“ชมความมหัศจรรย์ของ “ผานางคอย” หินรูปหญิงอุ้มลูกกลางถ้ำ ตื่นตากับ หินงอกหินย้อยประกายเพชรตลอดแนวถ้ำ เดินผ่านลานหินหน้าผาสูง 50 เมตร พร้อมกราบไหว้พระพุทธรูปก่อนออกจากถ้ำ”
ถ้ำผานางคอย (Pha Nang Khoi Cave) หรือที่เรียกอีกชื่อว่า ถ้ำนางคอย เป็นถ้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามโดดเด่น ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงประมาณ 50 เมตร บริเวณหน้าถ้ำมีลานหินกว้าง สามารถชมวิวอำเภอร้องกวางได้อย่างกว้างไกล ตัวถ้ำมีลักษณะยาวขนานไปกับระดับพื้นดิน ลึกประมาณ 150 เมตร และกว้างเฉลี่ยประมาณ 20 เมตร
ตำนานนางคอย
เรื่องเล่ากล่าวถึง “เจ้าหญิงอรัญญาณี” ที่หลบหนีออกจากอาณาจักรพร้อมชายคนรักซึ่งเป็นสามัญชนและลูกน้อย เมื่อมาถึงถ้ำแห่งนี้ ชายคนรักออกไปหาอาหารและถูกทหารตามมาสังหาร เจ้าหญิงจึงนั่งรอคอยอยู่ที่ปากถ้ำด้วยความรักมั่นคง จนกระทั่งร่างของนางและลูกน้อยค่อยๆ กลายเป็นหิน กลายเป็นสัญลักษณ์แห่ง ความรักและการรอคอยนิรันดร์
ลักษณะภายในถ้ำ
ภายในเป็นพื้นดินเรียบ เดินชมได้สะดวก แม้บางช่วงมีระดับต่างและเหวลึกบางตอน แต่มีไฟส่องสว่างตลอดแนวถ้ำ ผนังถ้ำเต็มไปด้วย หินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา บางส่วนคล้ายเกล็ดน้ำแข็งและชะง่อนหินยาว เมื่อกระทบแสงไฟจะสะท้อนเป็นประกายระยิบระยับตลอดความยาวของถ้ำ
จุดสำคัญของถ้ำ
บริเวณกลางถ้ำมีหินงอกขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายหญิงสาวอุ้มลูก เรียกว่า “ผานางคอย” ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญของถ้ำ ควรยืนห่างพอสมควรเพื่อเห็นรูปทรงชัดเจน เกือบถึงปลายถ้ำซึ่งมีทางออกกว้างทะลุอีกด้านหนึ่ง จะพบ พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ให้ประชาชนได้กราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนออกจากถ้ำ
บรรยากาศโดยรวม
อากาศภายในเย็นสบายตลอดปี ผสมผสานความงดงามทางธรรมชาติกับตำนานรักอันตราตรึงใจ ทำให้ถ้ำแห่งนี้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดแพร่
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์ส่วนตัว: จากตัวเมืองแพร่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 101 มุ่งหน้าอำเภอร้องกวาง ขับผ่านตัวอำเภอไปตามเส้นทางแพร่–น่าน ประมาณ 34 กิโลเมตร จะมีป้ายขนาดใหญ่ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถ้ำผานางคอย จากนั้นขับต่ออีกประมาณ 800 เมตร ถึงลานจอดรถ
คำแนะนำ
-
ควรสวม รองเท้าพื้นยางกันลื่น เพราะบางช่วงพื้นถ้ำมีความชื้นและต่างระดับ
-
แนะนำพก เสื้อคลุมบางๆ เนื่องจากภายในถ้ำอากาศเย็นตลอดปี
-
ยืนห่างจากจุด “ผานางคอย” ประมาณ 10 เมตร เพื่อเห็นรูปทรงชัดเจนที่สุด
-
หลีกเลี่ยงการสัมผัสหินงอกหินย้อย เพื่อช่วยกัน อนุรักษ์ธรรมชาติ
-
เผื่อเวลาเดินชมลานหินหน้าถ้ำและจุดชมวิว เพื่อ ถ่ายภาพและพักผ่อน
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมฟรี
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดทุกวัน: 08:30 – 17:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 3 รายการ)รีวิวเมื่อ 29 ก.ค. 55
เมื่อ พ.ศ.1700 อาณาจักรแสนหวีมีความเจริญรุ่งเรืองมาก(สันนิษฐานว่าแสนหวีในที่นี้คือแสนหวีที่สิบสองปันนาหรือที่เชียงรุ่ง ไม่ใช่แสนหวีหลวงเมืองเงี้ยว) กษัตริย์ปกครองอย่างสงบสุข พระองค์ทรงมีราชธิดาองค์หนึ่งมีสิริโฉมงดงามมาก มีน้ำพระทัยดี มีพระนามว่า เจ้าหญิงอรัญญานี
ครั้งหนึ่ง เจ้าหญิงได้เสด็จโดยชลมารคแล้วเรือล่ม หัวหน้าฝีพายได้ช่วยเหลือเจ้าหญิงไว้ได้ ทั้งสองจึงเกิดรักกัน จนเจ้าหญิงทรงครรภ์ พระราชบิดาทราบเรื่องก็ทรงพิโรธ จึงได้ขังเจ้าหญิงไว้ แต่ฝ่ายชายก็หาโอกาสช่วยพาหนีลงมาทางใต้ โดยมีกองทหารไล่ตามอย่างกระชั้นชิด เมื่อมาทันที่หุบเขาแห่งหนึ่ง เจ้าหญิงถูกยิงด้วยธนู ฝ่ายชายจึงพาไปหลบซ่อนในถ้ำเพื่อรักษาพยาบาล เจ้าหญิงเห็นว่าทหารกำลังตามมา จึงให้ฝ่ายชายหนีไปก่อน และบอกว่าจะคอยฝ่ายชายอยู่ในถ้ำนี้ตลอดไป ถ้ำนี้จึงได้ชื่อว่า ถ้ำผานางคอย หรือถ้ำนางคอย
รีวิวเมื่อ 29 ก.ค. 55
รีวิวเมื่อ 29 ก.ค. 55