“สถาปัตยกรรมพระบรมบรรพตอันเป็นเอกลักษณ์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมเส้นทางเดินขึ้นบันได 344 ขั้นท่ามกลางแมกไม้ร่มรื่นและเสียงระฆัง”
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (Saket Ratchaworamahawihan Temple) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “วัดภูเขาทอง” เป็นพระอารามหลวงชั้นโทที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมมีชื่อว่า “วัดสะแก” ก่อนจะได้รับการบูรณะครั้งสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง พระบรมบรรพต หรือภูเขาทองขึ้น เพื่อเป็นเจดีย์สัญลักษณ์ของพระนคร ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพอย่างยิ่ง
จุดเด่นสำคัญคือการเดินขึ้นสู่ยอดภูเขาทองผ่าน บันไดวน 344 ขั้น ที่ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นตามแนวเนินเขาจำลอง สองข้างทางร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด มีม่านน้ำตกจำลองและระฆังแขวนเรียงรายให้ผู้ศรัทธาได้เคาะเพื่อความเป็นสิริมงคล ระหว่างทางยังมี อนุสรณ์สถานแร้งวัดสระเกศ ซึ่งสะท้อนเหตุการณ์สำคัญในช่วงการระบาดของอหิวาตกโรคในสมัยรัชกาลที่ 2 อันเป็นบทหนึ่งของประวัติศาสตร์กรุงเทพมหานคร
เมื่อขึ้นถึงยอดพระบรมบรรพต จะสัมผัสได้ถึงความสงบและสายลมเย็นที่พัดผ่านตลอดเวลา บริเวณด้านบนประดิษฐานองค์เจดีย์สีทองอร่ามงดงามเป็นสง่า พร้อมเปิดมุมมองพาโนรามาของเกาะรัตนโกสินทร์จากมุมสูง สามารถมองเห็นยอดปราสาทและวัดสำคัญต่างๆ รวมถึง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และ โลหะปราสาท ตลอดจนเส้นขอบฟ้าของตึกระฟ้าในย่านธุรกิจสมัยใหม่ โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตก แสงสีทองจะอาบไล้ทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศงดงามและน่าประทับใจอย่างยิ่ง
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ มุมบันไดวนที่โค้งรับกับรูปทรงภูเขาจำลองให้มิติภาพที่มีเอกลักษณ์และดูมีมนต์ขลัง อีกทั้งภายในวัดยังมี พิพิธภัณฑ์บามิยัน จัดแสดงคัมภีร์โบราณและโบราณวัตถุหาชมยาก รวมถึงร้านกาแฟเล็กๆ บริเวณกึ่งกลางทางขึ้น ที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้พักผ่อนท่ามกลางสวนแนวตั้งอันร่มรื่น
ทุกปีในช่วงเทศกาลลอยกระทง วัดจะจัดงาน เทศกาลห่มผ้าแดงองค์พระบรมบรรพต ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ดึงดูดพุทธศาสนิกชนจำนวนมากให้มาร่วมแสดงศรัทธา วัดสระเกศจึงมิได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณที่มีชีวิตชีวาและทรงคุณค่าต่อสังคมไทยอย่างลึกซึ้ง
วิธีการเดินทาง
รถไฟฟ้า MRT:
- ลงสถานีสามยอด แล้วเดินต่อตามถนนมหาไชยประมาณ 10-15 นาที หรือต่อรถตุ๊กตุ๊ก/แท็กซี่
เรือโดยสารคลองแสนแสบ:
- ลงที่ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ ซึ่งเป็นท่าเรือสุดสาย จากนั้นเดินข้ามสะพานมหาดไทยอุทิศเพียงไม่กี่ก้าวจะถึงทางเข้าวัด
รถโดยสารประจำทาง:
- สาย 8, 15, 37, 47, 49 และ 508 ผ่านบริเวณใกล้เคียง
คำแนะนำ
ช่วงเวลาแนะนำ:
- ควรมาในช่วงเช้าตรู่ 07:30 – 09:00 น. หรือช่วงเย็น 16:30 – 18:00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงแดดร้อนและได้ชมแสงพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม
การแต่งกาย:
- เนื่องจากเป็นศาสนสถานสำคัญ ควรแต่งกายสุภาพ มิดชิด (งดกางเกงขาสั้นเหนือเข่าหรือเสื้อแขนกุด)
การถ่ายภาพ:
- มุมบันไดวนที่มีต้นไม้มอสเขียวขจีและมุมพาโนรามาบนยอดภูเขาทองเป็นจุดที่ไม่ควรพลาดสำหรับการถ่ายแลนด์สเคป
กิจกรรม:
- อย่าพลาดการเคาะระฆังระหว่างทางเดินขึ้น และการเขียนชื่อบนใบโพธิ์สีทองเพื่อฝากดวงและขอพรที่บริเวณศาลาทำบุญ
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: เข้าชมฟรี
-
ชาวต่างชาติ: 100 บาท (สำหรับขึ้นชมยอดภูเขาทอง)
เวลาทำการ
-
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07:30 – 19:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 10 รายการ)รีวิวเมื่อ 10 มิ.ย. 56
รีวิวเมื่อ 10 มิ.ย. 56
รีวิวเมื่อ 10 มิ.ย. 56
รีวิวเมื่อ 10 มิ.ย. 56
รีวิวเมื่อ 10 มิ.ย. 56
รีวิวเมื่อ 10 มิ.ย. 56
รีวิวเมื่อ 10 มิ.ย. 56
รีวิวเมื่อ 10 มิ.ย. 56
รีวิวเมื่อ 10 มิ.ย. 56
รีวิวเมื่อ 22 ก.ค. 53
ส่วนเจดีย์ภูเขาทองนั้นเริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยทรงเลียนแบบมาจากภูเขาทองในสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วเสร็จในรัชกาลที่ 5 ได้รับพระราชทานนามว่า "สุวรรณบรรพต" มีความสูง 77 ม.
บนยอดสุวรรณบรรพตเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดค้นพบที่เมืองกบิลพัสดุ์ และพิสูจน์ได้ว่าเป้นของพระสมณโคดมซึ่งเป็นส่วนแบ่งของพระราชวงศ์ศากยราชเพราะมีคำจารึกอยู่ พระองค์เจ้าปฤษฏางค์ขณะนั้นกำลังทรงผนวชอยู่ทีประเทศอินเดีย ได้ส่งพระบรมสารีริกธาตุเข้ามาถวายในฐานะที่พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นกษัตริย์เพียงพระองค์เดียวที่เป็นพุทธมามกะอยู่ในขณะนั้น
ข้อมูลจาก ไทยทัวร์.com