“สถาปัตยกรรมสีชมพูสะดุดตาสไตล์เวียดนามผสมผสานตะวันออกอันเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพไทย-เวียดนาม ตั้งตระหง่านริมแม่น้ำโขงท่ามกลางตึกเก่าคลาสสิกและเป็นจุดเริ่มต้นถนนคนเดินสุดคึกคักที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนนครพนม”
หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ (Vietnam Memorial Clock Tower) เป็นแลนด์มาร์คที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งของจังหวัดนครพนม ตั้งตระหง่านอยู่บนถนนสุนทรวิจิตรเลียบแม่น้ำโขง สร้างขึ้นโดยชาวเวียดนามที่ลี้ภัยมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ในช่วงสงครามอินโดจีน เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณต่อความเมตตาของรัฐบาลไทยและชาวนครพนมที่ให้ที่พักพิง โดยหอนาฬิกานี้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) ก่อนที่ชาวเวียดนามกลุ่มนี้จะเดินทางกลับมาตุภูมิภายหลังการประกาศเอกราชของเวียดนามเหนือ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความผูกพัน ระหว่างสองชนชาติที่แน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน
ตัวอาคารมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบตะวันออกผสมผสาน โดยได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะเวียดนามที่มีกลิ่นอายฝรั่งเศสปนอยู่ สังเกตได้จากรูปทรงเรขาคณิตและการใช้สีโทนชมพูอ่อนที่ดูคลาสสิก หอนาฬิกามีความสูงประมาณ 10 เมตร บริเวณฐานมีการจารึกข้อความขอบคุณไว้เป็นที่ระลึก สภาพแวดล้อมโดยรอบยังคงรักษาบรรยากาศย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยตึกแถวโบราณและอาคารไม้ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ทำให้พื้นที่บริเวณนี้กลายเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร
ในปัจจุบัน ย่านหอนาฬิกาไม่ได้เป็นเพียงจุดถ่ายภาพทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ในตัวเมืองนครพนม เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของ ถนนคนเดิน นครพนม ที่จัดขึ้นทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสวิถีชีวิตริมฝั่งโขง นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงยามเย็นและยามค่ำคืน ที่จะมีการเปิดไฟประดับสวยงามส่องสว่างเคียงคู่ไปกับทัศนียภาพของเทือกเขาหินปูนในฝั่งสปป.ลาว ที่ทอดยาวขนานไปกับลำน้ำโขงอย่างตระการตา
วิธีการเดินทาง
- ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนครพนม บนถนนสุนทรวิจิตร เลียบแม่น้ำโขง หากเดินทางมาจากสนามบินนครพนม สามารถนั่งรถตู้เข้าตัวเมือง (ประมาณ 15-20 นาที) หรือหากพักในตัวเมืองสามารถใช้บริการรถสามล้อเครื่อง (สกายแล็บ) หรือเช่าจักรยานปั่นมาได้อย่างสะดวก
คำแนะนำ
-
ควรวางแผนมาถึงบริเวณหอนาฬิกาในช่วงเวลา 17:00 - 18:30 น. เพื่อชมความสวยงามของท้องฟ้าเปลี่ยนสีริมฝั่งโขงและรอชมการเปิดไฟประดับตัวหอนาฬิกาที่จะสว่างไสวสวยงามในยามค่ำคืน
-
หากต้องการสัมผัสความคึกคักเป็นพิเศษแนะนำให้มาในวันศุกร์ เสาร์ หรืออาทิตย์ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการจัดถนนคนเดินนครพนมซึ่งจะเริ่มตั้งร้านตั้งแต่ช่วงเย็นบริเวณหน้าหอนาฬิกาไปจนถึงหอสมุดแห่งชาติ
-
สำหรับสายถ่ายภาพ มุมมหาชนที่สวยที่สุดคือการยืนฝั่งตรงข้ามหอนาฬิกาเพื่อถ่ายย้อนขึ้นไปให้เห็นตัวอาคารสีชมพูตัดกับท้องฟ้า หรือจะเลือกมุมเฉียงที่เห็นตึกแถวเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีสประกอบในเฟรมก็จะได้ภาพที่ดูย้อนยุค
-
แนะนำให้สวมรองเท้าที่เดินสบายหรือเช่าจักรยานจากที่พักใกล้เคียงปั่นเลียบถนนสุนทรวิจิตร เพราะเส้นทางริมโขงจากหอนาฬิกาไปจนถึงลานพญาศรีสัตตนาคราชมีทัศนียภาพที่สวยงามและมีจุดแวะพักถ่ายรูปตลอดทาง
-
อย่าลืมแวะชิมอาหารท้องถิ่นในย่านนั้น เช่น ก๋วยจั๊บญวน หมูยอทอด หรือกาแฟโบราณในร้านตึกเก่ารอบๆ หอนาฬิกา ซึ่งเป็นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนไทย-เวียดนามในนครพนม
-
ในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์) อากาศริมโขงจะเย็นกว่าปกติและมีลมแรง ควรเตรียมเสื้อคลุมบางๆ มาด้วยเพื่อให้เดินเที่ยวชมเมืองได้อย่างเพลิดเพลิน
ค่าเข้าชม:
- ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมในการเข้าชม
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง