“สำรวจอาณาจักรเหล็กกล้าขนาด 11,486 ตัน ที่เพียบพร้อมด้วยระบบบัญชาการอัจฉริยะ ดาดฟ้าบินแบบสกีจั๊ม และห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยกว่า 600 ห้อง”
เรือหลวงจักรีนฤเบศร (HTMS Chakri Naruebet) เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกและลำเดียวของราชนาวีไทย ได้รับพระราชทานชื่ออันเป็นมงคลซึ่งหมายถึง ผู้เป็นใหญ่แห่งราชวงศ์จักรี โดยเรือลำนี้ถูกต่อขึ้น ณ อู่ต่อเรือบาซาน ประเทศสเปน และเข้าประจำการในกองทัพเรือไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ณ ท่าเรือจุกเสม็ด เพื่อทำหน้าที่เป็นเรือธงในภารกิจควบคุมทางทะเลและคุ้มครองกองเรือ โดยในปี 2026 นี้ เรือหลวงยังคงศักยภาพสูงสุดด้วยการบูรณาการระบบควบคุมอัจฉริยะ และการปรับปรุงระบบสื่อสารดาต้าลิงก์ให้มีความพร้อมรบและพร้อมช่วยเหลือกู้ภัยในยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
โครงสร้างอันมหึมาของเรือลำนี้ประกอบด้วยห้องต่าง ๆ ทั้งส่วนปฏิบัติงานและที่พักรวมกว่า 600 ห้อง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ สะพานเดินเรือ ซึ่งเป็นจุดสั่งการหลักในการนำเรือ และ หอบังคับการบิน (Primary Flyco) ที่ตั้งอยู่โดดเด่นบนส่วนเกาะของเรือ ทำหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศร่วมกับห้องอุตุนิยมวิทยาเพื่อประเมินสภาพอากาศก่อนการบิน นอกจากนี้ยังมีห้องควบคุมดาดฟ้าบิน ห้องบรรยายสรุปการบิน และที่ขาดไม่ได้คือ ห้องศูนย์ยุทธการ (Combat Information Center) ซึ่งเป็นหัวใจอัจฉริยะที่ใช้รวบรวมข้อมูลจากเรดาร์และเซนเซอร์เพื่อวางแผนยุทธการทางทหารและภารกิจกู้ภัยตลอดน่านน้ำไทยทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน
ความพิเศษที่เป็นความภาคภูมิใจของเรือลำนี้คือการเป็น โรงพยาบาลสนามลอยน้ำ ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในทะเล โดยภายในมีพื้นที่พยาบาลขนาด 15 เตียง ซึ่งประกอบด้วย ห้องผ่าตัดที่ได้รับมาตรฐานสูง ห้องทันตกรรม และห้องเอกซเรย์ ทำให้สามารถรองรับการปฐมพยาบาลขั้นสูงและทำการผ่าตัดฉุกเฉินกลางทะเลได้ทันที บทบาทนี้ทำให้เรือหลวงจักรีนฤเบศรเป็นที่พึ่งพาสำคัญในภารกิจมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัยระดับชาติมาโดยตลอด ตั้งแต่เหตุการณ์สึนามิไปจนถึงภารกิจช่วยผู้ประสบภัยพายุขนาดใหญ่
เมื่อก้าวขึ้นสู่ ดาดฟ้าบิน ที่มีความยาวถึง 182.6 เมตร นักท่องเที่ยวจะได้เห็นทางวิ่งอากาศยานแบบ สกีจั๊ม (Ski-jump) 12 องศา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเล็กสำหรับอากาศยานประเภท STOVL พร้อมจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ที่กว้างขวาง การได้เดินชมรายละเอียดตั้งแต่อุปกรณ์ช่วยจอดไปจนถึงวิวพาโนรามาของอ่าวสัตหีบ จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นและความเสียสละของเหล่าทหารหาญที่ประจำการอยู่บนเรือรบที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยลำนี้
ขอเชิญคุณมาร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่และชมความพร้อมเพรียงของเรือบรรทุกอากาศยานลำสำคัญ ที่ยังคงทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยและดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเข้มแข็งเข้าสู่ปี 2026
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: ใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าสัตหีบ เลี้ยวเข้าแยก โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ขับตรงไปจนสุดทางที่ท่าเรือจุกเสม็ด
-
รถสาธารณะ: ขึ้นรถตู้กรุงเทพฯ-สัตหีบ ลงที่ ตลาดสัตหีบ แล้วต่อรถรับจ้างหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อเข้าสู่เขตกองทัพเรือ
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่ควรไป: แนะนำช่วง 09:00 - 11:00 น. เพื่อเลี่ยงแดดจัดบนดาดฟ้า และควรเช็กตารางน้ำขึ้นน้ำลงหากต้องการชมความสวยงามของเรือในระดับที่พอดีกับท่าเรือ
-
การแต่งกาย: ต้องแต่งกายสุภาพอย่างเคร่งครัด (ห้ามกางเกงขาสั้น, เสื้อแขนกุด, กระโปรงสั้น, รองเท้าแตะ) เนื่องจากเป็นสถานที่ราชการและเพื่อความปลอดภัยขณะเดินขึ้นบันไดเหล็กที่ชัน
-
การถ่ายภาพ: สามารถถ่ายภาพได้ในพื้นที่อนุญาต แต่ห้ามถ่ายภาพเจาะลึกเข้าไปในห้องศูนย์ยุทธการหรือหน้าจอเรดาร์เด็ดขาด
-
การเตรียมตัว: บริเวณเรือค่อนข้างกว้างและอากาศร้อน ควรเตรียมน้ำดื่มและพัดพกพา แต่ห้ามนำอาหารและสัมภาระขนาดใหญ่ขึ้นบนตัวเรือ
- การเข้าพื้นที่: นักท่องเที่ยวต้องแสดงบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ณ จุดตรวจรักษาความปลอดภัยก่อนเข้าสู่พื้นที่ท่าเรือ
-
การตรวจสอบสถานะ: ในปี 2026 เรือมีภารกิจการฝึกซ้อมระดับภูมิภาคบ่อยครั้ง ควรตรวจสอบสถานะการเปิดให้เข้าชมผ่านช่องทางเพจกองทัพเรือก่อนเสมอ
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: เข้าชมฟรี
-
ชาวต่างชาติ: เข้าชมฟรี (ต้องแสดงพาสปอร์ตตัวจริงเท่านั้นและรับการตรวจสอบตามระเบียบรักษาความปลอดภัย)
เวลาเปิด-ปิด:
-
เปิดให้บริการทุกวัน: 09:00 – 17:00 น.
-
เรืออาจปิดงดเข้าชมในกรณีที่มีภารกิจฝึกภาคทะเลหรือซ่อมบำรุงประจำปี
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 7 รายการ)รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
ร.ล.จักรีนฤเบศร เป็นเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ ลำแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีระวางขับน้ำมากถึง 11,743 ตัน สามารถทนต่อคลื่นลมรุนแรงได้ในระดับ 9 ซึ่งคลื่นมีความสูงถึง 13.8 เมตร และเพื่อให้การต่อเรือเป็นไปอย่างคุ้มค่า กองทัพเรือจึงได้พิจารณากำหนดคุณลักษณะเฉพาะของเรือ ให้สามารถทำหน้าที่เป็นฐานปฏิบัติการในทะเล เพื่อต่อระยะทำการของอากาศยาน และเรือรบของกองทัพเรือ ให้สามารถปฏิบัติภารกิจหน้าที่คุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และปกป้องอธิปไตยของชาติได้อีกด้วย
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
เครื่องบินขึ้นลงทางดิ่งแบบ AV-8S จำนวน 9 เครื่อง
เฮลิคอปเตอร์แบบ S-70B จำนวน 6 เครื่อง
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
อาวุธป้องกันตนเองระยะประชิดแบบ SADRAL จำนวน 3 แท่นยิง
อาวุธปืน 20 มม. จำนวน 4 แท่นยิง
รีวิวเมื่อ 7 ก.ค. 53
วางกระดูกงู 12 กรกฎาคม 2537
ปล่อยเรือลงน้ำ 20 มกราคม 2539
ขึ้นระวางประจำการ 20 มีนาคม 2540
ความยาวตลอดลำ 182.6 เมตร
ความยาวที่แนวน้ำ 164.1 เมตร
ความกว้างกลางลำที่แนวน้ำ 22.5 เมตร
ความกว้างดาดฟ้าบิน 30.5 เมตร
ความสูงถึงดาดฟ้าบิน 18.5 เมตร
ความสูงยอดเสา 42 เมตร
กินน้ำลึกเต็มที่ 6.2 เมตร
ระวางขับน้ำเต็มที่ 11,544 ตัน
ความเร็วมัธยัสต์ 12 นอต
ความเร็วสูงสุด 27 นอต
ระยะปฏิบัติการไกลสุด 10,000 ไมล์ ที่ความเร็ว 12 นอต
-------------------
เครดิต ข้อมูลจาก navi.mi.th