“ตัวอาคารไม้สถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมที่ได้รับการบูรณะอย่างงดงาม และนิทรรศการมัลติมีเดียที่เล่าเรื่องราวการกอบกู้เมืองตราดจากการยึดครองของฝรั่งเศส ”
พิพิธภัณฑสถานเมืองตราด (Trat City Museum)ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เก็บรักษาของเก่า แต่เป็น สถาปัตยกรรมที่มีชีวิต โดยตั้งอยู่ในอาคารไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูงทรงปั้นหยา ซึ่งเดิมคือ ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2465 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ตัวอาคารมีความโดดเด่นด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานหรือ สไตล์โคโลเนียล ที่ใช้ไม้ทั้งหลัง มีการจัดวางผังอาคารเป็นรูปตัวอี เพื่อให้มีการถ่ายเทอากาศได้ดีเยี่ยมและรับแสงสว่างจากธรรมชาติ ความมหัศจรรย์ของอาคารหลังนี้คือการรอดพ้นจากอัคคีภัยครั้งใหญ่ที่เผาทำลายเมืองตราดมาได้หลายครั้ง ทำให้ปัจจุบันได้รับการบูรณะและได้รับ รางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของชาวเมืองตราด
การจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 6 โซนหลัก ที่ครอบคลุมเรื่องราวอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การทำความรู้จักกับ มรดกธรรมชาติ ของตราดที่อุดมไปด้วยอัญมณีและทรัพยากรชายฝั่ง ไปจนถึงเหตุการณ์สำคัญระดับโลกอย่าง ยุทธนาวีเกาะช้าง ซึ่งเป็นการสู้รบทางเรือระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเพื่อรักษาเอกราชของชาติ โดยมีนิทรรศการมัลติมีเดียและตู้จำลองเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของวีรชนไทย นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เล่าถึง พระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 5 ที่มีต่อชาวตราด โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ชาวตราดมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การนำเสนอใช้การเล่าเรื่องผ่านสื่อประสมที่ทันสมัย ทำให้ผู้ชมเข้าใจ ยุทธศาสตร์การเมืองโลก ในสมัยนั้นได้อย่างชัดเจน
โดย 6 โซนหลักแบ่งออกเป็นดังนี้:
- โซนที่ 1: มรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งเมืองตราด นำเสนอภาพรวมทาง ภูมิศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตชาวตราด โดยเฉพาะเรื่องราวของ อัญมณีและเหมืองพลอย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก พร้อมจัดแสดงกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลายซึ่งร่วมกันสร้างรากเหง้าของเมือง
-
โซนที่ 2: เหตุการณ์สำคัญในสมัยรัชกาลที่ 5 เจาะลึกช่วงเวลาวิกฤตที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองเมืองตราด และการตัดสินใจของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงยอมแลกดินแดนส่วนอื่นเพื่อกอบกู้เมืองตราดกลับคืนมา นิทรรศการเน้นความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่าง สถาบันพระมหากษัตริย์กับชาวตราด
- โซนที่ 3: ยุทธนาวีเกาะช้าง ตื่นตาตื่นใจกับ นิทรรศการมัลติมีเดีย ที่จำลองเหตุการณ์การรบทางเรือครั้งสำคัญระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2484 มีการจัดแสดงตู้จำลองเส้นทางการเดินเรือของ เรือหลวงธนบุรี และวีรกรรมของเหล่าวีรชนกองทัพเรือไทยที่สละชีพเพื่อรักษาเอกราช
- โซนที่ 4: ตลาดเมืองตราดและการค้าขายในอดีต จำลองบรรยากาศ ย่านตลาดเก่าและย่านเศรษฐกิจ ที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของการค้าขายทางเรือและการแลกเปลี่ยนสินค้ากับต่างชาติผ่านข้าวของเครื่องใช้โบราณและภาพถ่ายที่หาชมได้ยาก แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่ผสมผสาน
- โซนที่ 5: วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น นำเสนอภูมิปัญญาพื้นบ้านในการประกอบอาชีพ เช่น การทำสวนยางพารา การทำประมงชายฝั่ง และการเพาะปลูกผลไม้เมืองร้อนที่เป็นสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดตราด รวมถึงการจัดแสดงเครื่องมือดักสัตว์น้ำและเครื่องมือเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน
- โซนที่ 6: ความภาคภูมิใจและมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองตราด สรุปเรื่องราวความภูมิใจของคนตราดผ่านกิจกรรมประเพณีต่างๆ เช่น งานวันตราดรำลึก และการอนุรักษ์อาคารศาลากลางหลังเก่าที่ได้รับรางวัลระดับประเทศ โซนนี้ทำหน้าที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังร่วมกันสืบสานและอนุรักษ์คุณค่าของเมืองตราดสืบไป
การเดินชมภายในพิพิธภัณฑ์จึงเปรียบเสมือนการอ่านบันทึกเล่มใหญ่ที่รวบรวม จิตวิญญาณของเมืองตราด เอาไว้ในที่เดียว สถานที่แห่งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการทำความเข้าใจถึงแก่นแท้ของจังหวัดตราด ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังเกาะแก่งหรือป่าเขาอื่นๆ
วิธีการเดินทาง
- ตั้งอยู่ใจกลางเมืองตราด ถนนสันติสุข ใกล้กับจวนผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถเดินหรือใช้รถสามล้อรับจ้างเดินทางมาได้สะดวก
คำแนะนำ
- อย่าลืมถ่ายภาพ ศาลาไม้ลายฉลุ บริเวณระเบียงอาคารซึ่งเป็นจุดที่สวยงามที่สุด และเข้าชมห้องฉายภาพยนตร์สั้นเกี่ยวกับ การกอบกู้เมืองตราด ซึ่งให้ข้อมูลสรุปที่เข้าใจง่ายในเวลาเพียง 15 นาที
- พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็น โบราณสถานไม้ โปรดเดินอย่างเบามือและงดการวิ่งบนอาคาร เนื่องจากเสียงเดินบนแผ่นไม้อาจรบกวนผู้อื่น และควรปิดเสียงโทรศัพท์มือถือขณะเข้าชมโซนจัดแสดงมัลติมีเดีย
ค่าเข้าชม:
- ชาวไทย: 10 บาท
- ชาวต่างชาติ: 30 บาท
เวลาเปิด-ปิด:
- ปิดทุกวันจันทร์
- อังคาร - ศุกร์: 09:00 - 16:00 น.
- เสาร์ - อาทิตย์: 09:30 - 16:30 น.