“ชมมณฑปแปดเหลี่ยมศิลปะยุโรปผสมจีนที่หาดูยาก พร้อมสักการะเจดีย์สามสมัยและจิตรกรรมฝาผนังที่ประณีตงดงามริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง”
วัดอุโปสถาราม (Uposatharam Temple) หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า วัดโบสถ์ เป็นวัดโบราณที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง ตรงข้ามกับตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี วัดแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัตนโกสินทร์ จนกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนและเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า ตัววัดตั้งอยู่อย่างสง่างามริมแม่น้ำ สะท้อนภาพเงาของสถาปัตยกรรมไทยโบราณลงบนผิวน้ำที่นิ่งสงบ สร้างบรรยากาศที่งดงามและเปี่ยมด้วยกลิ่นอายแห่งอดีต
จุดเด่นที่ไม่ควรพลาดของวัดอุโปสถาราม คือ มณฑปแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะไทย จีน และตะวันตกไว้อย่างกลมกลืน โดดเด่นด้วยซุ้มหน้าต่างลายปูนปั้นที่มีความงดงามและแปลกตา ใกล้กันนั้นเป็นที่ตั้งของ เจดีย์สามสมัย ได้แก่ เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ในศิลปะสุโขทัย เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองในศิลปะอยุธยา และเจดีย์ทรงกลมในศิลปะรัตนโกสินทร์ ซึ่งตั้งเรียงรายกันอย่างลงตัว สะท้อนถึงการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมและความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์ผ่านกาลเวลาได้อย่างชัดเจน
ภายในอุโบสถและวิหาร ประดิษฐานจิตรกรรมฝาผนังที่มีความประณีตและคงสภาพสมบูรณ์อย่างยิ่ง เป็นภาพเขียนสีฝุ่นที่บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ คติธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น จิตรกรรมเหล่านี้มีคุณค่าอย่างมากต่อการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ และสังคมไทยในอดีต ทำให้วัดอุโปสถารามเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตทางศิลปกรรม
นอกจากนี้ ภายในบริเวณวัดยังมี ศาลาท่าน้ำ ที่มีรูปทรงสถาปัตยกรรมงดงามและตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำ ซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จประพาสต้น ศาลาท่าน้ำแห่งนี้จึงเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนความสำคัญของวัดอุโปสถารามในระดับประเทศ และแสดงถึงความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับชุมชนท้องถิ่น
วัดอุโปสถารามเปรียบเสมือนสวรรค์ของจิตรกรและช่างภาพ ที่ต้องการบันทึกภาพสถาปัตยกรรมไทยโบราณริมแม่น้ำซึ่งมีความสงบนิ่งและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ รวมถึงนักประวัติศาสตร์และผู้สนใจศิลปวัฒนธรรมที่หลงใหลในการศึกษาร่องรอยของศิลปกรรมในอดีต บรรยากาศโดยรอบวัดมีความร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะแก่การเดินเล่นรับลมเย็นจากแม่น้ำ และชมวิถีชีวิตของชาวเรือนแพซึ่งนับวันจะหาดูได้ยากยิ่งขึ้น
วัดอุโปสถารามจึงเป็นสถานที่ที่รวบรวมคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และวิถีชีวิตริมน้ำไว้อย่างครบถ้วน ขอเชิญชวนทุกท่านลองข้ามสะพานไม้เพื่อมาสัมผัสความงดงามที่ซ่อนอยู่ และรับฟังเรื่องราวจากอดีตที่ถ่ายทอดผ่านศิลปกรรมอันล้ำค่าของวัดอุโปสถารามแห่งนี้
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- ขับข้ามสะพานพัฒนาภาคเหนือมายังฝั่งเกาะเทโพ แล้วเลี้ยวซ้ายตรงมายังตัววัด
เดินเท้าหรือจักรยาน:
- เดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำสะแกกรังจากหน้าตลาดเทศบาลเมืองอุทัยธานี (สะพานคนเดิน) ซึ่งจะตรงเข้าสู่วัดโดยตรง
เรือ:
- สามารถนั่งเรือรับจ้างจากฝั่งตลาดมาขึ้นที่ท่าเรือของวัดได้
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ เนื่องจากอากาศไม่ร้อนเกินไปสำหรับการเดินชมศิลปะรอบวัด
-
ควรสวมชุดสุภาพเนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และควรระมัดระวังการสัมผัสจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหาร
-
มุมถ่ายรูปยอดฮิตคือสะพานไม้ข้ามแม่น้ำสะแกกรัง โดยเฉพาะช่วงเช้าที่จะเห็นพระสงฆ์พายเรือบิณฑบาต
-
หลังจากชมวัดแล้ว สามารถเช่าจักรยานปั่นเที่ยวชมวิถีชีวิตเกษตรกรรมในเกาะเทโพต่อได้
-
ตลาดเช้าฝั่งตรงข้ามมีของกินท้องถิ่นอร่อยๆ มากมาย เช่น ปลาแรดและขนมไทยโบราณ
ค่าธรรมเนียมเข้าชม
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ ฟรี, เด็ก ฟรี
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ ฟรี, เด็ก ฟรี
เวลาทำการ:
-
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 08:00 น. - 17:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 8 รายการ)รีวิวเมื่อ 5 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 30 ส.ค. 55
ครั้งหนึ่งเหล่ากษัตริย์ศากยวงศ์ พระญาติฝ่ายพุทธบิดา และเหล่ากษัตริย์โกลิยวงศ์ พระญาติฝ่ายพุทธมารดา ทะเลาะวิวาทกันเพราะเรื่องแย่งน้ำในแม่น้ำโรหิณีเนื่องจากฝนแล้ง น้ำไม่เพียงพอ การทะเลาะวิวาทลุกลามไป จนเกือบกลายเป็นศึกใหญ่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบเหตุด้วยพระญาณ จึงเสด็จไปห้ามสงคราม โดยตรัสให้เห็นถึงความไม่สมควรที่กษัตริย์ต้องมาฆ่าฟันกันด้วยสาเหตุเพียงแค่การแย่งน้ำเข้านา และตรัสเตือนสติว่า ระหว่างน้ำกับความเป็นพี่น้อง อะไรสำคัญยิ่งกว่ากัน ทั้งสองฝ่ายจึงได้สติ คืนดีกัน และขอพระราชทานอภัยโทษต่อเบื้องพระพักตร์พระพุทธองค์
รีวิวเมื่อ 5 ต.ค. 53
รีวิวเมื่อ 5 ต.ค. 53
รีวิวเมื่อ 5 ต.ค. 53
รีวิวเมื่อ 5 ต.ค. 53
รีวิวเมื่อ 5 ต.ค. 53
รีวิวเมื่อ 5 ต.ค. 53