“ตั้งอยู่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 ซึ่งมีทิวทัศน์ภูเขาหินปูนสวยงามที่สุด เป็นจุดยุทธศาสตร์การค้าสำคัญบนเส้นทางสายหมายเลข 12 ที่เชื่อมโยงโลจิสติกส์ระหว่างไทย สปป.ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ได้อย่างรวดเร็ว”
ด่านศุลกากรนครพนม (Nakhon Phanom Customs House) ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สุดในยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนของประเทศไทย โดยมีประวัติความเป็นมายาวนานควบคู่กับการค้าลุ่มแม่น้ำโขง ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการด้านภาษีและพิธีการศุลกากรภายใน เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนครพนม ซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่พรมแดนที่ติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างกว้างขวาง ภารกิจหลักของหน่วยงานไม่ได้จำกัดเพียงการจัดเก็บรายได้ส่งเข้าส่วนกลางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการบริหารจัดการ โลจิสติกส์ข้ามพรมแดนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้บริบทของความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางถนนระหว่างไทย-ลาว-เวียดนาม-จีน
หัวใจสำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ของด่านแห่งนี้คือการเปิดใช้งาน สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ในปี พ.ศ. 2554 ซึ่งส่งผลให้ด่านศุลกากรนครพนมยกระดับจากด่านการค้าท้องถิ่นขึ้นสู่การเป็น ประตูเศรษฐกิจอินโดจีน อย่างเต็มตัว เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งตรงข้ามกับเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว คือจุดเริ่มต้นของ เส้นทางหมายเลข 12 ซึ่งเป็นเส้นทางบกที่สั้นที่สุดในการลำเลียงสินค้าจากไทยไปสู่ท่าเรือหวุงอ๋างในเวียดนาม และเข้าสู่ตอนใต้ของประเทศจีน โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าเกษตรและผลไม้สดที่ต้องอาศัยความรวดเร็วในการตรวจปล่อยสินค้า ซึ่งด่านแห่งนี้มีระบบการตรวจสอบแบบครบวงจรเพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการขนส่งสินค้าข้ามแดน
ในมิติของการปฏิบัติงาน ด่านศุลกากรนครพนมได้นำนวัตกรรมระบบ e-Lock มาใช้เพื่อติดตามตู้สินค้าที่ขนส่งผ่านแดน และมีการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันการลักลอบขนของผิดกฎหมาย สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และยาเสพติด โดยยังคงรักษามาตรฐานการบริการที่รวดเร็ว นอกจากอาคารพรมแดนหลักแล้ว ด่านฯ ยังกำกับดูแลจุดผ่อนปรนทางการค้าและท่าเรือขนส่งสินค้าในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตและการค้าขายระดับชุมชนที่หยั่งรากลึกมาอย่างยาวนาน ทำให้ด่านศุลกากรนครพนมเป็นหน่วยงานที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการค้าสมัยใหม่ และความสัมพันธ์ชายแดนไทย-ลาว ได้อย่างโดดเด่นและมั่นคง
วิธีการเดินทาง
- จากตัวเมืองนครพนม ให้ใช้ถนนเลียบโขง (ถนนสุนทรวิจิตร) มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ หรือใช้ถนนนิตโย (ทางหลวงหมายเลข 22) มุ่งหน้าไปทางตำบลอาจสามารถ ระยะทางประมาณ 10-12 กิโลเมตรจากหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์
คำแนะนำ
-
แนะนำให้เดินทางมาถึงบริเวณจุดชมวิวสะพานมิตรภาพในช่วงเวลา 06:00 - 07:00 น. เพื่อชมทัศนียภาพพระอาทิตย์ขึ้นเหนือยอดเขาหินปูนฝั่งสปป.ลาว ซึ่งถือเป็นจุดถ่ายภาพที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดนครพนม
-
สำหรับผู้ที่ต้องการข้ามแดนไปท่องเที่ยวเมืองท่าแขก สปป.ลาว ควรเตรียมเอกสารล่วงหน้าให้พร้อม โดยสามารถใช้หนังสือเดินทาง (Passport) หรือทำบัตรผ่านแดนชั่วคราว (Border Pass) ได้ที่ศูนย์โอทอปในตัวเมืองก่อนจะเดินทางมาที่ด่าน
-
นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในพื้นที่ควบคุมหรือจุดปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ศุลกากรภายในอาคารพรมแดน ให้เลือกถ่ายภาพบริเวณลานอเนกประสงค์หรือจุดชมวิวที่จัดไว้ให้ทางด้านนอกแทนเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย
-
หากต้องการชมความสวยงามของตัวสะพานในมุมกว้าง แนะนำให้แวะร้านกาแฟหรือร้านอาหารบริเวณใกล้เคียงสะพาน ซึ่งจะเห็นเส้นโค้งของสะพานพาดผ่านแม่น้ำโขงโดยมีพื้นหลังเป็นภูเขาสลับซับซ้อนอย่างชัดเจน
-
ในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว การจราจรบริเวณหน้าด่านอาจหนาแน่นด้วยรถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการขับขี่และปฏิบัติตามป้ายจราจรอย่างเคร่งครัด
-
บริเวณใต้สะพานมิตรภาพมักจะมีตลาดนัดชุมชนหรือกิจกรรมพื้นบ้านในบางช่วงเวลา เป็นจุดที่ดีในการสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านและเลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นในราคาย่อมเยา
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม สำหรับการเข้าชมทัศนียภาพรอบบริเวณด่านและจุดชมวิวสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3
-
ค่าธรรมเนียมการข้ามแดน: สำหรับผู้ที่ต้องการข้ามไปยัง สปป.ลาว จะมีค่าธรรมเนียมบัตรผ่านแดน ประมาณ 30-50 บาท หรือหากใช้หนังสือเดินทาง จะไม่มีค่าธรรมเนียมในส่วนของกรมศุลกากร แต่อาจมีค่าธรรมเนียมเหยียบแผ่นดินของฝั่ง สปป.ลาว และค่ารถโดยสารข้ามสะพาน (ประมาณ 20-30 บาท)
เวลาเปิดปิดทำการ:
-
เวลาทำการส่วนราชการ: 08:30 – 16:30 น. (จันทร์-ศุกร์)
-
สำหรับด่านพรมแดน (สะพานมิตรภาพ): 06:00 – 22:00 น. ทุกวัน