“อดีตศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางรางที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ โดดเด่นด้วยอาคารสถานีไม้แบบดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์ พร้อมบรรยากาศย้อนยุคของย่านรถไฟเก่าที่สายถ่ายภาพไม่ควรพลาด”
สถานีรถไฟปากน้ำโพ (Pak Nam Pho Railway Station) เป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่มีความสำคัญสูงสุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยเริ่มก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2442 และเปิดใช้งานในช่วงปลายสมัย รัชกาลที่ 5 ในฐานะ สถานีรถไฟประจำจังหวัดนครสวรรค์ และเป็นส่วนหนึ่งของ เส้นทางรถไฟสายเหนือสายแรกของประเทศ ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบคมนาคมและเศรษฐกิจของภาคเหนือ
ในอดีต ตัวอาคารสถานีเป็น เรือนไม้สองชั้น หลังคาทรงจั่ว ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ใกล้ จุดบรรจบของแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน และสามารถเชื่อมต่อไปยัง แม่น้ำแควใหญ่ ทำให้สถานีแห่งนี้ทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางการคมนาคมทั้งทางรางและทางน้ำ เป็นจุดถ่ายลำสินค้าจากเรือขึ้นสู่ขบวนรถไฟ โดยเฉพาะ ข้าว ไม้ซุง แร่ และสินค้าเกษตร ก่อนลำเลียงต่อไปยังกรุงเทพฯ ความคึกคักในอดีตสะท้อนผ่าน ภาพถ่ายเก่าที่มีเรือนแพจำนวนมากจอดเรียงรายริมแม่น้ำแควใหญ่ ใกล้บริเวณสถานี
เมื่อบทบาทของการคมนาคมทางน้ำลดลง สถานีรถไฟปากน้ำโพจึงได้รับการปรับปรุงเป็น อาคารคอนกรีตผสมไม้ ชั้นเดียว หลังคาทรงปั้นหยา ตามรูปแบบมาตรฐานของการรถไฟแห่งประเทศไทย แม้รูปแบบสถาปัตยกรรมจะเปลี่ยนไป แต่สถานียังคง สถานะเป็นสถานีรถไฟระดับ 1 และยังคงรักษากลิ่นอายของ ย่านรถไฟเก่า ไว้ได้อย่างชัดเจน
ปัจจุบัน สถานีรถไฟปากน้ำโพตั้งอยู่ห่างจาก สถานีรถไฟกรุงเทพประมาณ 250.56 กิโลเมตร และยังคงมีบทบาทด้านการขนส่งทางราง โดยเป็น เส้นทางขนถ่ายสินค้าจากกรุงเทพไปยังภาคเหนือ ภายในพื้นที่สถานียังมี โรงรถจักร แขวงบำรุงทางปากน้ำโพ และ ทางแยกไปท่าข้าวกำนันทรง ซึ่งเคยใช้สำหรับการขนส่งข้าวในอดีต ทำให้สถานีแห่งนี้ยังคงเป็น พื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตของชาวนครสวรรค์ จนถึงปัจจุบัน
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- ขับรถข้าม สะพานพิษณุโลก จากฝั่งตลาดปากน้ำโพ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ย่านสถานีรถไฟปากน้ำโพตามป้ายบอกทาง มี พื้นที่จอดรถบริเวณหน้าสถานี
รถสาธารณะ:
- มี รถสองแถวสายรอบเมือง (สีเหลือง–เขียว) ให้บริการรับ–ส่ง ระหว่างย่านตลาดปากน้ำโพและสถานีรถไฟตลอดทั้งวัน
คำแนะนำ
-
เหมาะสำหรับสายถ่ายภาพ แนว Street, Retro และวินเทจ โดยเฉพาะช่วงเช้าและบ่ายแก่ ๆ
-
หน้าสถานีมี ร้านอาหารเช้าและร้านกาแฟท้องถิ่นแบบดั้งเดิม ราคาเป็นมิตร
-
แนะนำให้เดินสำรวจ ย่านสถานีรถไฟเก่า เพื่อชมร่องรอยโกดังสินค้าและโบกี้รถไฟที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีต
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมฟรี (ไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับการเยี่ยมชมหรือถ่ายภาพ)
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง (ตามตารางเดินรถไฟ)