“สัมผัสความยิ่งใหญ่ของพระอุโบสถหินอ่อนคาร์ราราที่ประดับด้วยจิตรกรรมจักรวาลวิทยา พร้อมย้อนรอยตำนานอภินิหารพระพุทธรูปลอยน้ำสามพี่น้องที่ผูกพันกับวิถีชีวิตชาวแปดริ้วกว่าร้อยปี”

วัดโสธรวรารามวรวิหาร (Sothon Wararam Worawihan Temple) เดิมมีชื่อว่า วัดหงส์ สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ณ ริมแม่น้ำบางปะกง ตามบันทึกท้องถิ่นระบุว่าในอดีตบนยอดเสาในวัดมีการตั้งรูปหงส์ไม้แกะสลักไว้ แต่กาลเวลาผ่านไปรูปหงส์ได้ตกลงมาเหลือเพียงแต่เสา ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า วัดเสาธง ต่อมาเมื่อพายุพัดจนเสาธงหักสะบั้นลง จึงได้มีการเรียกชื่อใหม่ว่า วัดโสธร ซึ่งมีความหมายว่า สะอาด หรือ บริสุทธิ์ สอดคล้องกับพุทธลักษณะและบารมีขององค์หลวงพ่อโสธรที่มาประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้ จนกลายเป็นที่ศรัทธาสืบทอดกันมาหลายศตวรรษ

ตำนานหลวงพ่อโสธรถือเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าอภินิหารที่โด่งดังที่สุดในไทย คือตำนาน พระพุทธรูปลอยน้ำสามพี่น้อง เล่ากันว่ามีพระพุทธรูปสามองค์ลอยล่องมาตามแม่น้ำจากทางภาคเหนือ องค์พี่ใหญ่ (หลวงพ่อวัดบ้านแหลม) ลอยไปถึงสมุทรสงคราม องค์กลาง (หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน) ลอยไปถึงสมุทรปราการ และองค์สุดท้องคือ หลวงพ่อพุทธโสธร ได้ลอยมาตามลำน้ำบางปะกงจนมาหยุดนิ่งที่หน้าวัดหงส์ ชาวบ้านนับแสนคนพยายามใช้เชือกเส้นใหญ่ช่วยกันฉุดดึงองค์พระขึ้นจากน้ำแต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งมีอาจารย์ผู้มีความรู้ในทางไสยศาสตร์ได้ตั้งศาลเพียงตาและใช้ด้ายสายสิญจน์คล้องพระหัตถ์ตามพิธีบวงสรวง จึงสามารถอัญเชิญองค์พระขึ้นมาประดิษฐานได้สำเร็จ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งต่อมาเป็นวันที่ชาวฉะเชิงเทราจัดงานเทศกาลสรงน้ำหลวงพ่อโสธรเป็นประจำทุกปี

พุทธลักษณะของหลวงพ่อโสธร องค์จริงนั้นเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะสมัยล้านช้างที่งดงามมาก แต่เนื่องจากองค์ท่านทำจากหินทรายแยกชิ้นได้ เพื่อป้องกันการขโมยหรือความเสียหาย ในอดีตพระธรรมคุณาภรณ์ (อดีตเจ้าอาวาส) จึงได้สั่งให้ช่างทำการพอกปูนลงรักปิดทองทับองค์จริงไว้จนมีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นที่สง่างามและมีขนาดหน้าตักกว้าง 1.65 เมตร อย่างที่ปรากฏในปัจจุบัน บารมีของท่านเป็นที่เลื่องลือในเรื่องการขอพรด้านการค้าขาย ความสำเร็จในชีวิต และสุขภาพ จนเกิดประเพณี "แก้บนไข่ต้ม" เนื่องจากมีเรื่องเล่าว่าหลวงพ่อโปรดไข่ต้มเป็นพิเศษ ทำให้เราเห็นภาพคนนำไข่ต้มมาถวายนับหมื่นฟองในแต่ละวัน

ด้านสถาปัตยกรรมพระอุโบสถหลังใหม่ ถือเป็นงานศิลปกรรมชั้นสูงของรัชสมัยปัจจุบัน สร้างขึ้นด้วยงบประมาณมหาศาลเพื่อทดแทนอุโบสถหลังเดิมที่คับแคบและทรุดโทรม ออกแบบโดยศิลปินแห่งชาติให้เป็นทรงจตุรมุขยอดปราสาทที่ผสมผสานศิลปะรัตนโกสินทร์และสถาปัตยกรรมร่วมสมัยเข้าด้วยกัน วัสดุหลักคือ หินอ่อนคาร์รารา จากประเทศอิตาลีที่คัดเกรดความขาวนวลพิเศษมาปูทั่วทั้งหลัง ภายในพระอุโบสถประดับด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังเทคนิคสมัยใหม่ที่ใช้สีหม่นและแสงนวลตา บอกเล่าเรื่องราวของ จักรวาลวิทยา มีดวงดาวและท้องฟ้าที่สื่อถึงพุทธภูมิอันสงบเยือกเย็น เป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อโสธรองค์จริงที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางพระพุทธรูปบริวารอีก 17 องค์

วัดโสธรวรารามวรวิหาร จึงไม่ใช่เพียงแค่วัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นศูนย์รวมพลังจิตตานุภาพของชาวไทย เป็นสถานที่ที่สถาปัตยกรรมอันวิจิตรบรรจงและตำนานความศักดิ์สิทธิ์ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันริมแม่น้ำสายประวัติศาสตร์แห่งนี้


วิธีการเดินทาง
  • โดยรถยนต์ส่วนตัว: จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางด่วนมอเตอร์เวย์ (สาย 7) มุ่งหน้าฉะเชิงเทรา เข้าสู่ถนนสิริโสธร และเลี้ยวเข้าถนนเทพคุณากรเพื่อมุ่งหน้าสู่วัด มีที่จอดรถขนาดใหญ่รองรับนักท่องเที่ยว

  • โดยรถไฟ: มีรถไฟบริการจากสถานีหัวลำโพงและสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ถึงสถานีฉะเชิงเทราเกือบทุกชั่วโมง จากนั้นต่อรถสองแถวสีเหลืองหน้าสถานีรถไฟเพื่อไปถึงหน้าวัดได้ทันที

  • โดยรถโดยสารสาธารณะ: มีรถตู้บริการจากสถานีขนส่งหมอชิต เอกมัย และสายใต้ใหม่ มุ่งหน้าสู่ บขส. ฉะเชิงเทรา จากนั้นต่อรถท้องถิ่นไปยังวัดได้อย่างสะดวก


คำแนะนำ
  • ช่วงเวลาที่แนะนำ: หากต้องการชมความงามของอุโบสถหินอ่อนและไหว้พระโดยไม่ต้องรอนาน แนะนำให้มาในวันธรรมดาช่วงเวลา 07:00 - 08:30 น.

  • การแต่งกาย: เนื่องจากเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ผู้หญิงควรสวมกางเกงหรือกระโปรงยาวคลุมเข่าและไม่สวมเสื้อแขนกุด หากชุดไม่พร้อม ทางวัดมีจุดบริการยืมเสื้อคลุมฟรี

  • จุดสักการะ: วัดจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ พระอุโบสถหลังใหม่ (สำหรับสักการะองค์จริง ห้ามจุดธูปเทียน) และ วิหารจำลอง สำหรับปิดทอง จุดธูปเทียน และถวายไข่ต้มแก้บน

  • การถ่ายภาพ: ภายในพระอุโบสถหินอ่อนสามารถถ่ายภาพได้แต่ควรสำรวมและไม่ใช้แฟลชเพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิของผู้มาปฏิบัติธรรม


ค่าเข้าชม:

  • ไม่มีค่าเข้าชม

เวลาเปิด-ปิด:

  • วันจันทร์ - ศุกร์: 07:00 น. – 16:30 น.

  • วันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์: 07:00 น. – 17:00 น.

วัดหลวงพ่อโสธร

แชร์

ถนนเทพคุณากร, ตำบลหน้าเมือง, อำเภอเมือง, จังหวัดฉะเชิงเทรา แผนที่

รีวิว 3 รายการ | ศิลปะวัฒนธรรม,ท่องเที่ยว,วัด

ปิด

จ.7.00 - 16.30
อ.7.00 - 16.30
พ.7.00 - 16.30
พฤ.7.00 - 16.30
ศ.7.00 - 16.30
ส.7.00 - 17.00
อา.7.00 - 17.00

02-2505500

https://www.thai-tour.com/thai-tour/central/chacheongsao/data/place/wat-sothron.html

7156

ทริปของคุณ

ลบออก

รีวิวทั้งหมด

(รีวิว 3 รายการ)

Jirapong Thivawongsakal

รีวิวเมื่อ 25 ส.ค. 55

ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อโสธรนี้มีผู้เล่าสืบ ๆ กันมาหลายกระแส ได้สอบถามผู้เฒ่าผู้แก่หลายคน ซึ่งท่านเหล่านั้นก็ได้รับฟังมาจากบรรพบุรุษเล่าให้ฟังต้องกันว่า “หลวงพ่อโสธร” ลอยน้ำมาตามคำว่า มีพระพี่น้องชายกัน 3 องค์ อยู่ทางเมืองเหนือแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ล่องลอยมาตามแม่น้ำจากทางทิศเหนือ เรื่อยมาจามลำแม่น้ำเจ้าพระยา ในที่สุดมาผุดขึ้นใน แม่น้ำบางปะกง ณ ที่ตำบลหนึ่ง และแสดงปาฏิหารย์ลอยทวนกระแสน้ำให้ประชาชนเห็นทั้ง 3 องค์ ประชาชนแถบนั้นต่างพร้อมใจกันอาราธนาเอาเชือกพรวนมนิลาลงไปผูกมัดที่องค์หลวงพ่อทั้ง 3 แล้วช่วยกันฉุดลากขึ้นฝั่งด้วยจำนวนผู้คนประมาณ 500 กว่าคนก็ฉุดขึ้นไม่ได้ เชือกขนาดใหญ่ที่ผูกองค์หลวงพ่อทั้ง 3 ก็ขาดฉุดไม่สำเร็จตามความประสงค์ ครั้นแล้วหลวงพ่อทั้งสามองค์ก็จมน้ำหายไปต่อหน้าคนทั้งหมด สถานที่พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ได้ลอยทวนน้ำมานั้นเลยได้ชื่อว่า “ตำบลสามพระทวน” แต่ต่อมากลับเรียกว่า สัมปทวน ได้แก่แม่น้ำหน้าวัดสมปทวน อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ทุกวันนี้

ต่อจากนั้นพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ก็ล่องลอยตามแม่น้ำบางปะกง เลยผ่านหน้าวัดโสธรไปถึงคุ้งน้ำใต้วัดโสธร แสดงอภินิหารผุดขึ้นให้ชาวบ้านบางนั้นเห็น ชาวบ้านได้ช่วยกันอาราธนาฉุดขึ้นฝั่งทำนองเดียวกันกับชาวสัมปทวน แต่ก็ไม่สำเร็จหมู่บ้านบางนั้นจึงได้ชื่อว่า บางพระ มาจนทุกวันนี้ จากนั้นพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ก็ล่องลอยทวนน้ำขึ้นมาถึงและลอยวนอยู่ที่หัวเลี้ยว ตรงกองพันทหารช่างที่ 2 ปัจจุบัน สถานที่พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์มาลอยวนอยู่นั้นจึงเรียกกันว่า แหลมหัววน และได้จมน้ำหายไปหลังจากนั้นพระพุทธรูปองค์พี่ใหญ่ ได้แสดงอิทธิฤทธิ์ปฏิหาริย์ ล่อยลอยไปผุดขึ้นที่ลำน้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ประชาชนชาวประมงอาราธนาขึ้นได้ และประดิษฐานเป็นมิ่งขวัญอยู่ที่วัดบ้านแหลมเราเรียกว่า หลวงพ่อวัดบ้านแหลม ทุกวันนี้เป็นที่บูชานับถือกันว่าเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์ทัดเทียมกับหลวงพ่อโสธร ส่วนองค์สุดท้องได้แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ลอยล่องไปผุดขึ้นที่ปากคลองสำโรง ชาวบ้านแถบนั้นได้อาราธนาขึ้นแพใช้เรือพายลายจูง ทั้งอธิษฐานว่าจะขึ้นเป็นมิ่งขวัญที่ใด ก็ขอให้แพนั้นจงหยุดอยู่กับที่ แล้วล่องมาตามลำคลองแพนั้นก็มาหยุดอยู่หน้าวัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ ชาวบางพลีก็ได้อาราธนาอัญเชิญขึ้นประดิษฐานอยู่ทีวัดบางพลีใหญ่ใน ก็ปรากฏว่ามีผู้คนเคารพเลื่อมใสมากมายทัดเทียมกับหลวงพ่อวัดบ้านแหลม และหลวงพ่อโสธร ส่วนพระพุทธรูปองค์กลาง คือ หลวงพ่อโสธร เมื่อลอยตามน้ำมาจากหัววนดังกล่าวแล้ว ก็มาผุดขึ้นที่ท่าหน้าวัดโสธร

กล่าวกันว่าประชาชนจำนวนมากทำการฉุดลากขึ้นโดยได้มีอาจารย์ผู้มีความรู้ทางไสยศาสตร์กระทำตามพิธีการอันถูกต้อง แล้วเอาด้านสายสิญจน์คล้องกับพระหัตถ์หลวงพ่อโสธรอัญเชิญขึ้นมาบนฝั่ง นำมาประดิษฐานในวิหารสำเร็จตามความประสงค์ แล้วก็จัดให้มีการฉลองสมโภช และให้นามหลวงพ่อว่า หลวงพ่อโสธร องค์หลวงพ่อโสธรจริง ๆ นั้นในสมัยที่ลองลอยน้ำมาเดิม เป็นพระพุทธรูปที่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิเพชร หน้าตักกว้างประมาณ 1 ศอกเศษ รูปทรงสวยงามมาก

ต่อมาพระสงฆ์ในวัดเห็นว่ากาลต่อไปภายหน้าฝูงคนที่มีตัณหาและความโลภแรงกล้ามีอัธยาศัยเป็นบาปลามกไม่มีความศรัทธาเลื่อมใส จักนำไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวจะไม่เป็นการปลอดภัย จึงพอกปูนเสริมให้ใหญ่หุ้มองค์จริงไว้ภายในดังปรากฏที่เห็นในปัจจุบันนี้

สถานที่วัดโสธรตั้งอยู่เดิมภายแรกนั้น ทางบกเป็นป่ามีหมู่บ้านคนน้อยมาก การคมนาคมไม่ค่อยสะดวก เมื่อหลวงพ่อโสธรมาประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธรแล้ว ประชาชนชาวเรือนับถือว่า ถ้าได้บอกขอต่อหลวงพ่อโสธรแล้ว สินค้าก็ซื้อง่ายขายคล่องเป็นเทน้ำเทท่า เรือแพที่ผ่านไปมาในแม่น้ำพอถึงที่ตรงกับโบสถ์หลวงพ่อโสธรแล้ว ผู้ที่นิยมนับถือและเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร ก็วักเอาน้ำในแม่น้ำซึ่งนับถือว่าเป็นน้ำมนต์หลวงพ่อดื่มบ้าง ลูบศีรษะบ้าง ล้างหน้าประพรมเรือสินค้าในเรือ ดังได้เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ครั้นต่อมาการคมนาคมทางบกสะดวกขึ้น จึงมีผู้คนไปนมัสการหลวงพ่อกันมากขึ้น ผู้ใดเจ็บป่วยก็มาขอความคุ้มครองจากหลวงพ่อโสธร และก็ได้รับสมความปรารถนาเป็นส่วนมาก กิติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธรได้แผ่ไพศาลไปในถิ่นต่าง ๆ มูลเหตุที่มีงานสมโภชนั้น

เล่ากันว่า สมัยหนึ่งบ้านโสธรเกิดข้าวยากหมากแพง ฝนแล้งข้าวกล้าในนาเหี่ยวแห้งตาย สัตว์พาหนะเกิดโรคระบาด ผู้คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่เป็นโรคฝีดาษล้มเจ็บลงตามกัน ผู้ที่พอหนีได้ก็ทิ้งสมบัติบ้านเรือนหนีเอาตัวรอด ผู้ที่ป่วยไปไม่ไหวก็นอนรอวันตายของตนอยู่ ในกาลนั้นยังมีบุรุษหัวหน้าครอบครัว ๆ หนึ่งก็ได้เป็นโรคนี้ เมื่อเห็นว่าไม่มีคนที่พอจะเป็นที่พึ่งกันได้ ก็เลยหันหน้าเข้าพึ่งสรณะนมัสการอธิษฐานบนบานขอความคุ้มครองรักษาจากหลวงพ่อ โสธรในวิหาร รับเอายาดีของหลวงพ่อโสธรมา 3 อย่าง คือ ขี้ธูป 1 ดอกไม้เหี่ยวแห้งที่บูชาแล้ว 1 และน้ำมนต์จากหลวงพ่อโสธร 1 เอามาต้มกินทาอาบทั่วสรรพางค์กาย ปรากฏว่าได้ผลสมปรารถนา โรคภัยต่าง ๆ หายเป็นปกติด้วยความดีใจที่โรคหายสมประสงค์จึงจัดให้มีการสมโภชแก้บนถวายหลวงพ่อแต่นั้นมา กิติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร ก็แพร่ไปทั่วในถิ่นต่าง ๆ กว้างขวางมากยิ่งขึ้นจนเป็นที่เลื่องลือนับถือบูชาว่าหลวงพ่อโสธรศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดปรารถนาสิ่งใดที่ชอบธรรม ท่านก็ประสิทธิ์ประสาทให้สมประสงค์ การสมโภชแก้บนจึงมีขึ้นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อโสธรนี้มีผู้เล่าสืบ ๆ กันมาหลายกระแส ได้สอบถามผู้เฒ่าผู้แก่หลายคน ซึ่งท่านเหล่านั้นก็ได้รับฟังมาจากบรรพบุรุษเล่าให้ฟังต้องกันว่า “หลวงพ่อโสธร” ลอยน้ำมาตามคำว่า มีพระพี่น้องชายกัน 3 องค์ อยู่ทางเมืองเหนือแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ล่องลอยมาตามแม่น้ำจากทางทิศเหนือ เรื่อยมาจามลำแม่น้ำเจ้าพระยา ในที่สุดมาผุดขึ้นใน แม่น้ำบางปะกง ณ ที่ตำบลหนึ่ง และแสดงปาฏิหารย์ลอยทวนกระแสน้ำให้ประชาชนเห็นทั้ง 3 องค์ ประชาชนแถบนั้นต่างพร้อมใจกันอาราธนาเอาเชือกพรวนมนิลาลงไปผูกมัดที่องค์หลวงพ่อทั้ง 3 แล้วช่วยกันฉุดลากขึ้นฝั่งด้วยจำนวนผู้คนประมาณ 500 กว่าคนก็ฉุดขึ้นไม่ได้ เชือกขนาดใหญ่ที่ผูกองค์หลวงพ่อทั้ง 3 ก็ขาดฉุดไม่สำเร็จตามความประสงค์ ครั้นแล้วหลวงพ่อทั้งสามองค์ก็จมน้ำหายไปต่อหน้าคนทั้งหมด สถานที่พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ได้ลอยทวนน้ำมานั้นเลยได้ชื่อว่า “ตำบลสามพระทวน” แต่ต่อมากลับเรียกว่า สัมปทวน ได้แก่แม่น้ำหน้าวัดสมปทวน อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ทุกวันนี้

ต่อจากนั้นพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ก็ล่องลอยตามแม่น้ำบางปะกง เลยผ่านหน้าวัดโสธรไปถึงคุ้งน้ำใต้วัดโสธร แสดงอภินิหารผุดขึ้นให้ชาวบ้านบางนั้นเห็น ชาวบ้านได้ช่วยกันอาราธนาฉุดขึ้นฝั่งทำนองเดียวกันกับชาวสัมปทวน แต่ก็ไม่สำเร็จหมู่บ้านบางนั้นจึงได้ชื่อว่า บางพระ มาจนทุกวันนี้ จากนั้นพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ก็ล่องลอยทวนน้ำขึ้นมาถึงและลอยวนอยู่ที่หัวเลี้ยว ตรงกองพันทหารช่างที่ 2 ปัจจุบัน สถานที่พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์มาลอยวนอยู่นั้นจึงเรียกกันว่า แหลมหัววน และได้จมน้ำหายไปหลังจากนั้นพระพุทธรูปองค์พี่ใหญ่ ได้แสดงอิทธิฤทธิ์ปฏิหาริย์ ล่อยลอยไปผุดขึ้นที่ลำน้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ประชาชนชาวประมงอาราธนาขึ้นได้ และประดิษฐานเป็นมิ่งขวัญอยู่ที่วัดบ้านแหลมเราเรียกว่า หลวงพ่อวัดบ้านแหลม ทุกวันนี้เป็นที่บูชานับถือกันว่าเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์ทัดเทียมกับหลวงพ่อโสธร ส่วนองค์สุดท้องได้แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ลอยล่องไปผุดขึ้นที่ปากคลองสำโรง ชาวบ้านแถบนั้นได้อาราธนาขึ้นแพใช้เรือพายลายจูง ทั้งอธิษฐานว่าจะขึ้นเป็นมิ่งขวัญที่ใด ก็ขอให้แพนั้นจงหยุดอยู่กับที่ แล้วล่องมาตามลำคลองแพนั้นก็มาหยุดอยู่หน้าวัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ ชาวบางพลีก็ได้อาราธนาอัญเชิญขึ้นประดิษฐานอยู่ทีวัดบางพลีใหญ่ใน ก็ปรากฏว่ามีผู้คนเคารพเลื่อมใสมากมายทัดเทียมกับหลวงพ่อวัดบ้านแหลม และหลวงพ่อโสธร ส่วนพระพุทธรูปองค์กลาง คือ หลวงพ่อโสธร เมื่อลอยตามน้ำมาจากหัววนดังกล่าวแล้ว ก็มาผุดขึ้นที่ท่าหน้าวัดโสธร

กล่าวกันว่าประชาชนจำนวนมากทำการฉุดลากขึ้นโดยได้มีอาจารย์ผู้มีความรู้ทางไสยศาสตร์กระทำตามพิธีการอันถูกต้อง แล้วเอาด้านสายสิญจน์คล้องกับพระหัตถ์หลวงพ่อโสธรอัญเชิญขึ้นมาบนฝั่ง นำมาประดิษฐานในวิหารสำเร็จตามความประสงค์ แล้วก็จัดให้มีการฉลองสมโภช และให้นามหลวงพ่อว่า หลวงพ่อโสธร องค์หลวงพ่อโสธรจริง ๆ นั้นในสมัยที่ลองลอยน้ำมาเดิม เป็นพระพุทธรูปที่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิเพชร หน้าตักกว้างประมาณ 1 ศอกเศษ รูปทรงสวยงามมาก

ต่อมาพระสงฆ์ในวัดเห็นว่ากาลต่อไปภายหน้าฝูงคนที่มีตัณหาและความโลภแรงกล้ามีอัธยาศัยเป็นบาปลามกไม่มีความศรัทธาเลื่อมใส จักนำไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวจะไม่เป็นการปลอดภัย จึงพอกปูนเสริมให้ใหญ่หุ้มองค์จริงไว้ภายในดังปรากฏที่เห็นในปัจจุบันนี้

สถานที่วัดโสธรตั้งอยู่เดิมภายแรกนั้น ทางบกเป็นป่ามีหมู่บ้านคนน้อยมาก การคมนาคมไม่ค่อยสะดวก เมื่อหลวงพ่อโสธรมาประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธรแล้ว ประชาชนชาวเรือนับถือว่า ถ้าได้บอกขอต่อหลวงพ่อโสธรแล้ว สินค้าก็ซื้อง่ายขายคล่องเป็นเทน้ำเทท่า เรือแพที่ผ่านไปมาในแม่น้ำพอถึงที่ตรงกับโบสถ์หลวงพ่อโสธรแล้ว ผู้ที่นิยมนับถือและเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร ก็วักเอาน้ำในแม่น้ำซึ่งนับถือว่าเป็นน้ำมนต์หลวงพ่อดื่มบ้าง ลูบศีรษะบ้าง ล้างหน้าประพรมเรือสินค้าในเรือ ดังได้เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ครั้นต่อมาการคมนาคมทางบกสะดวกขึ้น จึงมีผู้คนไปนมัสการหลวงพ่อกันมากขึ้น ผู้ใดเจ็บป่วยก็มาขอความคุ้มครองจากหลวงพ่อโสธร และก็ได้รับสมความปรารถนาเป็นส่วนมาก กิติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธรได้แผ่ไพศาลไปในถิ่นต่าง ๆ มูลเหตุที่มีงานสมโภชนั้น
 
เล่ากันว่า สมัยหนึ่งบ้านโสธรเกิดข้าวยากหมากแพง ฝนแล้งข้าวกล้าในนาเหี่ยวแห้งตาย สัตว์พาหนะเกิดโรคระบาด ผู้คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่เป็นโรคฝีดาษล้มเจ็บลงตามกัน ผู้ที่พอหนีได้ก็ทิ้งสมบัติบ้านเรือนหนีเอาตัวรอด ผู้ที่ป่วยไปไม่ไหวก็นอนรอวันตายของตนอยู่ ในกาลนั้นยังมีบุรุษหัวหน้าครอบครัว ๆ หนึ่งก็ได้เป็นโรคนี้ เมื่อเห็นว่าไม่มีคนที่พอจะเป็นที่พึ่งกันได้ ก็เลยหันหน้าเข้าพึ่งสรณะนมัสการอธิษฐานบนบานขอความคุ้มครองรักษาจากหลวงพ่อ โสธรในวิหาร รับเอายาดีของหลวงพ่อโสธรมา 3 อย่าง คือ ขี้ธูป 1 ดอกไม้เหี่ยวแห้งที่บูชาแล้ว 1 และน้ำมนต์จากหลวงพ่อโสธร 1 เอามาต้มกินทาอาบทั่วสรรพางค์กาย ปรากฏว่าได้ผลสมปรารถนา โรคภัยต่าง ๆ หายเป็นปกติด้วยความดีใจที่โรคหายสมประสงค์จึงจัดให้มีการสมโภชแก้บนถวายหลวงพ่อแต่นั้นมา กิติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร ก็แพร่ไปทั่วในถิ่นต่าง ๆ กว้างขวางมากยิ่งขึ้นจนเป็นที่เลื่องลือนับถือบูชาว่าหลวงพ่อโสธรศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดปรารถนาสิ่งใดที่ชอบธรรม ท่านก็ประสิทธิ์ประสาทให้สมประสงค์ การสมโภชแก้บนจึงมีขึ้นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ถูกใจ แชร์

Jirapong Thivawongsakal

รีวิวเมื่อ 25 ส.ค. 55

นมัสการหลวงพ่อโสธร
นมัสการหลวงพ่อโสธร

ถูกใจ แชร์

Not identifiable

รีวิวเมื่อ 15 ม.ค. 54

ขอบคุณนะคะที่ให้ขอมูล

ถูกใจ แชร์

สถานที่ใกล้เคียง

วงเวียน พระยาศรีสุนทรโวหาร วงเวียน พระยาศรีสุนทรโวหาร

(รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 0.31

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ฉะเชิงเทรา ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ฉะเชิงเทรา

(รีวิว 1 รายการ)

ห่าง 1.46

วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์

(รีวิว 1 รายการ)

ห่าง 1.86

วัดอุภัยภาติการาม วัดอุภัยภาติการาม

(รีวิว 1 รายการ)

ห่าง 3.35

ตลาดบ้านใหม่ ตลาดบ้านใหม่

(รีวิว 21 รายการ)

ห่าง 3.38

วัดเทพนิมิตร ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี วัดเทพนิมิตร ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี

(รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 3.72

ป้อมเมืองฉะเชิงเทรา ป้อมเมืองฉะเชิงเทรา

(รีวิว 1 รายการ)

ห่าง 3.87

วัดจีนประชาสโมสร วัดจีนประชาสโมสร

(รีวิว 1 รายการ)

ห่าง 3.89

โรงแรมใกล้เคียง

ทรีเฮ้าส์ ฉะเชิงเทรา ทรีเฮ้าส์ ฉะเชิงเทรา (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 0.36

สุณี วิวล์ สุณี วิวล์ (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 1.05

ประภากร เพลส ประภากร เพลส (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 1.07

ปฏิคม อพาร์ทเม้นท์ ปฏิคม อพาร์ทเม้นท์ (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 1.38

สวนไม้ธารา รีสอร์ท แอนด์ สปา สวนไม้ธารา รีสอร์ท แอนด์ สปา (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 1.41

สลีป โฮเท็ล ฉะเชิงเทรา สลีป โฮเท็ล ฉะเชิงเทรา (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 1.56

เฮเว่น โฮเทล ฉะเชิงเทรา เฮเว่น โฮเทล ฉะเชิงเทรา (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 1.57

โทน คอนโดเรนท์ โทน คอนโดเรนท์ (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 1.60

บีบีเฮ้าส์ แปดริ้ว บีบีเฮ้าส์ แปดริ้ว (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 1.66

ร้านอาหารใกล้เคียง

ร้านชวนมา ฉะเชิงเทรา ร้านชวนมา ฉะเชิงเทรา (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 0.18

เรือนร่มไทร เรือนร่มไทร (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 0.77

ร้านขนมบ้านอุ๋ม ร้านขนมบ้านอุ๋ม (รีวิว 1 รายการ)

ห่าง 0.78

รวยเรือนแพ รวยเรือนแพ (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 0.88

playground playground (รีวิว 1 รายการ)

ห่าง 1.27

ร้านบ้านป้าหนู ตลาดบ้านใหม่ ร้านบ้านป้าหนู ตลาดบ้านใหม่ (รีวิว 1 รายการ)

ห่าง 3.63

ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟเล่าซา ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟเล่าซา (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 4.00

ปูกะเอ ริเวอร์ไซด์ ปูกะเอ ริเวอร์ไซด์ (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 4.83

ร้านอาหารครัวริมเขื่อน ร้านอาหารครัวริมเขื่อน (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 10.23

เข้าชมล่าสุด