“พระจุฬามณีเจดีย์สีทองสูงสง่าบนยอดเขา เป็นจุดชมวิวเมืองนครสวรรค์ที่สวยที่สุด เห็นบึงบอระเพ็ดและปากน้ำโพได้รอบทิศทาง 360 องศา”
วัดคีรีวงศ์ (Khiri Wong Temple) ตั้งอยู่บนยอดเขาดาวดึงส์ ใจกลางเทศบาลนครนครสวรรค์ ติดกับถนนมาตุลีและถนนดาวดึงส์ ตรงข้ามวิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ มีพื้นที่กว้างขวางครอบคลุมทั้งบนยอดเขาและพื้นที่ราบรวมกว่า 280 ไร่ ถือเป็นพุทธสถานสำคัญที่มีคุณค่าครบถ้วนทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติธรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด
จุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูวัดแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2504 เมื่อพระธุดงค์ได้มาปักกลดและค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญ เช่น อิฐโบราณ ใบเสมา พระพุทธรูปเก่า และฐานอุโบสถเดิม ซึ่งยืนยันได้ว่าที่นี่เคยเป็นวัดร้างมาก่อน จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2507 กรมการศาสนาได้เข้าสำรวจและประกาศจัดตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2508 โดยมี พระมหาบุญรอด ปญฺญาวโร (พระราชพรหมาจารย์) เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาจนรุ่งเรืองถึงปัจจุบัน
สถาปัตยกรรมที่เป็นหัวใจหลักคือ พระจุฬามณีเจดีย์สีทอง เจดีย์ขนาดยักษ์สูง 4 ชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา ภายในชั้นที่ 1 ถึง 3 ประดิษฐานรูปหล่อจำลองเกจิอาจารย์ชื่อดังและพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย ส่วนชั้นบนสุดเป็นที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ท่ามกลางภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติที่ประณีตงดงาม บริเวณระเบียงรอบเจดีย์ยังเป็น จุดชมวิวพาโนรามา 360 องศา ที่ดีที่สุดในนครสวรรค์ มองเห็นบึงบอระเพ็ด สะพานเดชาติวงศ์ และจุดบรรจบของแม่น้ำปิงกับแม่น้ำน่าน (พาสาน) ได้อย่างชัดเจน
นอกจากเจดีย์องค์ใหญ่แล้ว ภายในวัดยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกมากมาย อาทิ อุโบสถเก่าแก่ ที่ประดิษฐานสมเด็จพระพุทธโคดมจำลอง พร้อมภาพจิตรกรรมเรื่องพระเจ้า 10 ชาติ และ ศาลาพุทธานุภาพ ที่ใช้รองรับการอบรมธรรมะครั้งละจำนวนมาก ส่วนบริเวณสำนักกรรมฐานซึ่งได้รับความเมตตาสนับสนุนจาก หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม นั้นเป็นที่ตั้งของวิหารหลวงพ่อโตศักดิ์สิทธิ์ และบนจุดสูงสุดยังมี พระพุทธชินสีห์ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธาเคียงคู่กับโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมและสวนปฏิบัติธรรมที่ร่มรื่นทั่วทั้งบริเวณวัด
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์ส่วนตัว: ขับรถขึ้นเขาดาวดึงส์ตามถนนคอนกรีต ทางขึ้นอยู่ใกล้ มณฑลทหารบกที่ 31 มีที่จอดรถบริเวณหน้าองค์เจดีย์
- เดินเท้า: สามารถเดินขึ้นตามบันไดสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายและชมธรรมชาติสองข้างทาง
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาทอง: แนะนำให้ขึ้นมาในช่วง 17:00 – 18:00 น. เพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน และรอดูแสงไฟจากตัวเมืองนครสวรรค์ที่เริ่มสว่างไสวขึ้นยามค่ำคืน
-
การเตรียมตัว: เนื่องด้วยความเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมีพระสงฆ์จำพรรษา ควรแต่งกายสุภาพ (งดกางเกงขาสั้นเหนือเข่าและเสื้อแขนกุด)
-
จุดถ่ายรูป: ระเบียงรอบองค์เจดีย์ชั้น 4 คือมุมที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพวิวพาโนรามาของเมืองปากน้ำโพ
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมฟรี (สามารถร่วมทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา)
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07:00 – 18:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 1 รายการ)รีวิวเมื่อ 16 ส.ค. 53