“ศูนย์การเรียนรู้ที่มีชีวิตซึ่งเปลี่ยนพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางทหารให้เป็นสถานพยาบาลและบ้านหลังแรกของเต่าทะเลไทย พร้อมนิทรรศการที่เผยความลับของสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่เหลือรอดมาจนถึงปัจจุบัน”
ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ (Royal Thai Navy Sea Turtle Conservation Center) ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ก่อกำเนิดขึ้นจากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงห่วงใยในวิกฤตการณ์การลดลงอย่างรวดเร็วของเต่าทะเลในน่านน้ำไทย กองทัพเรือจึงได้อุทิศพื้นที่ยุทธศาสตร์ภายใต้การดูแลของ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ให้เป็นเขตอภัยทานและสถานที่ศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ พื้นที่สัตหีบโดยเฉพาะเกาะครามและเกาะใกล้เคียง ถือเป็นแหล่งวางไข่ที่สำคัญที่สุดของเต่าตนุและเต่ากระในอ่าวไทยตอนบน เนื่องด้วยสภาพหาดทรายที่ขาวสะอาดและมีการควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวดโดยทหารเรือ ทำให้แม่เต่ารู้สึกปลอดภัยในการกลับมาวางไข่ตามสัญชาตญาณเดิม
สาระที่น่าสนใจที่สุดของศูนย์แห่งนี้คือ นวัตกรรมการอนุบาลแบบจำลองธรรมชาติ เมื่อทหารลาดตระเวนพบรังไข่เต่าบนเกาะที่เสี่ยงต่อการถูกสัตว์อื่นกัดกินหรือภัยธรรมชาติ ไข่เหล่านั้นจะถูกเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวังมายังศูนย์ฯ เพื่อทำการเพาะฟักในกระบะทรายที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด หลังจากฟักเป็นตัว ลูกเต่าตัวจิ๋ว จะถูกนำมาดูแลในบ่ออนุบาลที่แบ่งแยกตามขนาดและอายุอย่างเป็นระเบียบ การดูแลนี้ไม่ใช่เพียงการให้อาหาร แต่คือการ เตรียมความพร้อมทางกายภาพ เพื่อให้เต่ามีความแข็งแรงของกระดองและภูมิคุ้มกันที่สูงพอ เพราะในธรรมชาติ ลูกเต่า 1,000 ตัว อาจมีโอกาสรอดชีวิตจนโตเต็มวัยเพียง 1 ตัวเท่านั้น แต่กระบวนการของศูนย์ฯ สามารถเพิ่มอัตรารอดได้มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว
นอกจากบ่ออนุบาลแล้ว ที่นี่ยังมี โรงพยาบาลเต่าทะเล ที่เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์และสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คอยรักษาเต่าที่ได้รับบาดเจ็บจากการติดอวนชาวประมง หรือเต่าที่กินขยะพลาสติกเข้าไปจนป่วยหนัก สาระสำคัญที่ผู้เข้าชมจะได้รับคือการตระหนักถึงวิกฤต ไมโครพลาสติก และมลพิษทางทะเล ผ่านกรณีศึกษาจากเต่าแต่ละตัวที่เข้ารับการรักษา บรรยากาศภายในนิทรรศการจะบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของเต่าทะเลที่ใช้เวลาเดินทางนับพันไมล์ในมหาสมุทร และความอัศจรรย์ของระบบนำทางที่แม่เต่าจะจดจำกลิ่นทรายและสนามแม่เหล็กโลก เพื่อกลับมาวางไข่ที่หาดเดิมที่มันเกิดเสมอ ซึ่งเป็นบทเรียนทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่งสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่
สำหรับ นักวิจัยและผู้ที่สนใจศึกษาธรรมชาติ ศูนย์แห่งนี้คือคลังข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีการบันทึกสถิติการวางไข่ การทำเครื่องหมาย (Tagging) เพื่อติดตามเส้นทางการอพยพ และการเก็บตัวอย่าง DNA เพื่อศึกษาพันธุกรรมของเต่าทะเลไทย ในส่วนของช่างภาพ คุณจะได้ภาพสะท้อนของความอ่อนโยนภายใต้ความเข้มแข็ง เมื่อเห็นพี่ๆ ทหารเรือในชุดฝึกคอยขัดกระดองเต่าหรือดูแลทำความสะอาดบ่ออย่างทะนุถนอม เป็นภาพที่ตัดกันอย่างสวยงามระหว่าง ภารกิจป้องกันประเทศและ ภารกิจปกป้องชีวิตสัตว์โลก
การมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการมาเดินชมสัตว์แปลกตา แต่คือการส่งต่อพลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ และการร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน กระบวนการกู้คืนสมดุลของท้องทะเล ทุกรอยยิ้มที่ได้เห็นเต่าตัวเล็กๆ ว่ายน้ำอย่างร่าเริง คือความหวังใหม่ของระบบนิเวศอ่าวไทยที่คุณจะสัมผัสได้ด้วยตัวเองเมื่อมาเยือนบ้านของเต่าทะเลแห่งนี้
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: ขับมาตามถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าสัตหีบ เมื่อถึงแยกโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ให้ตรงเข้าสู่ตัวเมืองสัตหีบ และเลี้ยวเข้าเขตหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ประตูทางเข้าใหญ่ (ต้องแสดงบัตรประชาชนแก่เจ้าหน้าที่ทหารที่หน้าประตู)
-
รถสาธารณะ: นั่งรถตู้/มินิบัส สายกรุงเทพฯ-สัตหีบ แจ้งลงที่หน้าหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งจากนั้นต่อรถรับจ้างท้องถิ่นเข้าสู่ส่วนจัดแสดง ประมาณ 1.5 กม.
คำแนะนำ
-
กฎเหล็กของการเข้าชม: ห้ามสัมผัสตัวเต่าโดยเด็ดขาด เพราะน้ำมันและแบคทีเรียจากมือมนุษย์อาจทำลายชั้นเมือกป้องกันผิวหนังของเต่า และ ห้ามโยนเหรียญลงบ่อ เพราะเต่าอาจกินเข้าไปจนเป็นอันตรายถึงชีวิต
-
กิจกรรมพิเศษ: แนะนำให้ตรวจสอบปฏิทินของกองทัพเรือ หากโชคดีคุณอาจได้เข้าร่วมพิธีปล่อยเต่าคืนสู่ทะเล ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ตื้นตันใจมาก
-
การถ่ายภาพ: แสงภายในโรงอนุบาลจะมีความเขียวของน้ำและเงาสะท้อน แนะนำให้ถ่ายภาพในมุมกดเพื่อหลีกเลี่ยงแสงสะท้อนจากผิวน้ำ และไม่ควรใช้แฟลชเพราะจะทำให้เต่าตกใจ
-
ของที่ระลึก: แวะอุดหนุนสินค้าของที่ระลึกที่ผลิตโดยครอบครัวกำลังพลทหารเรือ รายได้ส่วนหนึ่งจะนำกลับมาเป็นทุนค่าอาหารและยาให้กับเต่าทะเล
ค่าเข้าชม
- เข้าชมฟรีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
เวลาเปิด-ปิด:
-
เปิดให้บริการทุกวัน: 08:30 น. – 16:30 น.