ยวแบบไปเช้า–เย็นกลับ และการพักค้างคืนเพื่อสัมผัสบรรยากาศชนบทบนพื้นที่สูงอย่างเต็มอิ่ม
วิธีการเดินทาง
-
จากตัวเมืองเชียงใหม่ สามารถเดินทางมายังอำเภอสะเมิงได้ 2 เส้นทางหลัก ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 1269 (หางดง–สะเมิง) ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข 1096 (แม่ริม–สะเมิง) ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1–1.30 ชั่วโมง เมื่อเข้าสู่เขตอำเภอสะเมิง จะพบสวนสตรอว์เบอร์รีเรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทาง โดยเฉพาะบริเวณตำบลสะเมิงใต้และตำบลบ่อแก้ว สามารถแวะเที่ยวได้หลายสวนตามความสนใจ ถนนลาดยางตลอดสาย แม้จะเป็นเส้นทางภูเขาที่มีโค้งต่อเนื่อง แต่รถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์สามารถเดินทางได้สะดวก
คำแนะนำ
- ช่วงที่เหมาะที่สุดในการเก็บสตรอว์เบอร์รีคือ เดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ ซึ่งผลผลิตมีคุณภาพดีที่สุด และตรงกับช่วงจัดงานเทศกาลสตรอว์เบอร์รีสะเมิง
- ควรเดินทางช่วงเช้าประมาณ 08.00–10.00 น. เพื่ออากาศเย็นสบาย แสงสวย และได้ผลสตรอว์เบอร์รีสดใหม่
- สวมรองเท้าที่เดินในแปลงเกษตรได้สะดวก และเตรียมหมวกหรือครีมกันแดดสำหรับช่วงสาย
- สอบถามราคาค่าเก็บและราคาจำหน่ายของแต่ละสวนก่อนเข้ากิจกรรม เนื่องจากแต่ละแห่งอาจกำหนดราคาแตกต่างกันตามสายพันธุ์และฤดูกาล
- สามารถวางแผนเที่ยวต่อไปยัง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะเมิง, จุดชมวิวตามเส้นทางสะเมิง, วัดพระธาตุสะเมิง และสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอสะเมิง เพื่อเที่ยวได้ครบภายในวันเดียว
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมฟรี โดยส่วนใหญ่คิดค่าบริการเฉพาะสตรอว์เบอร์รีที่เก็บกลับ คิดตามน้ำหนักจริง เฉลี่ยประมาณ 200–400 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ ราคาขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ขนาดผล และช่วงฤดูกาลของแต่ละสวน
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดบริการทุกวัน (โดยเฉพาะช่วงฤดูกาล พฤศจิกายน–มีนาคม) เวลา 07.00–18.00 น. ทั้งนี้ เวลาเปิด–ปิดอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละสวนสตรอว์เบอร์รี และสภาพอากาศในแต่ละวัน