“หมู่เรือนแพที่มีผู้อยู่อาศัยจริงตลอดสองฝั่งน้ำสะแกกรัง สะท้อนวิถีชีวิตที่เรียบง่าย การทำประมงน้ำจืด และสวนกระชังปลาแรดที่ขึ้นชื่อที่สุดของประเทศ”
แม่น้ำสะแกกรัง (Sakae Krang River) ไม่ได้เป็นเพียงสายน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดอุทัยธานีเท่านั้น หากแต่เปรียบเสมือน “ลมหายใจ” และหัวใจของผู้คนในพื้นที่มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สองฝั่งแม่น้ำเป็นที่ตั้งของ หมู่เรือนแพกว่าร้อยหลัง ซึ่งยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนชาวน้ำไว้อย่างเหนียวแน่น บ้านแพเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นพื้นที่ทำกิน แหล่งคมนาคม และศูนย์รวมความผูกพันระหว่างคนกับสายน้ำอย่างแยกไม่ออก
ชาวแพมีชีวิตที่ผูกโยงกับแม่น้ำในทุกมิติ ตั้งแต่การสัญจรด้วยเรือ การดำรงชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการประกอบอาชีพ เลี้ยงปลาในกระชัง โดยเฉพาะ “ปลาแรดสะแกกรัง” ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติอร่อย เนื้อนุ่ม และเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ สายน้ำจึงไม่เพียงหล่อเลี้ยงชีวิต แต่ยังสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับชุมชนริมน้ำมาอย่างยาวนาน
เสน่ห์สำคัญของแม่น้ำสะแกกรังคือ ความเงียบสงบและความเป็นธรรมชาติ ตลอดลำน้ำจะเห็นภาพเรือนแพไม้สีน้ำตาลเข้มเรียงราย ตัดกับกอผักตบชวาและสีเขียวของพรรณไม้ริมฝั่งอย่างกลมกลืน ในช่วงยามเช้า บรรยากาศจะอบอวลไปด้วยความสงบ เมื่อพระสงฆ์พายเรือออกบิณฑบาต เป็นภาพสะท้อนของพุทธศาสนาและวิถีชาวน้ำที่งดงาม อ่อนโยน และหาดูได้ยากในสังคมปัจจุบัน
นอกจากวิถีชีวิตของผู้คนแล้ว แม่น้ำสายนี้ยังมีความสำคัญทางธรรมชาติ โดยมี ต้นสะแก ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นริมฝั่ง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “แม่น้ำสะแกกรัง” แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่และความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับชุมชนที่พึ่งพาอาศัยกันมาอย่างยาวนาน
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศอย่างใกล้ชิด การล่องเรือชมวิวแม่น้ำ คือกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด การนั่งเรือไม้ลำเล็กๆ ลัดเลาะไปตามคุ้งน้ำ เปิดโอกาสให้ได้ฟังเรื่องเล่าจากคนขับเรือท้องถิ่น และชมภาพวิถีชีวิตริมน้ำอย่างแท้จริง ระหว่างทางยังสามารถมองเห็นวัดวาอารามที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ เช่น วัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์) ซึ่งมีสถาปัตยกรรมโดดเด่นและสวยงามเป็นพิเศษเมื่อมองจากผืนน้ำ
แม่น้ำสะแกกรังจึงเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความเร่งรีบวุ่นวาย มาสัมผัสวิถีชีวิตแบบ Slow Life อย่างแท้จริง ความงามของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่สิ่งปลูกสร้างอันยิ่งใหญ่ แต่คือความเรียบง่ายของ “ชีวิตบนน้ำ” ที่ยังคงดำเนินไปอย่างสงบและเป็นธรรมชาติ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก
ขอเชิญชวนทุกท่านมานั่งพักผ่อนริมน้ำ หรือล่องเรือรับลมเย็นๆ บนแม่น้ำสะแกกรัง เพื่อซึมซับความสุขที่เกิดจากความเรียบง่าย วิถีชีวิตชุมชน และเสน่ห์อันอ่อนโยนของเมืองอุทัยธานีแห่งนี้
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- สามารถขับรถมาจอดที่ลานจอดรถบริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี แล้วเดินเท้าไปยังริมน้ำสะแกกรัง
การเดินเท้า:
- หากพักในตัวเมืองอุทัยธานี สามารถเดินเล่นเลียบถนนริมน้ำชมวิวเรือนแพได้ตลอดสาย
ทางเรือ:
- มีบริการเรือนำเที่ยวรับจ้างบริเวณท่าเรือตลาดริมน้ำและหน้าวัดโบสถ์
คำแนะนำ
ช่วงเวลาที่เหมาะสม:
- แนะนำช่วงเช้าตรู่ (06:00 - 08:00 น.) เพื่อชมภาพพระบิณฑบาตทางเรือ หรือช่วงเย็น (16:30 - 18:30 น.) เพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน
กิจกรรม:
- ล่องเรือชมเรือนแพ, ไหว้พระวัดโบสถ์, เดินตลาดเช้า/ตลาดเย็นริมน้ำ และชิมเมนูจากปลาแรด
การรักษาความสะอาด:
- โปรดอย่าทิ้งขยะลงในแม่น้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศของชาวแพ
ถ่ายภาพ:
- จุดถ่ายภาพที่ดีที่สุดคือบนสะพานไม้ข้ามแม่น้ำสะแกกรัง (สะพานวัดโบสถ์)
ค่าธรรมเนียมการเข้าชม
-
เข้าชมวิวริมน้ำ: ฟรี
-
ค่าบริการล่องเรือ: ราคาเริ่มต้นประมาณ 200 - 500 บาทต่อลำ (ขึ้นอยู่กับระยะทางและขนาดเรือ)
เวลาทำการ
-
ชมบรรยากาศได้ตลอด 24 ชั่วโมง (ล่องเรือนำเที่ยวควรติดต่อก่อน 17:30 น.)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 2 รายการ)รีวิวเมื่อ 5 ต.ค. 53
รีวิวเมื่อ 5 ต.ค. 53